"อนุกมธ.การเงิน" วุฒิสภา สอบปมบาทแข็ง หวั่นทุนเทาสบช่องฟอกเงิน "ก.ล.ต." เตรียมบังคับใช้ Travel Rule ไตรมาสแรกของปีนี้ ประเดิมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของ คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านการเงิน ใน กมธ.การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ซึ่งมี ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต เป็นประธานอนุ กมธ. เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ได้พิจารณาสถานการณ์ค่าเงินบาทในภาวะปัจจุบันที่แข็งค่าจนกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง รวมทั้งปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิตัล เป็นเหตุให้ค่าเงินบาทแข็ง และเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพสแกมเมอร์ ทุนเทาใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตประชาชนหรือไม่ เพื่อเร่งหาทางป้องกันแก้ไข โดยมี ผู้แทน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) สมาคมค้าทองคำ และบริษัท บิทคับแคปปิตอลกรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด และ นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. ฐานะผู้ยื่นญัตติต่อ กมธ.เข้าชี้แจง
ทั้งนี้ นพ.เปรมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การพิจารณาตนได้ซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้นในกระดานสินทรัพย์ดิจิทัล ที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นกระบวนการที่กลุ่มมิจฉาชีพสแกมเมอร์ ทุนเทากำลังใช้กระดานทรัพย์สินดิจิทัล ของไทยเป็นแหล่งฟอกเงินหรือไม่ หากใช่ เพราะเหตุใด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงปล่อยปละละเลย ไม่มีระเบียบกฏหมายให้การซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรายงานเส้นเงินที่เรียกว่ากฏ Travel rule ตามกติกาสากล เพื่อตัดวงจรทุนเทา และปริมาณเงินมหาศาลขนาดนี้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน ได้เป็นปัจจัยให้ค่าเงินบาทแข็งด้วยใช่หรือไม่ หากใช่จะแก้ไขได้ตอนกี่โมง หรือที่ปล่อยปละละเลย เนื่องจากมีเอกชนที่เกี่ยวข้องกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล บางราย ได้รับผลประโยชน์ค่าคอมมิสชั่นการซื้อขายปีละนับพันล้านบาทใช่หรือไม่
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ในที่ประชุม น.ส.พิมพ์พันธุ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.สายตลาดเงินชี้ แจงว่า การซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยไม่มีผลต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาท แม้ปริมาณต่อวันจะมากเกือบ 1,000 ล้านบาท ต่อปี 4 แสนล้านบาท แต่เป็นยอดซื้อขายแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เงินไหลเข้าหรือออก และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยซื้อขายด้วยสกุลเงินบาท เว้นแต่คนซื้อขายจะเห็นโอกาสราคาที่แตกต่างกันระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนในกับต่างประเทศ จึงจะมีการทำกำไรจากความแตกต่าง
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่ น.ส.จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ สำนักงานกลต. ชี้แจงเสริมว่า การซื้อขายแลกเปลี่ยนผ่านตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทางสำนักงานกลต.ไม่ตัดความเป็นไปได้ เรื่องกลุ่มมิจฉาชีพ ทุนเทา สแกมเมอร์ จะใช้เป็นแหล่งฟอกเงินจากอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดังนั้นสำนักงานจึงรีบออกประกาศให้สอดคล้องมาตรฐานสากล Travel Rule ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายฟอกเงิน โดยคาดว่า จะสามารถบังคับใช้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งจะนำมาใช้กับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลก่อน เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมได้หากมีข้อสงสัย และทาง ปปง. จะรับลูกไปดำเนินการในส่วนของกฎหมายต่อไป
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อรับฟังคำชี้แจงแล้วก็พึงพอใจ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ยอมรับว่า การซื้อขายแลกเปลี่ยนในกระดานสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นปัจจัยให้ค่าเงินบาทแข็ง แต่ยอมรับว่าอาจเป็นช่องทางในการฟอกเงินของสแกมเมอร์ ทุนเทา จึงต้องเร่งนำกฏ Travel rule มาใช้บังคับ เพื่อสกัดกั้นการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมอนุกมธ. นั้น นายนรธิป ธนสารศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารความเสี่ยงของ บริษัท บิทคับ กรุ๊ปฯ ชี้แจงว่า การออกกฏ Travel rule ไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจของบิทคับ เพราะในอุตสาหกรรมก็คงต้องปรับตัวรองรับทั้งหมด จึงไม่มีผลต่อการแข่งขันในธุรกิจ พร้อมยินดีปฏิบัติตาม แต่ก็อยากให้ข้อสังเกตว่า บรรดาทุนเทา สแกมเมอร์หากเขาจะทำผิด ก็คงหาทางหลบหลีกได้อยู่ดี แต่ทำผิดยากลำบากขึ้น





