background-default

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม 2569

Login
Login

ราชทัณฑ์แจงละเอียด ปมพักโทษ 'ทักษิณ' พ.ค.เป็นไปตามกฎหมาย

ราชทัณฑ์แจงละเอียด ปมพักโทษ 'ทักษิณ' พ.ค.เป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2569 กรมราชทัณฑ์ เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงตามที่มีการนำเสนอข่าว กรณีการพิจารณาการพักการลงโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจะได้รับการปล่อยตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 นั้น กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า ปัจจุบันนายทักษิณ ชินวัตร ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 จะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569

ในส่วนของการพักการลงโทษ ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งจะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษ และได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 โดยนายทักษิณ จะมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อเมื่อต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ และต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ จึงจะเข้าเกณฑ์การปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีปกติ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569

โดยการพักการลงโทษจะเริ่มจากขั้นตอนในชั้นเรือนจำ ซึ่งเรือนจำกลางคลองเปรมจะดำเนินการดังนี้  

ราชทัณฑ์แจงละเอียด ปมพักโทษ 'ทักษิณ' พ.ค.เป็นไปตามกฎหมาย

1) นำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธาน ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้งจำนวนสองคน เป็นคณะทำงาน และให้เจ้าพนักงานเรือนจำคนหนึ่งเป็นเลขานุการ คณะทำงานฯ ประจำเรือนจำดังกล่าว จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาด ซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เมื่อคณะทำงานฯ เห็นชอบ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำเสนอรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษไปยังกรมราชทัณฑ์

2) กรมราชทัณฑ์ ดำเนินการพิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด และเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ  

3) คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ แต่งตั้งตามคำสั่งของคณะกรรมการราชทัณฑ์ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) ซึ่งในชั้นคณะอนุกรรมการฯ

ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรมผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

4) คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้มาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ได้แก่ พฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำ และการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย

5) เมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษหรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษ และให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติ และพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด ๙ (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ต่อไป

ดังนั้น การพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด จึงเป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด มิได้มีการเลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้ 

  • รมว.ยุติธรรมแจ้งปมพักโทษ 'ทักษิณ' เป็นไปตามกฎหมาย

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการพักโทษของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะครบกำหนดในช่วงเดือนพ.ค.นี้ ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และนายทักษิณรับโทษมา 2 ใน 3 แล้ว จึงเป็นการพักโทษตามปกติ ซึ่งมีคณะทำงานอยู่ เริ่มจากเรือนจำ ผู้แทนของหน่วยงาน พิจารณาเป็นรูปแบบคณะทำงาน และมีการกลั่นกรองในระดับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก่อนที่จะส่งขึ้นมาคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่ท้ายที่สุดอำนาจลงนามเป็นของปลัดกระทรวงยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นายทักษิณยังมีอีกหนึ่งคดี คดีมาตรา 112 ที่อัยการอุทธรณ์อีก พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เป็นอำนาจของคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่า หากยึดตามหลักเกณฑ์การพักโทษ นายทักษิณจะได้รับการยกโทษในช่วงใด พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เป็นช่วงเดือนพ.ค.ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ชุดก่อน

เมื่อถามว่า กลไกการพักโทษจะเหมือนครั้งแรกหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่เหมือนกัน เพราะครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อถามอีกว่า หากไม่ได้รับการพักโทษ เหตุผลจะประมาณไหน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องรอคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา เนื่องจากมีผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ซึ่งอาจจะมีเหตุผลอะไร อย่างไร จึงต้องรอมติอีกครั้ง

ซักอีกว่า การได้รับการพักโทษไม่ใช่ใบสั่งทางการเมืองใช่หรือไม่ เพราะกรณีนายทักษิณ อาจมีผลต่อการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์