"หัวหน้าพรรคประชาชาติ" ยันเดินหน้านโยบายนิรโทษกรรมคดีรุกป่า ปัดเอื้อนายทุนฮุบที่ แต่ต้องให้ได้รับการพิสูจน์สิทธิ์ พร้อมชูนโยบายปฏิรูปที่ดิน ให้เกษตรกรมีที่ทำกิน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ กล่าวถึงนโยบายนิรโทษกรรมการบุกรุกที่รัฐ ซึ่งเกิดจากนโยบายทวงคืนผืนป่าในสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า การนิรโทษกรรมตามนโยบายของพรรคประชาชาติ ไม่ใช่การปกป้องนายทุน หรือช่วยเหลือผู้บุกรุกป่า แต่ต้องการแก้ปัญหาที่ค้างคายาวนาน และมีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน เพราะต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมี 2 ประเด็น คือ กรณีป่าทับคน ที่เกิดจากการประกาศเขตพื้นที่ป่าทับที่ทำกินหรือที่อยู่อาศัยประขาชน ที่อยู่ก่อน และ กรณีคนทับป่า หมายถึงคนบุกรุกป่า
"พรรคประชาชาติ ต้องการแก้ปัญหาป่าทับคน โดยก่อนวันที่ 30 มิ.ย. 2541 มีการประกาศแนวเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งบางส่วนทับที่อยู่ ที่ทำกินของประชาชน ประมาณ 4.7 ล้านไร่ ซึ่งถือว่ามหาศาลมาก เนื้อที่เท่ากับบางประเทศเลยทีเดียว จนครม.มีมติเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 41 ให้ชะลอการดำเนินคดี แล้วไปพิสูจน์กันว่าคนอยู่ก่อนป่า คนบุกรุกป่าหรือป่าบุกรุกคน ซึ่งคนที่ถูกคดีบุกรุกเหล่านี้ ล้วนเป็นคนตัวเล็กตัวน้อย เสียงไม่ดังเพียงพอให้ใครได้ยิน พอมีมติครม. ก็ยุติการจับกุมจริง แต่ไม่ได้พิสูจน์สิทธิ์ให้เขาว่าเขาอยู่มาก่อนการประกาศเขตแนวป่าหรือไม่" พ.ต.อ.ทวี กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่าหลังจากการรัฐประหาร 2557 นโยบายทวงคืนผืนป่าเริ่มขึ้น มีการกวดขันจับกุม เพราะมติครม.ก่อนหน้านี้ไม่ใช่กฎหมาย ทั้งนี้มีประชาชนต้องคดี กว่า 4หมื่นคดี และมีนายทุนไม่กี่คน ดังนั้นต้องนิรโทษกรรมให้ทั้งหมด แล้วมาพิสูจน์สิทธิ์กันว่าใครอยู่มาก่อนหรือไม่ ใช้ภาพถ่ายทางอากาศ ภูมิศาสตร์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่นเอามาประกอบ
"ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเอื้อให้นายทุน เพราะไม่ได้ยกพื้นที่ หรือที่ดินให้ แต่นิรโทษกรรมคดี แล้วให้โอกาสการพิสูจน์สิทธิ์ ที่ต้องพิสูจน์กว่า 4.7 ล้านไร่ ทั้งนี้เรื่องที่ดินตอนนี้ควรเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้ว เขามีแผ่นดินเกิด เขาควรมีแผ่นดินตาย" หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าว
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินด้วยว่า ให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน อย่างพื้นที่ป่า ที่มี 135 ล้านไร่ แต่เอาเข้าจริงจากภาพถ่ายทางอากาศมีแค่ 101 ล้านไร่ แล้ว อีก 34 ล้านไร่ไม่รู้อยู่ที่ไหน หากทำที่ดินให้ชัดเจน ที่ดินจะได้ถูกใช้ประโยชน์เต็มที่ อีกทั้งประเทศไทยต้องการความมั่นคงทางอาหาร แต่ปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ เพื่อทำกินไม่ได้ ปล่อยให้กฎหมายมองที่ดินเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่ปัจจัยการผลิต ดังนั้นสิ่งต้องทำคือ ให้เกษตรกรเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ไม่ใช่ให้คนรวยกักตุนที่ดินเป็นแสนไร่





