เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2569 เวลา 17.30 น. ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง อาคารกีฬาเวสน์ 1 กทม. “เครือเนชั่น” จัดงาน “Nation Election 2569 Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดยเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมประชันวิสัยทัศน์ หวังคว้าใจประชาชน ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ มีนายวราวิทย์ ฉิมมณี เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีกองเชียร์จากหลายพรรคเข้ามาร่วมรับฟัง และให้กำลังใจอย่างล้นหลาม
โดยตัวแทนพรรคการเมือง 8 พรรค ประกอบด้วย 1.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย 2.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน (ปชน.) 3.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 4.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 5.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชาติ 6.นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคโอกาสใหม่ 7.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานที่ปรึกษา และแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 8.นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยก้าวใหม่
สำหรับคำถามแรกคือ ถ้าหากเป็นผู้นำประเทศในวันนี้ อะไรคือเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่จะสร้างจุดเปลี่ยนประเทศไทย อย่างเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปีแรก
- ‘ดร.เอ้’ ชู ครม.ในฝัน 30 วันแรกอาสาสร้างสังคมไทยปลอดภัย
โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยมีตนเป็นนายกฯ รู้หรือไม่จะทำอะไรเป็นสิ่งแรก จะเห็น ครม.ในฝัน เห็น ครม.มืออาชีพ เพราะนั่นคือกระดุมเม็ดแรกที่ถูกต้องที่สุด เห็นคนรุ่นใหม่ นักการศึกษาเป็น รมว.ศึกษาฯ เห็นนักวิจัยชั้นนำดูแลกระทรวง อว. เห็นภาคเอกชนนั่งกระทรวงดีอี พรรคการเมืองมีโควตาได้ แต่ถ้ายังมีบ้านใหญ่ เอาคนไม่มีความรู้ เป็นที่สงสัยของประเทศไทย อย่าหวังว่า 100 วันจะทำอะไรได้ หรือ 4 ปีก็ทำอะไรไม่ได้ การันตีถ้ามีตนเป็นนายกฯ จะได้เห็น ครม.ในฝัน เป็นมืออาชีพทุกตำแหน่ง
นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า 30 วันแรกอาสาสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย เครนถล่มรายวัน หลุมยุบรายวัน สร้างความอับอายให้ไทย จะหมดใน 30 วัน ตนการันตี ลูกออกจากบ้านต้องได้กลับบ้านปลอดภัย สแกมเมอร์ที่ควักกระเป๋าพ่อแม่พี่น้องแสนกว่าล้านบาทต่อปี จะจัดการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด อายหรือไม่สแกมเมอร์อยู่กัมพูชา มีเทคโนโลยีมากกว่าไทย ตนรับไม่ได้ ในฐานะนักเทคโนโลยีคนหนึ่ง ตนรู้ว่าใครเก่ง จะจัดการอย่างไร อาสาเลยว่าเทคโนโลยีของรัฐบาลที่มีตนเป็นนายกฯ จะไม่แพ้พวกสแกมเมอร์ แน่นอนพวกเปิดบัญชีม้าระวังไว้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องร่วมธนาคารรัฐ และตำรวจ เปิดบัญชีม้าไม่ได้ เอาเงินออกจากกระเป๋าไม่ได้ ระบบชะลอการโอนเงินต้องเกิดขึ้นใน 60 วัน
นายสุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนสำคัญคือเรื่องปากท้อง วันนี้หนี้สินท่วมท้น มีหนี้สินครัวเรือนมากกว่า 7.5 แสนล้านบาท เกือบ 40% ต้องไปเอาจากหนี้นอกระบบ นโยบายกองทุน 2 หมื่นบาท เข้าถึงได้ทุกอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า ได้ดอกเบี้ยต่ำ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว อย่างน้อยท่านมีลมหายใจ ได้ดูแลครอบครัว จากนั้นจะรีเซ็ตประเทศไทยใหม่ เลือกแบบเดิม เลือกคนเดิม ไทยก็เหมือนเครนที่ปะผุ ขอให้เปิดโอกาสให้คนใหม่ ความคิดใหม่ วางรากฐานประเทศไทย ถอนรากเหง้าทำให้ไทยถดถอยถึงวันนี้
“ผมไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง มาทำงานการเมืองวันนี้ ในวันที่เหมาะสม ความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมา ขออาสาทดแทนบุญคุณประเทศไทย เลือกไทยก้าวใหม่ ท่านจะใช้ผม ท่านต้องเลือกผม” นายสุชัชวีร์ กล่าว
- ‘ณัฐพงษ์’ โชว์นโยบาย ปชน.อุดรูรั่ว-กระตุ้นเศรษฐกิจ
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชน.ขอประกาศภารกิจ 1 วันแรกคือการมุ่งเน้นการตั้งรัฐบาลประชาชน วันที่ 8 ก.พ.อยากให้จินตนาการว่า บัตรเลือกตั้งที่หย่อนในคูหาเลือกตั้ง คะแนนเสียงของท่าน จะแปรเปลี่ยนไปเป็นรัฐบาลหน้าตาแบบไหน ทุกช้อยส์บนเวทีดีเบตแห่งนี้ หรือใครก็ตามที่ไม่ได้มา มั่นใจว่าถ้าเลือกไม่ดีพอ ท่านอาจได้รัฐบาลหน้าตาแบบเดิม ๆ ที่บรรดารัฐมนตรีมาจากแบ่งมุ้งโควตาต่าง ๆ ต่างคนต่างมีดินแดนอาณาจักร มีงบประมาณ มีผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ถ้ากาให้ ปชน. กาให้เสียงของเรามีพลังมากเพียงพอ มั่นใจเราจะตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกันได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ปชน.ตอนนี้เป็นเพียงพรรคเดียวที่เปิดโฉมหน้าผู้บริหารตัวจริงครบแทบทุกกระทรวง เรายังมีความพร้อมด้านนโยบาย นอกจาก 100 วันแรก เรามองไปถึง 4 ปีครบเทอม เรามองนโยบายตั้งแต่การอุดรูรั่วในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากแก้หนี้ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
อุดรูรั่วระบบเศรษฐกิจ ทะลายสินค้าสีเทาให้สิ้นซาก ตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง ทลายคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายทุนเทา ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างทำอย่างไรไม่ให้เกิดเครนถล่มขึ้นอีก อุดรูรั่วกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คนละครึ่ง พร้อมหวยใบเสร็จ คนละครึ่งเหมือนฝนตกแปบเดียวแล้วดินแห้งแล้ง แต่หวยใบเสร็จออกทุกเดือน เดือนหนึ่งหวยออก 2 งวด สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs พร้อมกับนโยบายต่าง ๆ ในการปลดหนี้ให้กับเกษตรกร
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า การปลดหนี้ เรายังมีนโยบายในการปลดหนี้ให้กับเกษตรกรสูงวัย ใครก็ตามที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป จ่ายดอกครบต้น ปลดหนี้ทันที ใครจ่ายดอกไม่ครบต้น เราลดหนี้ให้ทันทีครึ่งหนึ่ง นอกจากลดหนี้แล้ว นโยบายต่อไปคือ นโยบายในการลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน มีเรื่องลดค่าไฟทันที 25 ตันต่อหน่วย ผ่านการเจรจากับกลุ่มทุนพลังงาน สุดท้ายจากการพบปะทุกคนทั่วประเทศ ปัญหาเรื่องที่ดิน หลายคนขาดสิทธิที่ดินทำกิน ปชน.พร้อมปลดล็อคทันที ที่ดินเพิ่ม ป่าเพิ่ม คืนทรัพย์สินในชนบทไปหมุนเวียนในชนบททันที 7 ล้านล้านบาท เรายังเหลืออีก 200 นโยบาย 8 ก.พ.ทุกท่านต้องตัดสินดี ๆ ถึงเวลาตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน
- ‘ประชาชาติ’ ชูล้างหนี้ กยศ.-ยกระดับ ‘พูดคุยสันติภาพ’ ชายแดนใต้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ถ้าตนได้เป็นนายกฯ ในปีแรกสิ่งที่จะทำคือ เราจะวางบทบาทระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล รัฐบาลต่างหากต้องอยู่รับใช้ประชาชน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประชาชาติสร้างคน เพื่อต้องการให้คนสร้างชาติ สิ่งที่ต้องสร้างคนอันแรกในรอบ 100 วันแรก จะดำเนินการเปิดแผนยุทธการ กวาดล้าง จับกุม ผู้ค้ายาเสพติดให้หมดไป และนำมาดำเนินคดีฟอกเงิน และนำผู้เสพ ผู้ป่วยทุกคนเข้าบำบัดรักษา การบำบัดรักษาต้องบำบัดฟรี
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะต้องทำคือการแก้หนี้ครัวเรือน เราอยู่ในวังวนของการแก้หนี้ที่วนอยู่มานาน ตนจะทำให้หนี้ 1 แสนบาทถึง 50 ล้านบาท ได้รับการฟื้นฟูโดยใช้กฎหมายการฟื้นฟูลูกหนี้ ตอนนี้อยู่ที่ สว.พอกลับมา 100 วันแรกเราจะผลักดันให้เกิด คน 20 กว่าล้านคน ไม่ต้องเอาเงินมากู้หนี้ คือการทำให้ลูกหนี้มีเงินใช้ และเจ้าหน้าที่ได้รับเงิน โดยไม่ต้องพึ่งเงินของรัฐ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายล้างหนี้ กยศ.คือยกหนี้เลย จำนวนประมาณ 4 ล้านคน เพราะหนี้ กยศ.ปัจจุบันขัดรัฐธรรมนูญ เพราะการเรียนเขาไม่ได้กู้ไป เพื่อสุขสบาย เขาไม่ได้กู้ไปเพื่อสร้างความสุข แต่เขากู้ไปเพื่อเรียน แล้วการเรียนวันนี้ เราพบว่า กยศ.คนมีหนี้อายุ 35-65 ปีจำนวนมาก เป็นภาระครอบครัว การเรียนต้องมีอนาคต ไม่สร้างหนี้ เมื่อเราปลดคนกลุ่มนี้ออก การแก้หนี้ครัวเรือน สิ่งสำคัญตามมาคือปัญหาค่าใช้จ่ายสูง ลดน้ำมันดีเเซล เบนซิน หลือลิตรละ 20 บาท เพราะน้ำมันจากต่างประเทศถูกกว่านี้ กองทุนน้ำมันมีเงินกองอยู่เป็นแสนล้านบาท ขณะที่ประชาชนลำบาก
“ผมจะสร้างสันติภาพ และสันติสุข และคุณภาพชีวิตดีใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ วิธีการ 2 ส่วน 1.เราปกป้องคุ้มครองประชาชนทุกคนให้ปลอดภัย ข้าราชการต้องไม่คอร์รัปชัน ต้องไม่อ่อนแอ ต้องปกป้องคุ้มครองประชาชน 2.การพูดคุยสันติภาพเราจะต้องมีกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเร่งด่วน ผมจะออก พ.ร.ก.สันติภาพขึ้นมา ให้มาพูดคุยในเมืองไทย นี่คือสิ่งที่จะให้เห็นใน 100 วันแรก” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
- ‘โอกาสใหม่’ เปิดนโยบาย 100 วันแรก กระจายงบลงพื้นที่
นายจตุพร กล่าวว่า ประเทศไทยต้องมีโอกาสดี ๆ เอาง่าย ๆ ตนจะจัดเป็น 100 วัน 3 ล็อต อย่าลืมรัฐบาลนี้เข้าไปเดือน เม.ย. เอาข้อเท็จจริง วันนี้มีงบประมาณในเรื่องงบลงทุน 8.6 แสนล้านบาท งบปีเดียว 5 แสนล้านบาท ตอนนี้ยังกระท่อนกระแท่น เมื่อเราเป็นนายกฯ จะปรับแผนใหม่ 5 แสนล้านบาท ตั้งแต่ เม.ย.จะลงถึงประชาชนอย่างเต็มที่ การจ้างงานจ้างคนในพื้นที่ บริษัทในพื้นที่ให้กระจายรายได้ทั้งหมด
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ต้องปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณทั้งหมด ตนมาจากพรรคโอกาสใหม่ บริหารนำการเมือง อย่าลืมวันนี้เราจัดงบประมาณแบบไหน ภาพใหญ่ไม่เกิน 20% ของงบลงทุน แต่สัดส่วนมีการแบ่งไป ต้องจัดงบประมาณใหม่ อยากเปลี่ยนแปลงอะไร งบประมาณต้องลงถึงประชาชนอย่างแท้จริง ต้องให้กระทรวงสำคัญ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหา
สิ่งสำคัญสุดคือปฏิรูประบบราชการทั้งหมด โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง ทุจริตคอร์รัปชันต้องไม่มี นี่แค่ 100 วัน ส่วนอีกล็อตคือ มาตั้งงบประมาณใหม่ปี 2570 ทำอะไรตรงกับพี่น้องประชาชนหรือไม่ สำคัญสุดวันนี้งบประมาณต้องลงถึงประชาชนในท้องถิ่น ในพื้นที่ วันนี้ยังทำอะไรไม่เสร็จ 5 เดือนที่เหลือของเดือนนี้ ต้องลงถึงพื้นที่ ให้เกิดการกระจายงานเต็มที่
ที่ตนมาพูดตรงนี้ ต้องพูดและต้องทำได้ ทำไม่ได้ไม่ควรมาพูดตรงนี้ เรื่องหนี้ทุกคนพูดแล้วเหมือนกันหมด คือหยุดหนี้ แต่หยุดแล้วต้องมีรายได้ให้ประชาชน อย่างที่บอกต้องกระจายรายได้ลงพื้นที่ ประชาชนรออยู่ ทำเพื่ออะไร เรามีงบตอนเดือน เม.ย. ต่อจากนั้นเป็นหน้าฝน เราต้องขุดเพื่อรองรับน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งด้วย นี่คือสิ่งที่ต้องทำ
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จะแก้ปัญหาเรื่องอันตรายที่เกิดจากภัยพิบัติ PM 2.5 เตรียมการทั้งหมด อยู่ในสิ่งที่มี อากาศสะอาด สว่าง สะดวกสบาย สะอาด สงบ และความมั่นคงของประเทศด้วย ภายใน 1 ปี ต้องชัดเจนกับประเทศที่มีปัญหากับเรา อย่าท้า เด็ดขาด สแกมเมอร์ ยาเสพติด ต้องจัดการให้หมดไป เพราะว่านี่คือโอกาสใหม่ของประเทศไทยใน 1 ปี
- ปชป.วางรากฐานบ้านเมืองสุจริต ใช้นโยบาย ‘ประกันราคา’
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปชป.จะเริ่มต้นจากการตั้ง ครม.ที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่เป็นคนซื่อสัตย์ มืออาชีพ และถ้าหากว่าต้องมีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมรัฐบาล เรายืนยันว่าบุคลากรที่ต้องมาร่วมกับเรานั้น ต้องมีความรู้ความสามารถ และซื่อสัตย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ใครมาร่วมกับเรา ตนจะใช้มาตรฐานทางการเมืองสูงกว่ากฎหมาย มีเพียงแค่ข้อสงสัย ปลดออกจาก ครม.ทันที
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 1 ปีแรกวางรากฐานสู่บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจที่ดี มีมาตรการกระตุ้นระยะสั้น เงินออกเร็ว และง่ายให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ นโยบายทั้งหลายที่ตั้งไว้ เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง แม่ เด็กแรกเกิด ปีแรก 65,000 บาท เบี้ยยังชีพผู้สูงวัย 1 พันบาท ท่านจะได้สิทธินั้นทันที รับเงินหลังผ่าน ครม.งบประมาณปี 2570 รถไฟฟ้าสามารถใช้กองทุนตั๋วร่วมมาลดราคา เหลือ 20 บาท สำหรับสายสีแดง และสายสีม่วง มีการแบ่งโซนราคา นี่คือแนวทางที่เราวางเอาไว้ นอกจากนี้งบประมาณที่จัดขึ้นคือโครงการของ ปชป.ไม่ว่าการประกันรายได้เกษตรกร ประกันรายได้แรงงาน ส่วนภัยพิบัติเรายกระดับหน่วยงาน ปภ.ขึ้นตรงนายกฯ เพื่อความมีประสิทธิภาพ และเอกภาพรับมือภัยพิบัติ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ทุนเทาจะถูกปราบปรามจากการโยกย้ายคนที่เป็นอุปสรรคอยู่ในปัจจุบัน ต่อการทำงานของ กลต ปปง ออก พ.ร.ก.อายัดทรัพย์สินทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่สามารถพิสูจน์ได้ ในการหาเจ้าของเงินแท้จริง และให้การซื้อขายคริปโต ทองคำต้องรายงาน วางรากฐานสู่การเติบโตในอนาคต ออกกฎหมายแม่บท 2 ฉบับ ปลดล็อกแก้กฎหมายอุปสรรคต่อการทำมาหากิน และเชื่อมโยงข้อมูลรัฐทั้งหมด เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานกับประชาชน ในการบริการ และเป็นข้อมูลภาคเอกชนนำไปใช้ได้ในการประกอบธุรกิจ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำคัญสุดการเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง ควบคู่ไปกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน เพื่อให้ AI ตรจจับการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” เกิดขึ้นทันที ปีแรกเดินหน้าการต่างประเทศ เจรจาการค้าที่จบทั้งเรื่องสหรัฐฯ และยุโรป ตั้งทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ชวนการลงทุนเป้าหมาย ที่เรากำหนดไว้แล้ว เปิดเสรีโซล่าร์เซลล์ วางรากฐานระบบไฟฟ้าลดค่าไฟถาวร โดยไม่ต้องใช้เงินภาษี นี่คือแผนที่เตรียมไว้ ชัดเจนขั้นตอน กฎหมาย นำไปสู่เป้าหมาย 4 ปีให้เศรษฐกิจเติบโต ไม่น้อยกว่า 5% ปีแรกจะเห็นฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา และเห็นฟ้าหลังฝนไปสู่การแก้ปัญหาเพื่อให้ไทยหายจน
- รทสช.ปลุกเลิก MOU43-44 ลุยสู้ทุนพลังงาน
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า นโยบายมี 6 เรื่องวิกฤติที่อยากจะแก้ และเป็น 6 เรื่องที่นักการเมืองในอดีตปอดแหก พูดแล้วทำไม่ได้ 1.พิทักษ์เอกราช ยกเลิกทันที MOU 43 ทางบก 44 ทางทะเล ยกเลิกทันทีเพราะต้องสร้างรั้ว หลายพรรคบอกว่าจะสร้างรั้ว แต่ไม่ยกเลิก MOU แล้วจะทำอย่างไร ต้องยกเลิก MOU43-44 แน่นอนจาก รทสช. ขณะเดียวกันเพิ่มขวัญกำลังใจทหาร ออกรบรับ 2 แสนบาท ออก 2 รอบรับ 4 แสนบาท เรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ต้องเถียงกัน เกณฑ์ทหารรับ 3 หมื่นบาทหากสมัครใจ ทหารปีหนึ่งเกณฑ์กันอยู่ 8 หมื่นคน คูณ 30,000 บาท แค่ 2,400 ล้านบาท ทำไมให้เขาไม่ได้ แค่นั้น
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า ยังมีนโยบายพิฆาตคนชั่ว เอาให้ชัดข้าราชการ นักการเมืองคอร์รัปชัน โทษสูงสุดประหารชีวิต พวกสแกมเมอร์ พวกฉ้อโกงโดน 3 ปี แต่พวกนี้โกงคนอื่นจนหมดตัว พวกนี้ต้องเอาไปประหารเหมือนกัน
ส่วนเรื่องพลังงาน ต้องไว้ใจ รทสช.เพราะ สส. 36 คน ก่อนยุบสภาฯเหลือ 3 คน โดนไดรโว่ดูดไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว เพราะอะไรรู้หรือไม่ เราสู้กับนายทุนผูกขาดพลังงาน กล้าพูดอย่างทระนงองอาจว่า ลดค่าไฟเหลือ 3.94 บาท ลดไป 76 สตางค์ 16% ที่ลดลงมา ทำงานใหญ่ไม่พูดมาก ทุก 4 เดือนลดได้ทีละ 4-5 สตางค์จนได้ 16% รู้หรือไม่ประเทศนี้ กฟผ.ผลิตไฟเองได้แค่ 29% ที่เหลือ 71% เอกชน ตนทำให้เอกชนได้กำไรน้อยลง นายทุนผูกขาดกำไรน้อยลง ประหยัดเงินประชาชนไปแล้ว 2.7 แสนล้านบาท
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า สส.หายไม่เป็นไร เพราะวันที่ 8 ก.พ.จะได้คืน เรื่องของแก๊สหุงต้ม ตรึงราคามา 2 ปี รัฐบาลใหม่มาไม่กี่วัน ขึ้นราคาแล้ว ประมูลไฟทุกคนรู้อยู่ว่าคือไฟมันเกิน เราใช้ไฟแพงเพราะเซ็นสัญญาไว้ ควรซื้อไฟใหม่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และพวกตนไม่ซื้อไฟใหม่มา 2 ปี แต่รัฐบาลนี้ซื้อเรียบร้อย แพงกว่าที่หลวงทำอีก ใครก็พูดได้ มันวัดตอนที่ทำว่าใจถึงหรือไม่ ต้องขออ้อน ขอให้ 8 ก.พ.เอา สส.รทสช.กลับมา
- ทสท.ชวนทำ MOU ต้านโกง ปฏิรูปปราบคอร์รัปชัน
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราได้ฟังวิสัยทัศน์ของทุกนักการเมืองแล้ว เราก็คงเห็นแล้วว่าทุกคนอยากทำเพื่อชาติ ส่วนใหญ่พูดเป็นเรื่องโครงการลดแลกแจกแถมไปหมดแล้ว สำหรับ ทสท.ถ้าโจทย์เนชั่นบอกให้เปลี่ยนประเทศ ต้องกล้ารื้อโครงสร้างฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย เพราะไทยเปรียบเสมือนคนแก่ ทั้งจนทั้งเจ็บ แข่งขันกับใครไม่ได้ GDP เราไม่น่าโตเกิน 2% ไปอีกนาน เราต้องเริ่มต้นปรับโครงสร้างอย่างแรก ต้องกล้าปราบโกงอย่างจริงจัง ประกาศสงครามคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ เริ่มจากตัวเราเอง ตนทำงานดูแลกระทรวง 4 กระทรวง คุมงบประมาณหลักล้านล้านบาท ไม่มีคอร์รัปชันแม้แต่บาทเดียว
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า เชิญชวนนักการเมืองมาร่วมกันใช้โอกาสนี้ ในการสัญญาประชาคมกับประชาชนว่า ถ้าพรรคใด ๆ ไปเป็นรัฐบาล จะไม่โกง และจะไม่ปล่อยให้คนอื่นโกง ขอสัญญาประชาคมบนเวทีนี้ได้เลย ตนให้สัญญา นอกจากไม่โกงแล้ว เราต้องปราบโกงอย่างจริงจังด้วย วันนี้ ทสท.พยายามผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ ในการให้อำนาจประชาชน ตรวจสอบทุจริต 50,000 ชื่อถอดถอนนักการเมืองอย่างพวกเรา ถ้าโกงถอดถอนได้เลย ไม่ว่าเป็นนายกฯ หรือ สส. สว. รวมถึงองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำหน้าที่ไม่สุจริต
เราจะต้องให้มี ป.ป.ช.ภาคประชาชน กกร.เข้ามาเป็นกรรมการ เปิดเผยข้อมูล งบประมาณอย่างเรียลไทม์ และ e-bidding 100% นอกจากนั้นแก้ปัญหารัฐราชการ กฎหมายล้าหลัง ทสท.พักใช้ใบอนุญาตที่เป็นอุปสรรคของประชาชนทันที 1 ปีแรก 1,000 ฉบับ ต้องปฏิวัติการศึกษา ไทยไปไม่ได้ เราลดเวลาเรียน 3-4 ปีจนถึงจบปริญญาตรี เด็กจบอายุ 18 ปี เข้ามาทดแทนแรงงานของสังคมสูงวัย เลิกเรียนวิชาที่เด็กไม่รู้เรียนไปทำไม ให้เรียนวิชาของโลกยุคใหม่ และให้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ลงทุนกับคน ดีกว่าลงทุนกับตึกที่ถล่มแบบนี้ เรียนฟรีจบปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ.
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า เราต้องแก้สัดส่วนของประชากร วันนี้เราเกิดน้อยกว่าตาย เราต้องกระตุ้นให้มีการเกิดมากขึ้น และเกิดอย่างมีคุณภาพ ด้วยคูปองสร้างเด็กไทยเดือนละ 2,000 บาท จนถึง 6 ขวบ สังคมสูงวัยก็ต้องแก้ ให้บำนาญ 3,000 บาท มีหน้าที่เข้าโปรแกรมสร้างสุขภาพ ให้มีงานทำ สุดท้ายประชาชนต้องมีโอกาสเข้าถึงไฟสะอาดอย่างทัดเทียม และราคาถูก
- ‘ยศชนัน’ ชูม็อตโต้รัฐบาลสามัคคี – เปิดตัวบัตร 30 บาท AI
นายยศชนัน กล่าวว่า เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศเศรษฐกิจมูลค่าสูง เพื่อไทยทำได้ พรรคการเมืองคือพรรคของประชาชน สิ่งสำคัญ 100 วันแรกเดินหน้าสอบถามแต่ละองค์กรมีไอเดียดี ๆ เยอะแยะ มีไอเดียพร้อมจะทำ สิ่งที่ควรทำคือจูนนโยบายเรา ให้สามารถขับเคลื่อนไทยได้ เปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐบาลที่วันนี้จับมือสามัคคีกัน เพื่อไทยทำได้
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องทำวันนี้ ปัญหามีเยอะแยะต่าง ๆ มากมาย ปัญหาเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งสำคัญที่ต้องปูพื้นคือการเขยื้อนที่ฐาน สิ่งสำคัญที่เราจะทำคือ การแก้หนี้ทั้งระบบ นอกจากแก้หนี้เพื่อปลดล็อคให้คนไทยหายใจได้ ต่อมาเราต้องสร้างความหวังให้ประชาชน 3 ด้านมีผลโดยตรงต่อ GDP คือ
1.เกษตรกร ประกันกำไร 30% พี่น้อง SMEs พี่น้องอุตสาหกรรม Made in Thailand ต้องสนับสนุน กองทัพ Innovation กองทัพ Start Up มาเลย ความต้องการภาครัฐคือสิ่งสำคัญที่เราต้องให้เขา ทำให้เริ่มในเวทีโลกได้
2.การท่องเที่ยว เรื่องพี่น้องในภาคบริการ เรามีโครงการเรื่องสินเชื่อคนไปทำงานที่ต่างแดน ประเทศไทย ไม่เคยทิ้งคนไทย ไม่ว่าอยู่ในแผ่นดินไทย หรือแผ่นดินอื่น
3.ความหวังของคนที่วันนี้อยากเติบโตไปในระดับโลก การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เริ่มทันที
“สำคัญที่สุดอีกเรื่องไม่พูดไม่ได้ วันนี้ถ้ารัฐบาลไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือให้ต่างประเทศได้ ก็ไม่สามารถผลักดันเศรษฐกิจได้ เพื่อไทยประกาศตรงนี้ชัดเจน คอร์รัปชันไม่จบไม่เลิก ยาเสพติดไม่หมดไม่เลิก สแกมเมอร์ไม่หมดไม่เลิก” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งปลดล็อคทุกอย่าง เราพยายามรวบรวมหลายอย่าง เรื่องสวัสดิการ ครั้งแรกเรารวมข้อมูลสาธารณสุขมารวมกันคือ 30 บาท AI ในครั้งนี้เป้าหมายสำคัญที่สุด การศึกษาของไทย นวัตกรรมและงานวิจัยเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ไปด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทย





