background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

‘พรรครักชาติ’ เปิดเพลงหาเสียง ‘ฮาย อาภาพร’ ร้อง ชูเต้น ดันเด็กไทยโกอินเตอร์

‘พรรครักชาติ’ เปิดเพลงหาเสียง ‘ฮาย อาภาพร’ ร้อง ชูเต้น ดันเด็กไทยโกอินเตอร์

พรรครักชาต เปิดตัวเพลงหาเสียง ร้องโดย ฮาย อาภาพร ปรับทำนองเพลงเชฟบ๊ะ ชัยวุฒิ เฉลย เต้นเพื่อดันคนรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกตามนโยบาย เจษฏ์ เผย เล็งตั้งสำนักงานบันเทิงไทยสากล สร้างคนดัง ของจะขายได้ตามมา

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3, นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4, นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค, นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 เบอร์ 9 และนางสาวชมกมล วงศ์ชุติโรจน์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 30 เบอร์ 13 รวมถึงผู้สมัคร สส.กทม.จากเขตอื่น ๆ เข้าร่วมกิจกรรม "รักชาติเริ่มที่การรับฟัง" ณ สวนสาธารณะบางแคภิรมย์ แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ นำเสนอนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงไทย โดย หัวหน้าพรรค ได้นำโชว์ การเต้น ประกอบเพลงพรรค "รักชาติ 35" ซึ่งเพลงดังกล่าว ได้ปรับแต่งเนื้อร้อง และทำนองมาจาก เพลง "เชฟบ๊ะ" ของคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ โดย คุณฮาย อาภาพร ได้เป็นผู้ขับร้องและได้สอนท่าเต้นให้อีกด้วย

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ได้ออกมาเฉลยจากกรณีที่มีคนถามว่า เราเต้นทำไม? ต้องขอบคุณน้องๆ ที่ออกมาเต้น ผมได้เห็นหลายๆ คลิป วันนี้ อยากจะบอกคนรุ่นใหม่ และ ผู้ปกครองทุกท่านว่า พรรครักชาติเรามีนโยบาย ที่อยากสร้างบุตรหลานของท่าน หรือคนรุ่นใหม่ คนไทย เข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้ไประดับโลกสร้างนักแสดงนักร้องดังๆ มีอินฟูเอนเซอร์ ดังๆ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยขายความเป็นไทยไประดับโลก   

นายเจษฏ์ กล่าวว่า นโยบาย มีชื่อว่าบันเทิงไทยไปบันเทิงโลก โดยการจัดตั้งสำนักงานบันเทิงไทยสากลเพื่อพัฒนาส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิง เพื่อเอาไปผนวกการส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว การทุ่มงบจ้างต่างชาติหรือจัดอีเวนต์บันเทิงระยะสั้น ไม่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเสนอให้ตั้งหน่วยงานสนับสนุนบันเทิงไทยสู่สากล เน้นเฟ้นหาและพัฒนาทักษะคนไทยที่มีใจรัก ในวงการบันเทิง ให้มีชื่อเสียงในระดับโลก เมื่อ "คน" ดัง "ของ" จะขายได้ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทย, ต้มยำกุ้ง, ข้าว, ทุเรียน หรือ แฟชั่นไทย จะสามารถเพิ่มมูลค่าได้มหาศาล (จับข้าวให้เป็นทอง) งานบันเทิงไม่ใช่แค่การเต้นหรือการแสดง แต่คือทรัพย์สินทางปัญญา และ การตลาดที่ทรงพลังที่สุดในการหาเงินเข้าประเทศและสร้างชาติ

ขณะที่นายฐิติพันธ์ กล่าวว่า ตนเองเคยเป็นนักร้องมาก่อน การจัดตั้งสำนักงานบันเทิงไทย สากลต้องให้คนที่อยู่ในวงการบันเทิง เข้ามาบริหาร ไม่ใช่ภาคราชการ เพราะเขาจะเข้าใจระบบงาน และไม่สามารถทำงานได้จริง สิ่งนี้จะทำให้เราใช้เงินน้อยลง แทนที่เราจะใช้เงินไปกับการจัด โรดโชว์ อีเวนต์  ท่องเที่ยวไทย แต่เอาคนที่เราสร้างขึ้นมา เป็นคนดังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ มาโปรโมตสินค้า โปรโมตแรเทศของเราอันนี้ใช้เงินไม่มากเหมือนอีเวนต์ซอฟพาว์เวอร์ ประหยัดงบประมาณประเทศได้มาก

ส่วนนายทัศนัย ระบุถึงบทบาทของพรรคว่า จะทำหน้าที่เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวก (Facilitator) เคลียร์เส้นทาง และเฝ้าดูการทำงาน มากกว่าจะเป็นผู้ลงมือสร้างคอนเทนต์เอง โดย "สำนักงานบันเทิงไทยสากล" เป็นโครงสร้างการบริหารจัดการที่แตกต่าง ไม่ให้ภาครัฐเป็นผู้ดำเนินงานโดยตรง แต่จะสร้างสถาบันขึ้นมาและดึง "คนทำงานจริง" หรือผู้ที่มีประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมบันเทิงเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อให้การผลักดันศิลปินและอุตสาหกรรมบันเทิงไทยไปสู่สากลเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด แก้ปัญหาการดำเนินงานที่ไม่ตรงจุดซึ่งอาจเกิดขึ้นจากระบบราชการเดิม

ด้านนายฐิติพัฒณ์ ได้เผยถึงวิสัยทัศน์ของพรรค ที่มุ่งเน้นการให้โอกาสเยาวชนไทยที่มีความฝันอยากเข้าสู่วงการบันเทิง โดย จัดตั้ง Academy หรือ โรงเรียน เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ให้ไประดับโลก สะท้อนปัญหาจากประสบการณ์ตรงในฐานะเด็กที่ตน เป็น ต่างจังหวัดที่เรียนจบนิเทศศาสตร์ โดยตอนเด็ก ระบุ ว่า ต้นทุนการเรียนทักษะพิเศษ (ร้องเพลง, เต้น, การแสดง) มีราคาสูงมาก เฉลี่ยชั่วโมงละ 1,500 - 3,000 บาท เพื่ออยากเข้าสู่วงการบันเทิง ทำให้เด็กจำนวนมากขาดโอกาส ซึ่งพรรครักชาติจะสนับสนุนด้วยการสร้าง Academy เพื่อเป็นพื้นที่ฝึกฝนและลดภาระค่าใช้จ่าย ให้เด็กไทยทุกคนที่จบการศึกษาชั้น ป.6 ที่มีความฝันมาสอบเข้าโรงเรียนนี้เพื่อพัฒนาสามารถเข้าถึงการเรียนรู้และก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิงได้อย่างเต็มที่    

สำหรับ นโยบาย บันเทิงไทย ไปบันเทิงโลก ของพรรครักชาติ มี 2.ส่วนที่สำคัญ คือ

1.การสร้างสำนักงานบันเทิงไทยสากล

2. การตั้งโรงเรียน Academy เพื่อฝึกฝนทักษะให้กับเด็ก เยาวชน เพื่อนำมาปั้นเข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิง (ให้โอกาส เด็กทุกคนที่มีความสามรถ และมีความฝัน มาเดินในอาชีพ วงการบันเทิง )

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังจบการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรืไม่เป็นรัฐบาล พรรครักชาติจะมีการเปิดโครงการ รับสมัครน้องๆที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปมาคัดเลือก เข้าสู่academy เพื่อเรียนการแสดงและทางพรรค จะคัดเลือก น้องๆ เพื่อมาเป็นนักแสดงโดยพรรครักชาติจะผลิตซีรีส์ ปั้นนักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด ภายใต้การดำเนินการของ พี่เล็กน้อย ณณิญา พรหมเงิน กรรมการบริหารพรรค ซึ่งคุณเล็กน้อย ก็คือ คนที่ปลุกปั้นคนในวงการบันเทิงหลายคน เคยเป็นมือขวา ของคุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์ แห่งช่อง 3 และอดีตผู้บริหารฝ่ายละครช่อง 8 ที่ปั้นดารามาหลายคน และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังละครชื่อดัง อย่างบุพเพสันนิวาสด้วย