"หัวหน้าพรรคประชาชาติ" หารือนักธุรกิจแดนใต้ ชูเขตภาษี 2% ในพื้นที่พิเศษ เชื่อมลงทุนไทย-มาเลเซีย คาดหากได้ สส.เพิ่ม 1-2คน ได้ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจแน่
ที่โรงแรมยะลารามา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายสุไลมาน บือแนปีแน ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา เขต 1 พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล และ นายธนาธิป พรหมชื่น ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ร่วมเวทีพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนและกลุ่มนักธุรกิจในพื้นที่ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจทั้งในมิติการสร้างสถาบันการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง
โดยพ.ต.อ.ทวี กล่าวว่าพรรคประชาชาติว่า ไม่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการรวมตัวของประชาชนหลากหลายอาชีพ ทั้งอดีตข้าราชการ ตำรวจ และนักวิชาการ โดยมีเป้าหมายให้เป็นมรดกทางการเมืองของคนทุกกลุ่มในพื้นที่ ทั้งชาวไทยพุทธ มุสลิม และไทยเชื้อสายจีน สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติขอเสนอโมเดลแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน พื้นที่ ผ่านการคิดนอกกรอบ เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รูปแบบเดิมตลอด 22 ปีที่ผ่านมาอาจยังไม่ตอบโจทย์ โดยพรรคมีข้อเสนอเชิงโครงสร้าง เขตปลอดภาษี ผลักดันให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตปลอดภาษี โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อทำให้ราคาน้ำมันลดลงเหลือประมาณลิตรละ 20 บาท เพื่อลดต้นทุนการผลิตและขนส่งและ เสนอให้ลด VAT จาก 7% เหลือเพียง 2% สำหรับพื้นที่พิเศษ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและจูงใจนักลงทุน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่านอกจากนั้น คือการเชื่อมโยงภูมิภาคโดยการนำโมเดลการพัฒนาเมืองจากประเทศจีนมาปรับใช้ โดยเชื่อมโยงโครงข่าย ปัตตานี-ยะลา ไปสู่ท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเชื่อว่าจะดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าพื้นที่ได้นับแสนล้านบาท ขณะที่ในมิติด้านวัฒนธรรม พรรคประชาชาติภูมิใจที่สามารถผลักดันให้วันตรุษจีน เป็นวันหยุดราชการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สำเร็จ รวมถึงการส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐอย่าง ศอ.บต. ใช้ภาษาจีนในป้ายประกาศเพื่อการสื่อสารที่ครอบคลุม
หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับการบริหารจัดการพลังงาน นั้น เตรียมใช้กฎหมาย ศอ.บต. เข้ามาบริหารจัดการให้คนในพื้นที่ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาถูกลง ทั้งนี้ต้นทุนไฟฟ้าจริงอยู่ที่ 1.70 บาทต่อหน่วย
พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่าแม้ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคจะได้ ส.ส. 9 คน แต่ได้พิสูจน์การทำงาน ผ่านบทบาทตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่ง และตนที่ตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม หากการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคสามารถรักษาฐานเดิมและเพิ่ม สส. ได้อีก 1-2 คน โอกาสในการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือ รมว.กระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาปากท้องและสร้างความยุติธรรมอย่างเต็มรูปแบบย่อมเป็นไปได้สูง





