background-default

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม 2569

Login
Login

'ไตรสรณกุล' ย้ำแบรนด์คนท้องถิ่น เดิมพัน'วิชิต' ส่ง'ไตรศุลี'นั่งรมต.

'ไตรสรณกุล' ย้ำแบรนด์คนท้องถิ่น เดิมพัน'วิชิต' ส่ง'ไตรศุลี'นั่งรมต.

“อีสานใต้” คือพื้นที่เป้าหมายที่ “ภูมิใจไทย” หมายมั่นจะกวาด สส. ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ รวมไปถึงอุบลราชธานี

3 ใน 4 จังหวัดข้างต้น ได้แก่ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และสุรินทร์ “ค่ายน้ำเงิน” คิดใหญ่ถึงขั้นขอกวาดยกจังหวัด เพราะมั่นใจในศักยภาพและผลงานของ “คีย์แมน” แต่ละพื้นที่

จ.บุรีรัมย์ ทำมาแล้ว จ.สุรินทร์ หนนี้ความคาดหวังสูง ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ พื้นที่ที่ฉาบด้วยสีแดงเข้มมาหลายปี ตอนหลังเจือจางลงไปเยอะ “ค่ายน้ำเงิน” เลยคาดหวัง ขอสร้างประวัติศาสตร์ ลุ้นยกจังหวัด 9 เขตดูสักหน

แต่จะได้หรือไม่ อยู่ที่ “บ้านใหญ่ไตรสรณกุล” ของ “นายกส้มเกลี้ยง” วิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ และ “เลขาฯกวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลูกสาว ที่หลายขวบปีมานี้ทำพื้นที่ในนาม “คนท้องถิ่น” ชูสโลแกน ไม่มีขั้ว ไม่มีข้าง มีแต่คนบ้านเรา เอาผลงานเข้าสู้

ยุทธการเปลี่ยนวลี “ไล่หนูตีงูเห่า” ที่เล่นงานพวกเขาเมื่อปี 66 ให้เป็นแค่วาทกรรมด้อยค่าของคู่แข่ง เดินหน้าป้องกันแชมป์นายก อบจ.ศรีสะเกษ ต่อด้วยพิชิตศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 5 พาลูกพี่ลูกน้อง “จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” เข้าสภาเป็นครั้งแรก

ช่วงสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ว่าจะตอนเป็นพรรคร่วม หรือแกนนำรัฐบาล “บ้านใหญ่ไตรสรณกุล” เทกแอ็กชั่นก่อนบ้านอื่นเสมอ เป็นทุกอย่าง ทั้งปากเสียง ทั้งผู้ช่วยเหลือ ให้กับคนศรีสะเกษตั้งแต่วันแรกที่มีเสียงปืน เสียงระเบิด จนถึงวันสิ้นเสียง

ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง “พรรคเพื่อไทย” คราวก่อนได้กระแส กวาดไปได้ 7 จาก 9 ที่นั่ง ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมรบ โดยเฉพาะพิษจาก “คลิปอังเคิล” ที่คนอีสานใต้ขุ่นในใจว่า เป็นจุดฉนวนของการปะทะ ทำให้พวกเขาต้องไปใช้ชีวิตในบังเกอร์และศูนย์อพยพหลายวัน

ขณะเดียวกัน บรรดาอดีต สส.ศรีสะเกษหลายคนของ “ค่ายสีแดง” ยังทำกองเชียร์ผิดหวัง โดยเฉพาะ “ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ” เขต 4 และ “นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร” เขต 9 ที่โดนด้อมแดงประณาม เผ่นหนีในวันที่พรรคตกต่ำ เปลี่ยนโปรย้ายค่ายแค่ข้ามคืน

โดย “ภูมินทร์-นุชนาถ” ไปอยู่พรรคใหม่ได้สักพัก ไม่ผ่านด่านให้ลงเขต ขอกลับใจจะย้ายไปบ้านเก่า แต่เจอพรรคเพื่อไทยปิดประตูใส่หน้า เหลือแค่ช้อยสุดท้าย เลยต้องไปพึ่งโลโก้ “กล้าธรรม” สู้ศึกกันทั้งคู่

ส่วนตัวผู้สมัครอื่นๆ ของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้แทนผูกขาดมาหลายสมัย ได้กระแสพรรคพาเข้าสภามาตลอด ไม่มีหน้าใหม่ให้ชาวบ้านได้ตื่นเต้น คราวนี้ทางลมไม่ดี “ทางพรรค” ไม่เปรี้ยง เสี่ยงเสียเข็มขัดแชมป์กันหลายคน

ขณะที่ “ค่ายน้ำเงิน” เที่ยวนี้ จัดชุดใหญ่ ดัน “คนรุ่นใหม่” ที่เป็น “คนท้องถิ่น” ร่วมสร้างประวัติศาสตร์

เขต 1 “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เขต 2 ส่ง “ศุภกิจ สีหาภาค” เขต 3 “ธนา กิจไพบูลย์ชัย” ลงป้องกันแชมป์ ขณะที่เขต 4 “ชิตพล ไตรสรณกุล” ลูกชายคนโต “นายกส้มเกลี้ยง” ลงเอง

เขต 5 ยังเลือก “จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” เขต 6 เป็น “คชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์” เขต 7 “วิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ” ขณะที่เขต 8 “เฮียแนน” อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ไม่น่าพลาด และเขต 9 อีกดาวรุ่งมาแรง “วิทวัส ไตรสรณกุล” ลูกเขต “ปวีณ แซ่จึง”

งานนี้เดิมพัน “บ้านใหญ่ไตรสรณกุล” ที่ตุนผลงาน ตุนแต้มมาหลายปี จะผลิดอกออกผลในงวดนี้เลยหรือไม่

แล้ว “ศรีสะเกษ” ถือเป็นจังหวัดใหญ่ มี สส.ถึง 9 คน แต่ที่ผ่านมา มีผู้แทนได้เข้าไปเป็นเสนาบดีกันไม่กี่คน แถมได้เป็นแค่ “รัฐมนตรีช่วยว่าการ” ไม่มีอำนาจอะไร ทำให้การพัฒนายังไม่ค่อยมาก

แต่หาก “บ้านใหญ่ไตรสรณกุล” มิชชั่นคอมพลีทขึ้นมา ยกทีม ยกจังหวัดเข้าสภามาเป็นปากเสียง ดีไม่ดี “ไตรศุลี” ขวัญใจคนศรีสะเกษ มีลุ้นขึ้นแท่น “รัฐมนตรีว่าการ” กลับไปพลิกโฉมบ้านเกิดสูง

อีกไม่กี่วัน จะเข้าคูหาได้วัดใจ “คนศรีสะเกษ” อีกครั้ง แต่จุดสำคัญรอบนี้ ประเด็น ชายแดนมีส่วนในการตัดสินใจสูงมาก

ช่วงสถานการณ์สงครามช่วงตกระกำลำบาก อาจจะเป็นตัวตัดสินว่า จะไว้วางใจให้ใครมาทำงาน เพราะต่างพรรค ต่างคน ต่างลงพื้นที่ อยู่ที่ว่าพรรคใด - คนใด จะได้ใจ “คนศรีสะเกษ” มากกว่ากัน