เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2569 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กทม. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าถึงกรณีมีทนายความไปยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกรณีรูปแบบหน่วยเลือกตั้ง-ประชามติ ซ้ำซ้อน ว่า เห็นตามข่าวแล้วว่ามีการไปฟ้องที่ศาลปกครอง และประชาชนได้มายื่นที่สำนักงานฯแล้วนั้น ซึ่งรูปแบบการจัดหน่วยออกเสียงประชามติในส่วนของสำนักงานฯก่อนที่จะออกแบบหน่วยก็ได้คำนึงถึงหลักกฏหมาย และเจตจำนงในการออกเสียงของประชาชน หลักการแรก เราคำนึงคือการรักษาเจตจำนงของประชาชนในการออกเสียงว่า เขาจะลงคะแนนหมายเลขอะไร หรือถ้าประชามติก็คือเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเป็นไปตามเสียงของประชาชน
หลักการที่ 2 คือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และหลักการที่3 การบริหารจัดการให้เกิดความเรียบร้อย นั่นคือสิ่งที่เราได้คำนึงถึงในการออกแบบหน่วยทุกแบบไม่ว่าจะเป็นข้อคิดเห็นที่มายื่นที่ศาลปกครอง หรือมายื่นที่สำนักงานฯ ซึ่งเราพิจารณาทุกรูปแบบมาแล้วสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดคือ การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม และการอำนวยความสะดวกของให้ประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่าง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพราะเราใช้บังคับกฎหมาย 2 ฉบับพร้อมกันทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในหน่วยเดียวกันคิดว่าการออกแบบเช่นนี้เป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้วยืนยันตามนี้
ส่วน นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กล่าวว่า การออกแบบหน่วยได้ผ่านการพิจารณาของสำนักงานฯ และคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบแต่สุดท้ายเราก็เลือกตามแบบที่เผยแพร่ คือ จัดหน่วยในบริเวณเดียวกัน ประเด็นคือรับบัตรเลือกสส. เมื่อเลือก สส.เสร็จเดินไปลงประชามติ ซึ่งคิดว่าไม่เกิดความสับสน และเป็นการอำนวยความสะดวก และอีกประเด็นกรณีที่มีการเลือก สส. ล่วงหน้าไปแล้ว และมารอทำประชามติอย่างเดียวเราจะมีช่องทางในการให้ทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ.โดยแยกไม่ต้องเดินผ่านตรงที่มีการเลือก สส. คิดว่ามีความชัดเจน และป้องกันการสับสน อีกทั้งเราทำแบบจำลองในการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติแล้ว และจะเริ่มเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น เชื่อว่า ไม่ได้มีข้อยุ่งยากหรือเกิดความสับสนอะไร
- ย้ำเลือกตั้ง-ประชามติโปร่งใส คาดรู้ผลไม่เป็นทางการไม่เกิน 5 ทุ่ม
นายแสวง ยังกล่าวถึงการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ว่า คนไทยในต่างประเทศที่ไปใช้สิทธิที่จะถ่ายภาพการนับคะแนนบรรยากาศการใช้สิทธิการนับคะแนนได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพแต่ต้องไม่ไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งไม่ควรที่จะไปถ่ายภาพในลักษณะจ้องถ่ายที่ทำให้เจ้าที่รู้สึกว่าเหมือนถูกจับผิด นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือในการรณรงค์ออกเสียงประชามติ กฎหมายประชามติให้การคุ้มครองเรื่องของการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่การแสดงความคิดเห็นนั้นจะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ขณะนี้มีบรรยากาศการรณรงค์ที่เหมือนไปกดดันให้บุคคลตอบว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งถ้าเป็นบุคคลสาธารณะประชาชนก็ให้ความสนใจ แต่การจี้หรือไปบังคับให้เขาตอบอย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องพิจารณาว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นหรือไม่
นายแสวง กล่าวถึงการรวมคะแนน การลงคะแนน และการประกาศผลว่า มีคนตั้งข้อสังเกตว่ากกต.อาจไม่โปร่งใสในช่วงของการลงคะแนน โดยหลักการทำงานของกกต.มี 4 หลัก 1.ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ 2.อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน 3.หลักการมีประสิทธิภาพของการมีส่วนร่วม เงินฝากทุกสตางค์ที่มาจ่ายงบประมาณ 4. การมีส่วนร่วม ซึ่งประชาชนอาจไม่เห็นว่าเราทำอะไรแต่เราทำบนหลักนี้ทุกเรื่อง การรายงานผลคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงให้กับผู้สมัคร จะต้องลงให้ตรงกับที่เราไปประกาศผล นี่คือความโปร่งใสซึ่งจะมีขั้นตอนในการตรวจสอบ ในชั้นหน่วย เขต จังหวัด และกกต. ว่าทุกคะแนนตรงกับเจตจำนงของประชาชนหรือไม่
ครั้งนี้เราได้ร่วมกับสื่อในการรายงานผล โดยจะรายงานตั้งแต่คะแนนแรกที่ออกมา ทั้ง สส. และประชามติ คาดว่าไม่เกิน 23.00 น.จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ ยืนยันว่าเราทำงานด้วยความโปร่งใส และหน้าหน่วยก็จะมีการติดรายละเอียดการใช้สิทธิของผู้มีสิทธิในหน่วยนั้นและผลคะแนนที่นับได้ในหน่วยนั้นด้วย พร้อมกับจะมีการส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวเข้ามาที่จังหวัดและลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ผู้สังเกตการณ์และพรรคการเมืองก็สามารถถ่ายรูปเอกสารดังกล่าว และสามารถตรวจสอบของหน่วยเลือกตั้งอื่นทั่วประเทศได้ในระบบคอมพิวเตอร์





