การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.69 นี้ สนามเมืองตรังเกิด “ศึกสายเลือดภาค 3” ผ่านสงครามตัวแทนระหว่าง “พรรคน้ำเงิน” และ “พรรคฟ้า”
ฝั่ง “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธ บ้านใหญ่ย่านตาขาว ภายใต้ชายคาภูมิใจไทย จับมือ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ค่ายภูมิใจไทยส่งผู้สมัครครบ 4 เขต
ประกอบด้วย เขต 1 “นายกเอก” เอกพล ณ พัทลุง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านควน และเป็นหลานชาย “กำนันนงค์” จำนง นาวาแก้ว หรืออดีตกำนัน ตำบลบ้านควน ผู้มากบารมีเมืองตรัง และเป็นพันธมิตรกับ “โกหนอ”
เขต 2 “ทวี สุระบาล” รอบที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก “โกหนอ” ล้ม “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยคะแนนถล่มทลายกว่า 6 หมื่นคะแนน มารอบนี้ได้รับการสนับสนุนจากบ้านใหญ่ ลงป้องกันแชมป์อีกรอบ
เขต 3 “ท่ามเอ้ง” สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ลูกสาว “โกหนอ” ลงป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 3 และ เขต 4 “โกเกี๊ยะ” ส่งหลานชายคือ “สจ.ล้าน” พิชัย เจริญศิริสุนทร อดีต สจ.กันตรัง ลงชิง
ทว่าเขตที่ดูเหมือนจะต่อสู้ฟาดกันอย่างดุเดือด และกลายเป็น “ศึกสายเลือดภาค 3” หนีไม่พ้นเขต 3
ประกอบด้วย อ.วังวิเศษ อ.นาโยง อ.หาดสำราญ อ.ย่านตาขาว (เฉพาะ ต.หนองบ่อ ต.นาชุมเห็ด ต.ในควน และต.โพรงจระเข้) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของบ้านโล่สถาพรพิพิธ
โดยรอบนี้ “สุณัฐชา” ต้องชนกับ “ลูกพี่ลูกน้อง” คือ “เอ” กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานน้าของ “โกหนอ” ที่ลงชิงในนามประชาธิปัตย์
ย้อนกลับไปในการเลือกตั้ง ปี 2562 เวลานั้น จ.ตรัง มี สส.3 คน “โกหนอ” ที่ถอยฉากไปอยู่เบื้องหลัง ส่ง “สุณัฐชา” ลงชิง สส.เขต 3 สมัยแรก ในนามประชาธิปัตย์ ชนกับ “เอก” ดิษฐ์ธนิน ภาคย์อิชณน์ หลานชายอีกคน ที่ลงชิงในนามพลังประชารัฐ
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น “สุณัฐชา” เอาชนะไปด้วย 51,602 ต่อ 31,019 คะแนน
ต่อมาในการเลือกตั้ง ปี 2566 จ.ตรัง มีที่นั่ง สส.เพิ่มเป็น 4 ที่นั่ง “สุณัฐชา”ลงป้องกันแชมป์เขต 3 อีกรอบ และได้เป็น สส.แบบลอยลำ ชนิดแทบไม่ต้องลุ้น
ขณะที่ “เอก” ดิษฐ์ธนิน รอบที่ผ่านมา ขยับไปลงชิงเขต 4 ในนามภูมิใจไทย ขณะที่ “บ้านโล่ห์ฯ” ของน้าชาย ส่ง “กาญจน์ ตั้งปอง” ลงชิงในนามประชาธิปัตย์
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น เป็นฝ่าย “กาญจน์” ที่เฉือนชนะ “ดิษฐ์ธนิน” ไปด้วยคะแนน 29,594 ต่อ 29,202 ทิ้งห่างกันเพียง 300 กว่าคะแนน
แน่นอนว่า เมื่อการเลือกตั้งรอบนี้ สนามเมืองตรังเกิดสัญญาณ “ลมเปลี่ยนทิศ” เดิมที “โกหนอ” ตั้งใจว่าจะขน 3 สส.ทั้ง “ทวี-สุณัฐชา-กาญจน์” ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 คน แต่ติดตรงที่ “โกเกี๊ยะ” ได้วางตัวหลานชายไว้ในเขต 4 แล้ว ทำให้ “สส.กาญจน์” ต้องเปลี่ยนแผนลงสมัครภายใต้ชายคาเดิม
ขณะที่เขต 3 ว่ากันว่า ก่อนหน้านี้ “บ้านโล่ห์ฯ” พยายามเคลียร์ทางกับ “บ้านพี่สาว” เพื่อไม่ให้ส่งหลานชายลงชิงในเขตดังกล่าว เห็นชัดจากมติที่ประชุมกรรมการบริหารสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จ.ตรัง เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2568 ที่ได้ทำไพรมารีโหวต และมีมติให้ “ธณฐกาญจน์ หมุนมิด” อดีตเลขานุการนายก อบต.นาโยงเหนือ ลงชิงในเขต 3
ทว่าต่อมากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์กลับมีมติเห็นชอบให้ “กฤตย์อิชย์” เป็นผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 จนกลายเป็น “ศึกสายเลือด ภาค 3” ภายในบ้านใหญ่เมืองตรังในท้ายที่สุด
โดย “สาทิตย์”ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เหตุผลการ “เปลี่ยนตัวผู้สมัคร” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สาขาพรรคได้มีมติไปแล้วว่า การเปลี่ยนตัวไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดขึ้นหลายเขตของพรรคประชาธิปัตย์ และในหลายพรรค
ตามขั้นตอนแล้วคณะกรรมการสาขาพรรคในแต่ละเขต ทำได้เพียงแค่การเสนอความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ต่อรายชื่อผู้สมัคร สส.ที่พรรค เสนอไปให้เพื่อพิจารณา
จากนั้นคณะกรรมการสาขาพรรคในแต่ละเขต จะเสนอรายชื่อทั้งหมดกลับมายังคณะกรรมการสรรหา และให้ กก.บห.พรรคเป็นผู้ชี้ขาด ในฐานะผู้ที่มีอำนาจสูงสุด
แน่นอนว่าท่ามกลางสัญญาณการเมืองที่ส่อแววดุเดือด ถึงที่สุด 4 ที่นั่งสส.ตรัง อาจไม่ใช่แค่ “ศึกสายเลือด ภาค 3” ระหว่างบ้านใหญ่เพียงเท่านั้น
แต่ยังหมายถึง ศึกศักดิ์ศรีภายใต้เดิมพันระหว่าง “พรรคน้ำเงิน” ที่มี “โกหนอ-โกเกี๊ยะ” เป็นแม่ทัพ และ “พรรคฟ้า” ที่มี “นายหัว” ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแม่ทัพ แถมเก็บแรงแค้นจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หลังบ้านใหญ่ส่งคนของตัวเองคว่ำ “เด็กนายหัว” แพ้ราบคาบ รวมไปถึงสนามนายก อบจ. ซึ่งบ้านใหญ่ประกาศปลดแอก “นายหัว”
เป็นการสะท้อนว่า สนามเมืองตรังรอบนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งสนามที่จะต่อสู้ช่วงชิงกันอย่างดุเดือด ไม่แพ้สนามอื่นแน่นอน!
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





