'สว.' เข้าชื่อ 40 คน ครบ 1 ใน 5 ชง 'ประธานวุฒิสภาฯ' ยื่นศาลฎีกาฯ เชือด 'เอกวิทย์' กรรมการ ป.ป.ช. ปมรับสินบนทองคำ 246 บาท
รายงานข่าวจากสว.รายหนึ่งเเจ้งว่า ทราบว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เเจ้งสว.ทุกคนให้ได้รับหนังสือร้องเรียน ลงวันที่ 7 ม.ค. ของพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. เพิ่อขอให้สมาชิกวุฒิสภา เข้าชื่อในหนังสือเเละยื่นถึงนายมงคล สุุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาฯดำเนินการเอาผิดนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. กรณีถูกกล่าวหารับสินบนทองคำ 246 บาท โดยทบก.ปปป. ได้ดำเนินคดีกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นายเอกวิทย์ เเละพวกไปเเล้ว
รายงานข่าวเเจ้งว่าต่อมาวันที่ 9 ม.ค. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา ขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้กรรมการไต่สวนอิสระดำเนินการเเละขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนสอบสวน ป.ป.ช. คดีติดสินบนทองคำดังกล่าว โดยอ้างว่าการกระทำของพนักงานสอบสวนเเละป.ป.ช.ขัดกับกฎหมายเเละรัฐธรรมนูญ
แหล่งข่าวจาก สว. กล่าวว่า เเม้จะมีการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2568 เเต่สว.ยังสามารถดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ได้ และขณะนี้ทราบว่าสว.ลงชื่อครบ/เกินจำนวน 1 ใน 5 ของจำนวน สว.ที่มีอยู่ทั้งหมดไปเเล้ว (กฎหมายกำหนด1ใน5 คือจำนวน 40 คน )เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพราะหนังสือของพ.ต.อ.ภาคภูมิส่งถึงสว.ทุกคน เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้พิจารณา เเละขอให้สว.เสนอเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 กรณีกล่าวหานายเอกวิทย์ เพื่อขอให้นายมงคลส่งเรื่องต่อประธานศาลฎีกา เเต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวนกรณีนายเอกวิทย์เเล้ว
"ตอนนี้ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนทางธุรการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเสนอเรื่องให้นายมงคล ในฐานะทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ลงนามส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาโดยคาดว่าในเร็วๆนี้หากได้ข้อยุติ นายมงคลจะส่งเรื่องนี้ให้ประธานศาลฎีกาตามลำดับ" แหล่งข่าวจากสว.ระบุ
เเหล่งข่าวจาก สว. เเจ้งว่า หากประธานศาลฎีการับเรื่องนี้และตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวน ถือว่ากรรมการ ป.ป.ช.ถูกตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ เป็นครั้งเเรกเเละนายเอกวิทย์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีการตัดสินในกรณีนี้
เเหล่งข่าวจากสว.ระบุอีกว่า โดยขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ที่วางหลักว่า การไต่สวนกรณีกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช.นั้น กระทำได้โดยสส.,สว.หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป.ป.ช. ผู้ใดกระทําการตามมาตรา 234
(1) โดยยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง
ส่วนรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ระบุว่า เมื่อดําเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการดังต่อไปนี้ (1) ถ้าเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด
(2) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย โดยให้นําความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคหกมาใช้บังคับโดยอนุโลม
(3) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา และมิใช่กรณีตาม (2) ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และให้นําความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนึ่งการใช้มาตรา236เเห่งรัฐธรรมนูญนั้น เคยนำมาใช้เเล้วเเต่ไม่ประสบผล โดยพบว่าวันที่18มิย.2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้นำรายชื่อประชาชน2.5หมื่นคน เพื่อถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติคนหนึ่ง โดยเสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อยื่นต่อประธานศาลฎีกา ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบไต่สวน และนำไปสู่การถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.คนนั้นซึ่งสงสัยว่ามีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 236
ทว่ากรณีนี้ประธานรัฐสภาในตอนนั้นคือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้พิจารณาตีตกคำร้องนี้ จนช่วงเดือน ม.ค. 2568 มีการเผยเเพร่คลิปที่พล.ต.อ.สุรเขษฐ์เเอบอัดคลิปที่บ้านพักนายวันมูหะมัดนอร์เเล้วนำมาเผยเเพร่จนทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ตำหนิการกระทำดังกล่าวของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์





