กรุงเทพธุรกิจ นำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลจีน โดยมีต้นกำเนิดจากคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่ปี 2560 รวมทั้งสิ้น 14 สัญญา โดยเมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดเศร้ารับ “ปีใหม่” พลันเกิดเหตุ “เครนถล่ม” ลงมาทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี บริเวณช่วง สถานีหนองน้ำขุ่น–สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เบื้องต้น กรุงเทพธุรกิจ นำเสนอข้อมูลไปแล้วว่า นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 เป็นต้นมาจนถึงปีงบประมาณ 2569 บมจ.อิตาเลียนไทยฯ เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐอย่างน้อย 1.4 แสนล้านบาท
กลับมาโฟกัสที่สัญญาการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว ปัจจุบันมี 14 สัญญา ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 2 สัญญา คือสัญญาก่อสร้างที่ 1-1งานก่อสร้างคันทางระดับดิน ช่วงกลางดง - ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. กรมทางหลวง (ทล.) เป็นผู้ก่อสร้าง และ 2-1 งานก่อสร้างคันทางระดับดิน ช่วงสีคิ้ว - กุดจิก ระยะทาง 11 กม. มี บมจ.ซีวิลเอ็นจิเนียริง เป็นผู้ก่อสร้าง
ส่วนที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ 10 สัญญา ดังนี้
สัญญา 3-1 : ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า บจ. กิจการร่วมค้า ITD - CREC No.10JV ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด ในเครือบริษัท “ไชน่า เรลเวย์” (CREC: China Railway Engineering Corporation)
สัญญา 3-2 : งานอุโมงค์ มวกเหล็กและลำตะคอง บมจ. เนาวรัตน์พัฒนาการ
สัญญา 3-3 : ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง บจ. ไทย เอ็นยิเนียร์และอุตสาหกรรม
สัญญา 3-4 : ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์
สัญญา 3-5 : ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา บจ. กิจการร่วมค้า เอสพีทีเค
สัญญา 4-2 : ช่วงดอนเมือง-นวนคร บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น
สัญญา 4-3 : ช่วงนวนคร-บ้านโพ บจ. กิจการร่วมค้า ซีเอเอ็น
สัญญา 4-4 : ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์
สัญญา 4-6 : ช่วงพระแก้ว-สระบุรี บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น
สัญญา 4-7 : ช่วงสระบุรี-แก่งคอย บมจ. ซีวิลเอ็นจิเนียริง
แต่ทุกสัญญามีผู้ควบคุมงาน 2 บริษัทในเครือข่าย “ไชน่า เรลเวย์” คือ China Railway Design Corporation: CRDC (บริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล) และ China Railway International : CRIC (บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน) ส่วนที่ปรึกษาโครงการมี 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอ็มเอชพีเอ็ม จำกัด และบริษัท ดับเบิลยูเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด
โดยข้อมูลในส่วนบริษัทผู้ควบคุมงานที่เป็น 2 รัฐวิสาหกิจจีนคือ CRDC และ CRIC พบว่า ได้รับสัญญาว่าจ้าง “ออกแบบ” และ “ที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง” ทั้ง 14 สัญญา รวมถึงงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟ และจัดฝึกอบรมบุคลากร โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว รวมวงเงินอย่างน้อย 55,840.2 ล้านบาท
ส่วนสัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง 2 สัญญา ได้แก่ สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง เนื่องจากมีประเด็นทับซ้อนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่อยู่ระหว่างการแก้ไขสัญญาร่วมทุนฯ และเสนอ ครม.อนุมัติ เห็นชอบ ซึ่งปัจจุบันต้องรอรัฐบาลชุดใหม่
และสัญญา 4-5 งานก่อสร้างคันทางระดับดินและโครงสร้างยกระดับ ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. ที่ยังมีประเด็นถกเถียงกันเรื่อง “มรดกโลก” ที่สถานีพระนครศรีอยุธยา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างนำงบประมาณปี 2569 มาดำเนินการ
หากโฟกัสเฉพาะ 10 สัญญาหลักที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมวงเงิน 87,721,652,956 บาท พบว่า บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ “ITD” ได้รับงานมากที่สุด จำนวน 3 สัญญา (รวมกิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10JV) รวมวงเงิน 25,769,995,700 บาท ได้แก่ สัญญาที่ 3-1 วงเงิน 9,348,995,700 บาท สัญญาที่ 3-4 วงเงิน 9,848 ล้านบาท และสัญญาที่ 4-4 วงเงิน 6,573 ล้านบาท
รองลงมาคือ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น หรือ “UNIQ” จำนวน 2 สัญญา รวมวงเงิน 19,998,999,969 บาท ได้แก่ สัญญาที่ 4-2 วงเงิน 10,570 ล้านบาท และสัญญาที่ 4-6 วงเงิน 9,428,999,969 บาท
ส่วนที่เหลือได้ไปบริษัทละ 1 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 3-2 บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ วงเงิน 4,279,309,390 บาท สัญญาที่ 3-3 บจ.ไทย เอ็นยิเนียร์และอุตสาหกรรม วงเงิน 9,837,997,397 บาท สัญญาที่ 3-5 กิจการร่วมค้า เอสพีทีเค วงเงิน 7,750 ล้านบาท สัญญาที่ 4-3 กิจการร่วมค้า ซีเอเอ็น วงเงิน 11,525,350,500 บาท สัญญาที่ 4-7 บมจ.ซีวิลเอนจีเนียริง วงเงิน 8,560 ล้านบาท
ประเด็นที่น่าสนใจ จากการตรวจสอบฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐพบว่า ทั้ง 10 สัญญาดังกล่าว มีหลายสัญญาปรากฏชื่อเอกชนเครือข่าย “ไชน่า เรลเวย์” เข้าไปซื้อเอกสาร (ซื้อซอง) ไม่ว่าจะเป็น ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง คัมปะนี ลิมิเต็ดบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด บริษัท ไชน่า เรลเวย์ บิวโรที่11 กรุ๊ป จำกัด บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด บริษัท ไชน่า เรลเวย์ บิวโรที่11 กรุ๊ป จำกัด เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการยื่นเสนอราคาประกวดราคา (ยื่นซอง) ต่อ
ยกตัวอย่าง สัญญาที่เครือข่าย “ไชน่า เรลเวย์” ดำเนินการยื่นซองประกวดราคา นั่นคือสัญญาที่ 3-1 ซึ่งร่วมกับ บมจ.อิตาเลียนไทยฯ ในนาม ITD-CREC No.10JV และชนะไป ส่วนสัญญาที่ 3-2 ITD-CREC No.10JV ได้ยื่นซองเช่นกัน แต่พ่ายแพ้ให้กับ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังพบว่ามีเอกชนอย่างน้อย 3 แห่งที่เข้าร่วม “ซื้อซอง” และ “ยื่นซอง” ประกวดราคาแทบทุกสัญญา ได้แก่ บมจ.อิตาเลียนไทยฯ หรือ “ITD” ซื้อและยื่นซอง 10 สัญญา และชนะการประกวดราคาไป 3 สัญญา วงเงินกว่า 25,769 ล้านบาท
มี 2 บริษัทที่ซื้อซอง และยื่นซอง 9 สัญญา จากทั้งหมด 10 สัญญา ได้แก่ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น หรือ “UNIQ” โดยชนะไป 2 สัญญา รวมวงเงินกว่า 19,998 ล้านบาท
อีกแห่งคือ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น หรือ “STEC” (ขณะนั้น) เข้า “ซื้อซอง” และ “ยื่นซอง” เพื่อประกวดราคา 9 จาก 10 สัญญา แต่ว่า “พ่ายแพ้” ไปทั้งหมด
ทั้งหมดคือข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 10 สัญญาที่ยังอยู่ระหว่าการก่อสร้างทาง “รถไฟความเร็วสูง” กระทั่งเกิดอุบัติเหตุกับสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว จนถูกสาธารณชนพูดถึงกันเซ็งแซ่ ทำเอานายกฯควันออกหู สั่งการให้ยกเลิกสัญญา ITD แทบทุกโครงการอยู่ในตอนนี้
อย่างไรก็ดีสัญญาทั้งหมดข้างต้น ยังไม่มีการร้องเรียนถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด การนำเสนอข้อมูลนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะเท่านั้น





