วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'พีระพันธุ์'ปล่อยคาราวาน รทสช. ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้ ลุยหาเสียง 11จ.ใต้

'พีระพันธุ์'ปล่อยคาราวาน รทสช. ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้ ลุยหาเสียง 11จ.ใต้

“พีระพันธุ์” ปล่อยคาราวาน "รทสช." ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้ ลุยหาเสียง 11จ.ใต้ ขอโอกาส สานต่อแก้ราคาพลังงาน ตรึงราคาก๊าซ 360 บาท ทำได้จริง-ใช้คุกกลางทะเล ลงโทษคนชั่ว

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 17 ม.ค.ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)พร้อมผู้บริหารพรรค อาทิ พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธ
เทวา รองหัวหน้าพรรค นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ นายฐัฎฐิติวาสก์ เสนีย์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ ร่วมปล่อยคาราวาน“รวมไทยสร้างชาติ ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” โดยปล่อยรถเมล์เพ้นท์หมายเลขพรรค พร้อมรถกระบะล่องใต้หาเสียง 11 จ.ที่มีนายวิทยา แก้วภราดัย เป็นหัวหน้าทีม ไปช่วยผู้สมัครของแต่ละจังหวัดหาเสียง เมื่อเดินทางมาถึง นายพีระพันธุ์ กราบสักการะหลวงปู่ทวด บริเวณด้านหน้าสมาคมฯ เพื่อเป็นสิริมงคล และทักทายแฟนคลับที่เดินทางมารอให้กำลังใจ 

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบาย และยุทธศาสตร์ของพรรค ที่จะขับเคลื่อนการทำงาน ว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้ปล่อยขบวนรถไปที่ภาคอีสาน ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีเกินคาด โดยสนใจนโยบายของพรรค ทั้งเรื่องเกษตร ,การเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ และวันนี้หากไปดูป้ายหาเสียงจะเห็นว่านโยบายของเรา เช่น เรื่องของการลดค่าไฟ ค่าพลังงาน ถูกเคลมไปใช้หาเสียงจำนวนมาก ทั้งที่ตนเป็นคนทำมาก่อน แต่เวลานี้คนอื่นกลับอยากจะลดด้วย แสดงว่านโยบายนี้ที่ตนทำไว้เดินมาถูกทาง รวมถึงได้รับเสียงตอบรับจากเยาวชน สอบถาม เรื่องคุกกลางทะเล นำทุจริตคอรัปชั่น สำหรับลงโทษ คนที่ทุจริตคอรัปชั่น

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คะแนนพรรคและคะแนนสส.เขต ขึ้นมาเป็นลำดับที่3,4เกินจากความคาดหมาย เฉพาะภาคอีสานได้เกือบ 8 แสนคะแนน และครั้งนี้ เชื่อมั่นคาราวานที่ปล่อยลงใต้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ว่าเรายังเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนอย่างไม่มีถอย และคาดหวังว่าจะได้คะแนนนิยมในภาคใต้อยู่ เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคได้สส.บัญชีรายชื่อมาเยอะมาก ครั้งนี้จึงมั่นใจว่ายังมีคะแนนเสียงอยู่เหมือนเดิม เห็นได้จากเสียงตอบรับที่ส่งเข้ามาที่พรรค อีกทั้งแกนนำหลักก็ยังยืนยันทำงานอยู่กับพรรค 


นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ครั้งนี้เรามีนโยบายที่สำคัญเรื่องของการแก้วิกฤตของประเทศ และจากนโยบายของพรรค ที่ออกมามั่นใจว่าความร่วมมือของคนในพรรคและความมุ่งมั่นในการทำงาน ที่ประกาศจุดยืนดูแลประชาชน โดยเฉพาะเรื่องค่าพลังงาน ซึ่งตนไปพูดทุกเวทีและมีคนมาเคลมทั้งที่ตนเป็นคนทำ แต่ไม่เป็นไรเพราะอยากให้รู้ว่าเรามีผลงานจริงถูกเคลมจริง แต่เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าเรื่องจริงคืออะไร ตนไม่ได้เสียดาย ที่ปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและต้องพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน แต่เสียดายโอกาสที่จะแก้ปัญหา เพราะปี 2569 ได้กำหนดเอาไว้ว่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้งไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรี ราคาไม่เคยขึ้น และตรึงราคาก๊าซอยู่ที่ 423 บาท ต้นทุน 25 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ต้นทุนตกลงมาที่ราคา 20 บาท แต่ราคาพลังงานกลับขึ้นมาที่480 บาท และถ้าตนได้กลับมาทำหน้าที่อีก คำนวณไว้ว่าจะลดราคาก๊าซหุงต้ม ให้อยู่ที่ได้ 360 บาท และลดค่าไฟฟ้าต่อหน่วยลง 

“เชื่อว่า2 ปีที่เราดูแลกระทรวงพลังงาน สามารถดูแลและช่วยเหลือประชาชนทำให้ประหยัดไปได้ไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท และหากได้กลับมาทำหน้าที่จะดูแลแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง เพราะเรามีความเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ไม่เคยมีผลประโยชน์ส่วนตัว รวมถึงจะแก้ปัญหาด้านการคอรัปชั่น สังคม และทุนสีเทา อย่างจริงจัง “ นายพีระพันธุ์ กล่าว