background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม 2569

Login
Login

‘ศึกสายเลือด’ ภาค 3 สนามเมืองตรังเดือด !

‘ศึกสายเลือด’ ภาค 3 สนามเมืองตรังเดือด !

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.69 นี้ สนามเมืองตรังเกิด “ศึกสายเลือดภาค 3” ผ่านสงครามตัวแทนระหว่าง “พรรคน้ำเงิน” และ “พรรคฟ้า”

ฝั่ง “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธ บ้านใหญ่ย่านตาขาว ภายใต้ชายคาภูมิใจไทย จับมือ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ค่ายภูมิใจไทยส่งผู้สมัครครบ 4 เขต 

ประกอบด้วย เขต 1 “นายกเอก” เอกพล ณ พัทลุง  อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านควน และเป็นหลานชาย “กำนันนงค์” จำนง นาวาแก้ว หรืออดีตกำนัน ตำบลบ้านควน ผู้มากบารมีเมืองตรัง และเป็นพันธมิตรกับ “โกหนอ” 

เขต 2 “ทวี สุระบาล” รอบที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก “โกหนอ” ล้ม “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยคะแนนถล่มทลายกว่า 6 หมื่นคะแนน มารอบนี้ได้รับการสนับสนุนจากบ้านใหญ่ ลงป้องกันแชมป์อีกรอบ 

เขต 3 “ท่ามเอ้ง” สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ลูกสาว “โกหนอ” ลงป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 3 และ เขต 4 “โกเกี๊ยะ” ส่งหลานชายคือ   “สจ.ล้าน” พิชัย เจริญศิริสุนทร อดีต สจ.กันตรัง ลงชิง

‘ศึกสายเลือด’ ภาค 3 สนามเมืองตรังเดือด !

ทว่าเขตที่ดูเหมือนจะต่อสู้ฟาดกันอย่างดุเดือด และกลายเป็น “ศึกสายเลือดภาค 3” หนีไม่พ้นเขต 3

ประกอบด้วย อ.วังวิเศษ อ.นาโยง อ.หาดสำราญ อ.ย่านตาขาว (เฉพาะ ต.หนองบ่อ ต.นาชุมเห็ด ต.ในควน และต.โพรงจระเข้) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของบ้านโล่สถาพรพิพิธ  

โดยรอบนี้ “สุณัฐชา” ต้องชนกับ “ลูกพี่ลูกน้อง” คือ “เอ” กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานน้าของ “โกหนอ” ที่ลงชิงในนามประชาธิปัตย์

‘ศึกสายเลือด’ ภาค 3 สนามเมืองตรังเดือด !

ย้อนกลับไปในการเลือกตั้ง ปี 2562 เวลานั้น จ.ตรัง มี สส.3 คน “โกหนอ” ที่ถอยฉากไปอยู่เบื้องหลัง ส่ง “สุณัฐชา” ลงชิง สส.เขต 3 สมัยแรก ในนามประชาธิปัตย์ ชนกับ “เอก” ดิษฐ์ธนิน ภาคย์อิชณน์ หลานชายอีกคน ที่ลงชิงในนามพลังประชารัฐ 

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น “สุณัฐชา” เอาชนะไปด้วย 51,602 ต่อ 31,019 คะแนน

ต่อมาในการเลือกตั้ง ปี 2566 จ.ตรัง มีที่นั่ง สส.เพิ่มเป็น 4 ที่นั่ง  “สุณัฐชา”ลงป้องกันแชมป์เขต 3 อีกรอบ และได้เป็น สส.แบบลอยลำ ชนิดแทบไม่ต้องลุ้น 

ขณะที่ “เอก” ดิษฐ์ธนิน รอบที่ผ่านมา ขยับไปลงชิงเขต 4 ในนามภูมิใจไทย ขณะที่ “บ้านโล่ห์ฯ” ของน้าชาย ส่ง “กาญจน์ ตั้งปอง” ลงชิงในนามประชาธิปัตย์

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น เป็นฝ่าย “กาญจน์” ที่เฉือนชนะ “ดิษฐ์ธนิน” ไปด้วยคะแนน 29,594 ต่อ 29,202 ทิ้งห่างกันเพียง 300 กว่าคะแนน 

แน่นอนว่า เมื่อการเลือกตั้งรอบนี้ สนามเมืองตรังเกิดสัญญาณ “ลมเปลี่ยนทิศ” เดิมที “โกหนอ” ตั้งใจว่าจะขน 3 สส.ทั้ง “ทวี-สุณัฐชา-กาญจน์” ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 คน แต่ติดตรงที่ “โกเกี๊ยะ” ได้วางตัวหลานชายไว้ในเขต 4 แล้ว ทำให้ “สส.กาญจน์” ต้องเปลี่ยนแผนลงสมัครภายใต้ชายคาเดิม

ขณะที่เขต 3 ว่ากันว่า ก่อนหน้านี้ “บ้านโล่ห์ฯ” พยายามเคลียร์ทางกับ “บ้านพี่สาว” เพื่อไม่ให้ส่งหลานชายลงชิงในเขตดังกล่าว เห็นชัดจากมติที่ประชุมกรรมการบริหารสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จ.ตรัง เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2568 ที่ได้ทำไพรมารีโหวต และมีมติให้ “ธณฐกาญจน์ หมุนมิด” อดีตเลขานุการนายก อบต.นาโยงเหนือ ลงชิงในเขต 3  

ทว่าต่อมากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์กลับมีมติเห็นชอบให้ “กฤตย์อิชย์” เป็นผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 จนกลายเป็น “ศึกสายเลือด ภาค 3” ภายในบ้านใหญ่เมืองตรังในท้ายที่สุด

โดย “สาทิตย์”ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เหตุผลการ “เปลี่ยนตัวผู้สมัคร” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สาขาพรรคได้มีมติไปแล้วว่า การเปลี่ยนตัวไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดขึ้นหลายเขตของพรรคประชาธิปัตย์ และในหลายพรรค 

ตามขั้นตอนแล้วคณะกรรมการสาขาพรรคในแต่ละเขต ทำได้เพียงแค่การเสนอความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ต่อรายชื่อผู้สมัคร สส.ที่พรรค เสนอไปให้เพื่อพิจารณา

จากนั้นคณะกรรมการสาขาพรรคในแต่ละเขต จะเสนอรายชื่อทั้งหมดกลับมายังคณะกรรมการสรรหา และให้ กก.บห.พรรคเป็นผู้ชี้ขาด ในฐานะผู้ที่มีอำนาจสูงสุด

แน่นอนว่าท่ามกลางสัญญาณการเมืองที่ส่อแววดุเดือด ถึงที่สุด 4 ที่นั่งสส.ตรัง อาจไม่ใช่แค่ “ศึกสายเลือด ภาค 3” ระหว่างบ้านใหญ่เพียงเท่านั้น 

แต่ยังหมายถึง ศึกศักดิ์ศรีภายใต้เดิมพันระหว่าง “พรรคน้ำเงิน” ที่มี “โกหนอ-โกเกี๊ยะ” เป็นแม่ทัพ และ “พรรคฟ้า” ที่มี “นายหัว” ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแม่ทัพ แถมเก็บแรงแค้นจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หลังบ้านใหญ่ส่งคนของตัวเองคว่ำ “เด็กนายหัว” แพ้ราบคาบ รวมไปถึงสนามนายก อบจ. ซึ่งบ้านใหญ่ประกาศปลดแอก “นายหัว”

เป็นการสะท้อนว่า สนามเมืองตรังรอบนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งสนามที่จะต่อสู้ช่วงชิงกันอย่างดุเดือด ไม่แพ้สนามอื่นแน่นอน! 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์