เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2569 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง อาคารกีฬาเวสน์ 1 กทม. “เครือเนชั่น” จัดงาน “Nation Election 2569 Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดยเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมประชันวิสัยทัศน์ หวังคว้าใจประชาชน ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ มีนายวราวิทย์ ฉิมมณี เป็นผู้ดำเนินรายการ มี 8 ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วม โดยแต่ละพรรคจะจับหมายเลขเพื่อขึ้นมาผลัดกันนำเสนอนโยบาย
สำหรับคำถามปัญหาเรื่องการแก้หนี้ หนี้ครัวเรือนปัจจุบันสูงกว่า 85% ของ GDP เข้าไปแล้ว เฉลี่ยตัวหัวมากกว่า 1 แสน เฉลี่ยต่อครัวเรือน 7 แสนกว่าบาท มีนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนอย่างไร นอกเหนือจากพักต้น พักดอก ยืดเวลาการชำระหนี้ นั้น
- ปชน.ลั่นต้องเติมเงินในกระเป๋าคนเป็นหนี้ ชูสารพัดนโยบายกระตุ้น
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้คนเป็นหนี้อยู่ มีเงินในกระเป๋า ทำอย่างไร คือทำให้เขามีรายได้ ทำให้เขาขายของได้ ลดภาระค่าใช้จ่ายไปพร้อม ๆ กัน ตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ ลงไปทุกเหตุการณ์ ตอนนั้นรัฐบาลมีมาตรการออกเงินกู้ ออก Soft Loan ให้ผู้ประสบภัย และผู้ประกอบการ นักธุรกิจในหาดใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อย่าเพิ่งให้เงินกู้เลย เอาให้เศรษฐกิจมันกลับมาก่อน เขาขายของได้ เขามีเงินไปใช้หนี้ที่เหลือเอง แต่วันนี้อยู่ดี ๆ จะให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมา เขากู้มาไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้
สำหรับ ปชน.มีนโยบายเยอะแยะเต็มไปหมดในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทำให้ SMEs มีสภาพคล่อง กระจายเงินไปอยู่ตัวเล็กตัวน้อย เช่น นโยบายหวยใบเสร็จ ในส่วนของคนตัวเล็กตัวน้อย ประชาชนคนรากหญ้า นอกจากนโยบายลดค่าไฟ เรามีนโยบายลดค่าเช่าบ้าน ช่วยเหลือ 1 พันบาท 1.5 ล้านครัวเรือน พร้อมนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า ภายในปีงบประมาณแรกเช่นกัน 1 ต.ค. 2569 เบี้ยเด็กเล็ก 600 บาทถ้วนหน้าทันที เบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า 1 พันบาททันที ยกระดับเพิ่มขึ้นในปี 2573
“นี่คือคำตอบในการแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินอย่างไร คือทำให้คนมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว
- ทสท.เปิด 2 กองทุนช่วยเหลือคนเป็นหนี้-SMEs ตัวเล็ก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า ถ้ามากกว่าการพักต้น พักดอก เราต้องเติมน้ำเข้าไปใหม่ เติมทุนให้เขาลุกขึ้นมายืนได้ ทสท.แบ่งเป็น 2 ระดับ 1.หนี้ครัวเรือน หนี้บุคคล ส่วนใหญ่หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยมหาโหด ทำมาหากินอะไรถึงส่งดอก ทสท.ทำกองทุนตั้งตัว เพื่อให้เขาได้เข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยถูก เสียดอก 1% ต่อเดือนเท่านั้น เอาไปปิดหนี้นอกระบบ กู้ได้ตั้งแต่ 1 หมื่นบาท-1 แสนบาท กู้ได้จริง เงินตัวนี้ไม่ใช้เงินงบประมาณ
2.กองทุน SMEs เจอวิกฤติเศรษฐกิจ เจอของต่างประเทศเข้ามาดัมพ์ราคาอีก เราต้องให้เขาเติมทุน ตั้งกองทุน SMEs 3 แสนล้านบาท และปล่อยกู้ด้วยวิธีพิเศษผ่าน กกร. เราไม่ไว้ใจระบบที่มันไม่ถึงประชาชน ไม่ถึง SMEs แต่เรารู้ว่า กกร.รู้ว่าใครทำจริง ควรปล่อยให้ใคร หนี้ไม่เสีย เงินทั้งหมดมาจากไหน เงินอยู่ในแบงก์ 17 ล้านล้านบาท เราจะออกพันธบัตรรัฐบาล ให้ดอกเบี้ย 3% เอาเงินเศรษฐีมาปล่อยให้คนจน ให้ SMEs กู้
“คนจนมีโอกาส และรัฐบาลต้นทุนดอกเบี้ยแค่ 3% ไปปล่อยกู้ 12% เหลือ ๆ 9% ในการบริหาร วิน-วินทั้งหมด” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
- ‘ประชาชาติ’ จี้แบงก์ชาติทำดอกเบี้ยไม่เกิน 15%
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชาติ กล่าวว่า มีประเด็นเรื่องธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก้มหัวให้คณะปฏิวัติ ปกติกฎหมายแพ่งให้มีดอกเบี้ย 15% แต่ปล่อยให้ไปถึง 25% เป็นหนี้ไม่มีหลักทรัพย์ คนซื้อหนี้ไปฟ้องกรมบังคับคดี แล้วใช้อำนาจกรมบังคับคดีไปยึด นี่เป็นความรุนแรงมาก แบงก์ชาติต้องลงมา คุณต้องทำให้ดอกเบี้ยเท่ากับกฎหมายแพ่ง ไม่เกิน 15% อีกอย่างกฎหมายแพ่งเปลี่ยนมา 100 ปี การเช่าซื้อรถ มีรถถูกยึดไปกว่า 2 ล้านคัน หนี้บังคับคดียังอยู่ 25 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่า GDP เราอีก ดังนั้นหนี้เด็กอายุน้อยสุดคือหนี้ กยศ. สุดท้ายต้องมีกฎหมายฟื้นฟูลูกหนี้ ครั้งแรกใน 100 ปี ไม่มีใครทำ ที่ตนและพรรคประชาชาติร่วมกันทำมา
- รทสช.ชี้ต้องปลดล็อกเครดิตบูโรก่อน
ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้พูดเรื่องเครดิตบูโรเลย ตอนนี้ต่อให้แก้หนี้ไป ปล่อย Soft Loan เท่าไหร่ ถามว่าใครไปกู้ได้บ้าง เพราะมีคนติดเครดิตบูโร 5 ล้านคน วัยทำงานอยู่ในนั้น 90% เขาไปกู้ไม่ได้ ติดเครดิตบูโร ถ้าไม่มีมาตรการปลดล็อกเครดิตบูโรก่อน ไม่มีทาง อัดเงินเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ ทำหลายรัฐบาลแล้ว หัวใจคือเรื่องนี้ ลบเลย ใครจ่ายจบแล้ว อย่าถูกแช่แข็งอีก 36 เดือน แล้วเปลี่ยนไปใช้คะแนนเครดิตแบบสหรัฐฯ ใครคะแนนเครดิตสูงดอกเบี้ยต่ำ อย่างนี้ธนาคารพาณิชย์เกิดการแข่งขัน จะแก้ปัญหาระยะยาวในไทย
- ‘อภิสิทธิ์’ กังวลหนี้ BNPL ต้องศึกษาระยะยาว
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า นอกเหนือจากมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า พักหนี้บ้าง ซื้อหนี้คืนบ้าง ฟื้นฟูกิจการแล้ว อยากเพิ่มเติมสั้น ๆ ถ้าเราอยากแก้ปัญหาเรื่องนี้ระยะยาว การศึกษาต้องสอนเรื่องการเงิน สิ่งที่ ปชป.ติดตามคือ จุดที่อาจทำให้เกิดหนี้เสียขึ้นมามากที่สุดคือ BNPL กำลังเกิดขึ้นตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ BNPL กำลังกลายเป็น NPL ต้องมีมาตรการหยุดยั้งตรงนี้ สมัยตนเป็นนายกฯ เอาหนี้นอกระบบมาเข้าสู่รัฐได้มากสุดในประวัติศาสตร์
- ‘เพื่อไทย’ ชูเติมเงินให้คนจน อัพสกิล-รีสกิลไม่กลับมาเป็นหนี้
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องหนี้เห็นด้วยทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญสุดคือวันนี้ถ้าเราไม่รู้ว่าคนเป็นหนี้เขาอยูที่ไหน ก็ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้ เรามีสิ่งที่เราพยายามทำเกี่ยวกับวันนี้ แต่บางคนข้ามหนึ่งมื้อ เรามีนโยบายเกี่ยวกับคนไทย เติมเงินให้เขาครบเส้นความยากจน คือ 3 พันบาทต่อเดือน ทำให้เรารู้ว่าคนจนอยู่ที่ไหน อัพสกิล รีสกิลให้เขาพ้นจากความยากจน ไม่กลับมาเป็นหนี้





