background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'เพียงพนอ' นำทัพ ปชน.ชง 'พิมพ์ส้ม' ฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

'เพียงพนอ' นำทัพ ปชน.ชง 'พิมพ์ส้ม' ฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2569  ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐและด้านเศรษฐกิจ นำโดย น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก นายธีระชาติ ก่อตระกูล และนายทวีพล ตั้งใจรักการดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เข้ารับฟังความเห็นและแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายจากกลุ่มนักลงทุนหลายสมาคมในตลาดทุนไทย เพื่อนำเสนอ “พิมพ์ส้มตลาดทุนไทย” ของรัฐบาลประชาชน รวบรวมมุมมองจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง หาแนวทางเพิ่มความเชื่อมั่นและเสถียรภาพตลาดหุ้นไทยในระยะยาว 

สาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนมุ่งไปที่ “ปัญหาธรรมาภิบาล” นักลงทุนมองว่ายังเป็นปัจจัยกดทับความเชื่อมั่นของตลาด ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่ต้องยกระดับให้ตรวจสอบและเปรียบเทียบได้ การบังคับใช้กติกาที่ต้องชัดเจนและเสมอภาค การลดช่องว่างการใช้ดุลยพินิจในกระบวนการที่กระทบผู้ลงทุน และการทำให้กลไกความรับผิดรับชอบ (Accountability) ทำงานได้จริง

'เพียงพนอ' นำทัพ ปชน.ชง 'พิมพ์ส้ม' ฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

สำหรับแนวทางของพรรคประชาชน ระบุว่าอยู่ในชุดนโยบายตลาดทุน โดยเฉพาะนโยบาย “ฟื้นฟูความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย” ซึ่งมุ่งแก้เชิงโครงสร้าง อาทิ เสริมความเป็นอิสระของ ก.ล.ต. และยกระดับตลาดหลักทรัพย์ฯ สู่มาตรฐานสากล ควบคู่การอุดช่องโหว่เรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ล่าช้า และการกำกับดูแลรายการระหว่างกัน (RPT) เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อยมากขึ้น

นอกจากนี้ พรรคประชาชนมีนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและรับมือคดีฉ้อโกงในตลาดทุน เช่น การตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจสืบสวนคดีฉ้อโกงย้อนหลัง และรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะ การบูรณาการการทำคดีร่วมระหว่าง ก.ล.ต.–ปปง.–DSI–ตำรวจเศรษฐกิจ–อัยการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเร่งรัดคดี รวมถึงการผลักดันระบบผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบความผิดปกติจากภายในองค์กร

'เพียงพนอ' นำทัพ ปชน.ชง 'พิมพ์ส้ม' ฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

ขณะเดียวกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันเชิงระบบซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน พรรคประชาชนมีนโยบายฃเปิดเผยข้อมูลภาครัฐโดยอัตโนมัติ (ยกเว้นด้านความมั่นคง) ใช้เทคโนโลยีช่วยลดดุลยพินิจ เช่น AI Red Flag และผลักดันการปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้างทั้งระบบ รวมถึงการขยายการเปิดข้อมูลถึงช่วงบริหารสัญญา และการบังคับใช้ Integrity Pact ในโครงการขนาดใหญ่ 

ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ช่วยให้พรรคได้รับทราบปัญหาและความคาดหวังของนักลงทุนโดยตรง และจะนำข้อเสนอที่ได้รับไปประกอบการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดความเสี่ยงเชิงระบบ และสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้อต่อการพัฒนาตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน