วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ชัยวุฒิ’ ลั่น เลิกดัดจริต ‘พรรครักชาติ’ ปราบส่วย ดันบุหรี่ไฟฟ้าถูกกม.

‘ชัยวุฒิ’ ลั่น เลิกดัดจริต ‘พรรครักชาติ’ ปราบส่วย ดันบุหรี่ไฟฟ้าถูกกม.

​“ชัยวุฒิ-เจษฎ์” เปิดนโยบาย “ไม่เทา ไม่ดัดจริต" ดัน “บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย” เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี-จัดระเบียบท่องเที่ยว พร้อมโชว์สเต็ปเพลง "รักชาติ 35" ริมทะเล ชลบุรี

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9), และนายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ลานอเนกประสงค์ สะพานชลมารควิถี เลียบชายทะเล จังหวัดชลบุรี แนะนำตัวและเบอร์พรรค (35) กับกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาพักผ่อนริมทะเล ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี มีหลายคนเขามาร่วมพูดคุย เพราะจำสมาชิกพรรคได้จากคลิปเต้นไวรัล

ซึ่งบางส่วนยังขอให้เต้นให้ดูด้วย สมาชิกพรรครักชาติ จึงจัดให้ตามคำขอ โดยใช้แลนด์มาร์คสำคัญในพื้นที่ คือ รูปปั้นควายจำลองที่ตกแต่งด้วยสีสันที่สวยงาม สะท้อนถึงประเพณีวิ่งควายอันโด่งดังของจังหวัดชลบุรี ซึ่งได้รับความสนใจจะประชาชนในพื้นที่ลานอเนกประสงค์จำนวนมาก แม้กระทั่งรถแห่หาเสียงของผู้สมัคร สส.เขต ชลบุรี จากพรรคอื่นจับผ่านมา ยังต้องยกกล้องมือถือขึ้นมาถ่าย

หลังจากนั้นทีมพรรครักชาติได้จัดกิจกรรม รักชาติเริ่มที่การรับฟัง เพื่อรับฟังปัญหาจริงจากประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมประกาศนโยบายไม่เทา ไม่ดัดจริต มุ่งแก้ปัญหาใต้พรมที่กัดกินสังคมไทย

​โดยนายชัยวุฒิ ได้เน้นย้ำถึงปัญหาสังคมไทยในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง ยิ่งประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า ที่ทำให้คนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กลายเป็นอาชญากรและเป็นคนสีเทากันทั้งประเทศ

​“วันนี้หลายประเทศทั่วโลก ทั้งยุโรปและญี่ปุ่น ยอมรับให้มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่จริง เพราะเชื่อว่าปลอดภัยกว่า แต่เมืองไทยกลับย้อนแย้ง ห้ามนำเข้า ห้ามขาย แต่เดินไปทางไหนก็เห็นคนสูบกันทั่วไป กลายเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับความจริงนี้ เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางกลุ่มใช้อำนาจในการเก็บส่วย แทนการจับกุม ทำให้เกิดธุรกิจใต้ดินและการจัดสรรผลประโยชน์”

ทั้งนี้ อันตรายที่แท้จริงของการปล่อยให้เป็นธุรกิจใต้ดินว่า เมื่อไม่มีกฎหมายควบคุม สินค้าจึงไม่มีมาตรฐาน ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และที่น่ากลัวที่สุดคือการแพร่ระบาดไปสู่เด็กและเยาวชนโดยไร้การควบคุม ถึงเวลาที่ต้องเลิกดัดจริต และนำเรื่องนี้ขึ้นมาอยู่บนดิน เพื่อจัดการให้ถูกต้อง โดยมีแนวทางดังนี้:

• ​ควบคุมการนำเข้าและคุณภาพ: เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

• ​ขึ้นทะเบียนผู้ขาย: ร้านค้าต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง

• ​ห้ามขายให้เด็กและเยาวชน: ต้องมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ขายให้ผู้เยาว์

• ​เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี: นำเงินที่เคยรั่วไหลไปกับส่วย มาเป็นรายได้เข้ารัฐเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ

ด้าน รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวเสริมในมุมของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจว่า หัวใจสำคัญคือความปลอดภัย หากนักท่องเที่ยวไม่ปลอดภัย เศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ นโยบายเร่งด่วนคือการสังคายนาระบบผู้รักษากฎหมาย โดยยึดหลัก “ปราบตำรวจ ก่อนเป็นโจร” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มมิจฉาชีพและสแกมเมอร์ รวมทั้งสนับสนุนแนวทาง Deregulation หรือการปรับลดความเป็นโทษทางอาญาในสิ่งที่ทำกันโดยทั่วไป แต่กฎหมายล้าหลัง เพื่อนำมาเข้าระบบควบคุมดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกัญชา หรือบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อตัดวงจรธุรกิจสีเทา และสร้างการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ พรรครักชาติ ยืนยันเจตนารมณ์ในการแก้ปัญหาด้วยความจริง ไม่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม โดยมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกฎหมายและสังคม เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรสีเทา สร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว และนำรายได้ที่ถูกต้องกลับคืนสู่ประเทศ