เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เดินทางเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบปะและพูดคุยกับพี่น้องประชาชนไทยในต่างแดน ณ ศูนย์วัฒนธรรมนานาชาติ (Centre International de Culture Populaire – CICP) ท่ามกลางบรรยากาศการตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยในยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากการพบปะครั้งนี้ นายพิธาได้ทราบข้อมูลสถิติการลงทะเบียนเลือกตั้งของคนไทยในฝรั่งเศส ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 2,900 คน เพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 สะท้อนถึงความตื่นตัวและความตั้งใจของคนไทยในต่างแดนในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปนับที่ประเทศไทย ขณะที่คะแนนประชามติจะนับที่สถานเอกอัครราชทูต โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนประชามติ
ในกิจกรรมนี้ นายพิธาและ น.ส.กุลธิดาได้เปิดเวทีรับฟังปัญหาจากแรงงานไทยในฝรั่งเศส เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมแฟชั่น ช่างเย็บผ้า พนักงานร้านอาหาร และหมอนวดแผนไทย โดยแรงงานได้สะท้อนถึงความท้าทายในการดำรงชีวิตและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐไทยจากต่างแดน
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอนโยบาย “ศูนย์ดูแลแรงงานไทยทั่วโลก” ที่มุ่งคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะพำนักหรือทำงานอยู่ที่ใด
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับนักเรียนไทยและผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการวัฒนธรรม (Cultural Management) ในฝรั่งเศส โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ แม้ขนาดเศรษฐกิจของฝรั่งเศสจะใหญ่กว่าไทยประมาณ 5–6 เท่า แต่ฝรั่งเศสกลับจัดสรรงบประมาณด้านวัฒนธรรมสูงกว่าไทยถึง 18 เท่า โดยแบ่งการลงทุนเป็น Heritage 45% การสร้างสรรค์ (Creation) 25% และการสนับสนุนสื่อ 30% สะท้อนแนวคิดการพัฒนาวัฒนธรรมที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์อดีตและการสร้างสรรค์อนาคต
อีกจุดแข็งสำคัญคือการกระจายอำนาจด้านวัฒนธรรม โดยงบประมาณส่วนใหญ่ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่รัฐบาลกลาง แต่ถูกถ่ายโอนไปยังรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้การกำหนดนโยบายและการจัดการด้านวัฒนธรรมมีความหลากหลายและตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
ขณะที่ น.ส.กุลธิดา อธิบายโมเดลอุตสาหกรรมหนังสือของฝรั่งเศส ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศการอ่านที่ยั่งยืน ผ่าน Loi Lang หรือ “กฎหมายราคาหนังสือเดียว” ที่กำหนดให้หนังสือใหม่จำหน่ายในราคาเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองร้านหนังสืออิสระจากการแข่งขันของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ควบคู่กับมาตรการลดภาษีให้สำนักพิมพ์ และการมีห้องสมุดชุมชนกระจายอยู่จำนวนมาก
ทั้งนี้ นายพิธากล่าวย้ำว่า การเยือนยุโรปในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพบปะผู้สนับสนุน หากแต่เป็นการรับฟังและเก็บข้อมูลเชิงประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนานโยบายที่ปรับบทบาทของรัฐจากการ “ดูแลเป็นครั้งคราว” ไปสู่การ “เชื่อมต่ออย่างยั่งยืน” เพื่อดึงศักยภาพของคนไทยทั่วโลกกลับมามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศร่วมกันในระยะยาว
- 'โรม' บุกถิ่น 'สีน้ำเงิน' หาเสียงบุรีรัมย์ ย้ำไม่ใช่จังหวัดของใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประเทศไทย วันที่ 20 ม.ค. 2569 นายรังสิมันต์ โรม แกนนำพรรค ปชน.เดินทางไป จ.บุรีรัมย์ เพื่อลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.พรรค ปชน. หาเสียงเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยปลุกประชาชนในพื้นที่ว่า จ.บุรีรัมย์ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของทุกคน เชื่อว่ามีโอกาสที่ประชาชนจะเปลี่ยนใจ และมีโอกาสเปลี่ยนแปลงพอ ๆ กับจังหวัดอื่น ๆ





