2 ทศวรรษที่ผ่านมา “วัฒนา อัศวเหม” บ้านใหญ่ไม่สยบยอม “ทักษิณ ชินวัตร” เลือกตั้งกี่ครั้ง “อัศวเหม” ก็พ่ายกระแสเสื้อแดง กระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนด้วยพลังส้ม
ดังนั้น การเลือกตั้งปี 2569 บ้านใหญ่ “อัศวเหม” จึงผนึกกำลัง “เพื่อไทยปากน้ำ” จัดทีมผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ ทั้ง 8 เขตในสีเสื้อเดียวกัน
แยกเป็นบ้านใหญ่อัศวเหม 3 เขตคือ เขต 1 อัครวัฒน์ อัศวเหม เขต 2 ยงยุทธ สุวรรณบุตร และเขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์
เพื่อไทยปากน้ำหรือบ้านแดง 5 เขตคือ เขต 3 ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เขต 5 ปิยะพงศ์ เหมะ เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ เขต 7 ประชา ประสพดี และเขต 8 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์
มีผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อในนามค่าย “อัศวเหม” 2 คน ได้แก่ ต่อศักดิ์ อัศวเหม และจาตุรนต์ นกขมิ้น
การเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการสมัยที่แล้ว บ้านใหญ่ม้าทองคำเดิน 2 ขา สร้างความสับสนให้คนปากน้ำพอควร โดยสส.เขต เลือกพลังประชารัฐ และสส.บัญชีรายชื่อ เลือกภูมิใจไทย
สรุปอดีต สส.ปี 2562 ซุ้มบ้านใหญ่สอบตกหมด รวมถึงหลานชายวัฒนาอย่าง อัครวัฒน์ อัศวเหม ต่อศักดิ์ อัศวเหม และวรพร อัศวเหม
พรรคก้าวไกลชนะยกจังหวัด กวาด สส.เขต 8 ที่นั่ง และได้อันดับ 1 คะแนน สส.บัญชีรายชื่อ 447,751 คะแนน ทิ้งห่างเพื่อไทย ได้ 166,481 คะแนน
นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้งใน จ.สมุทรปราการ หลังจาก “อัศวเหม” เคยแพ้เพื่อไทยแบบยกจังหวัด
พ.ศ.นี้ สังคมเมืองปากน้ำโตเร็วมาก คอนโดฯแน่น หมู่บ้านจัดสรรหรือบ้านมีรั้วมากมายยิ่งกว่าดอกเห็ด หอพักคนงานล้นซอย นี่คือเหตุผลที่บ้านใหญ่ ทั้งค่ายอัศวเหม และค่ายชินวัตรพ่ายยับ
หากประเมินแบบหยาบๆ “เพื่อไทย+บ้านใหญ่” ชนะส้มได้นั้น เอาเข้าจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อส่องลึกตัวเลขผลคะแนนรายเขต
พลิกไปดูผลคะแนนปี 2566 เมื่อนำคะแนนของผู้สมัคร สส.เพื่อไทย และค่ายอัศวเหม มารวมกันแล้วก็ยังแพ้ “อดีต สส.ส้ม” มีทั้งหมด 5 เขต
เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองสมุทรปราการ บ้านใหญ่+แดง แพ้ส้มอยู่นับหมื่นคะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมืองสมุทรปราการ บ้านใหญ่+แดง แพ้ส้มอยู่แค่พันคะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.เมืองสมุทรปราการ บ้านใหญ่+แดง แพ้ส้มเกือบ 2 หมื่นคะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.บางพลี บ้านใหญ่+แดง แพ้ส้มประมาณ 2 หมื่นคะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.บางพลี และอ.บางเสาธง บ้านใหญ่+แดง ก็แพ้ส้มเกิน 2 หมื่นคะแนน
มีเพียง 3 เขตเลือกตั้งโซนชายขอบเมืองปากน้ำ ที่นำคะแนนบ้านใหญ่รวมกับพรรคแดง แล้วเอาชนะพรรคส้มได้
เขตเลือกตั้งที่ 6 อ.พระประแดง
ฝั่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีบ้านใหญ่ 2 ตระกูลคือ “กุลเจริญ” และ “รัศมิทัต” ก่อนหน้านั้น ตระกูลรัศมิทัต อยู่ค่ายน้ำเงิน แต่วันนี้วางมือชั่วคราว เพราะครูใหญ่มองข้ามหัวคนทำงาน
ส่วน ฐาปกรณ์ กุลเจริญ อดีต สส.สมุทรปราการ ปี 62 หลานชายของ สนิท กุลเจริญ อดีต สส.สมุทรปราการ ทิ้งค่ายอัศวเหม ย้ายเข้าค่ายน้ำเงิน ในสังกัดธนกร วังบุญคงชนะ
ปีนี้ เพื่อไทย ส่ง นฤมล ธารดำรงค์ อดีต สส.สมุทรปราการ ปี 54 ต้องแข่งกับน้ำเงินและส้ม
เขตเลือกตั้งที่ 7 อ.พระสมุทรเจดีย์ และ อ.พระประแดง (เฉพาะตำบลบางจาก)
ไพลิน เทียนสุวรรณ อดีต สส.สมุทรปราการ ปี 62 ตัวแทนตระกูลเทียนสุวรรณ ทิ้ง รทสช.เข้าค่ายน้ำเงิน สายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
สมัยที่แล้ว บ้านใหญ่ส่ง ต่อศักดิ์ อัศวเหม ลงเขตนี้ แต่ได้แต้มน้อยกว่าไพลินเยอะ หนนี้ ต่อศักดิ์ขยับขึ้นบัญชีรายชื่อ ค่ายแดง
ประชา ประสพดี อดีต สส.สมุทรปราการ ตัวตึงเสื้อแดง ยังหวังที่จะกลับสภาฯ ซึ่งเกมนี้ไม่ง่าย สู้ทั้งกระแสส้มและบ้านใหญ่เทียนสุวรรณ
เขตเลือกตั้งที่ 8 อ.บางบ่อและ อ.บางเสาธง
อดีตพระเอกดัง กรุงศรีวิไล สุทินเผือก แยกทางกับบ้านใหญ่อัศวเหมเข้าพรรคกล้าธรรม
เพื่อไทยส่ง สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต สส.สมุทรปราการ ลงวัดฝีมือกับกรุงศรีวิไลอีกรอบ
ทั้งโซนพระประแดง พระสมุทรเจดีย และข้ามมาทางบางบ่อ ระบบ “อุปถัมภ์” ยังใช้ได้ผลดี จึงทำให้คะแนนอดีตผู้สมัคร สส.บ้านใหญ่-เพื่อไทย รวมกันแล้วมีแต้มเหนือส้ม
ที่สำคัญ มันเป็น 3 เขตที่ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย(บ้านใหญ่+แดง) ต้องแข่งกับ “คนกันเอง” จึงตัดแต้มกันไปโดยปริยาย
หากกระแสพรรคส้ม ยังแรงปาน “พายุเฮอริเคน” เหมือนปี 2566 โมเดลรวมกันเราอยู่ของ “วัฒนา-ทักษิณ” อาจจบลงด้วย “รวมกันตายหมู่” ทั้ง 8 เขต





