background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'ธนาธร' ดึง 'พิธา' หาเสียงโค้งท้าย - ถ้า ภท.ที่ 1 ปชน.เป็นฝ่ายค้าน

'ธนาธร' ดึง 'พิธา' หาเสียงโค้งท้าย - ถ้า ภท.ที่ 1 ปชน.เป็นฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงกลยุทธ์ในการหาเสียงของพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า กลยุทธ์หนึ่งที่ถือเป็นไฮไลท์การหาเสียงของพรรค ปชน.คือการกลับมาช่วยหาเสียงในประเทศไทยของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายธนาธร กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมานายพิธา ได้ช่วยพรรคหาเสียงกับคนไทยที่อย่าในต่างประเทศทั้งในสหรัฐ และในยุโรป ซึ่งในต่างประเทศการเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักรนั้น ถือว่ามีผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหลายแสนคน หลังจากที่หาเสียงในต่างประเทศเสร็จแล้ว นายพิธาจะกลับมาช่วยพรรคหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย จะมีเวทีใหญ่ในหลายจังหวัดรวมทั้ง กทม.

นายธนาธร กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้ายโดยเฉพาะในช่วง 4-7 วันสุดท้ายของการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่เห็นได้ว่าจะมีการใช้กลยุทธ์สร้างความกลัว (Create Fear) และสงครามข่าวสารเพื่อโจมตีพรรค เช่น การส่งคนเพียงไม่กี่คนมาแสดงท่าทีต่อต้านเพื่อให้เป็นข่าว แต่ในความเป็นจริง เมื่อลงพื้นที่ กำลังใจจากประชาชนที่เข้ามาสนับสนุน นำอาหารและน้ำมาให้ หรือเข้ามากอด มีมากกว่าคนที่มาต่อต้านนับร้อยเท่า แต่สิ่งเหล่านี้มักไม่เป็นข่าว ก็อยากให้สื่อนำเสนอข่าวอีกด้านด้วย

'ธนาธร' ดึง 'พิธา' หาเสียงโค้งท้าย - ถ้า ภท.ที่ 1 ปชน.เป็นฝ่ายค้าน

สำหรับความสำคัญของการเลือกตั้งในครั้งนี้คือการเลือกที่ประชาชนต้องมีความชัดเจนว่าจะเลือกเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ จากวาระที่พรรคประชาชนนำเสนอ หรือจะเลือกวาระที่นำเสนอโดยพรรคอื่นๆ โดยในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายนี้พรรคจึงมีการวางแผนเปลี่ยนจากเฟสที่ให้คนรับรู้ว่าเรา "สู้กับอะไร" มาสู่เฟส "รัฐบาลประชาชนจะทำอะไร" โดยเปลี่ยนจากการตั้งคำถาม (Why) มาเป็นการโชว์ความพร้อมในการบริหารผ่านทีมเศรษฐกิจ และนโยบายที่ทำมาอย่างละเอียด

นายธนาธร ตอบคำถามด้วยว่าว่าหากพรรคอื่น เช่น ภูมิใจไทย ได้อันดับ 1 พรรคก็พร้อมจะยอมรับและถอยไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะถือว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับวาระหรือสไตล์การทำงานของพรรคนั้นมากกว่า แต่ถ้าพรรคประชาชนได้อันดับ 1 พรรคก็จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เพราะเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมให้มีครั้งที่ 3 แล้วว่าเมื่อพรรคอันดับ 1 ชนะการเลือกตั้งแต่ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

"ประชาชนจะไม่ยอมให้มีครั้งที่ 3 ที่มีการบิดเบือนเจตจำนงประชาชน และเชื่อว่าปัจจัยที่ไม่มี สว. มาขวาง จะทำให้เสียงของประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริง” นายธนาธร กล่าว

'ธนาธร' ดึง 'พิธา' หาเสียงโค้งท้าย - ถ้า ภท.ที่ 1 ปชน.เป็นฝ่ายค้าน

นายธนาธร กล่าวด้วยว่า การเตรียมพร้อมเป็นรัฐบาลนั้นพรรคเตรียมตัวมาตั้งแต่ปี 2566 หลังทราบผลการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคเป็นพรรคที่ได้อันดับหนึ่งแล้ว แม้ว่าพรรคต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่คำถามก็คือในวันนั้นเราพร้อมเป็นรัฐบาลหรือไม่ คำตอบในวันนั้นอาจยังไม่พร้อม แต่พรรคก็ได้เริ่มเตรียมการอย่างเป็นระบบทันที โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไป พรรคมีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการบริหารประเทศ โดยระยะเวลาตอนนั้นเรามองไปใน 4 ปีข้างหน้า แต่การเลือกตั้งเกิดขึ้นก่อนประมาณ 1 ปี ซึ่งถือว่าพรรคก็มีความพร้อมแล้วในขณะนี้

"หน้าที่ของผมคือ ส่งมอบรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับประชาชน พรรคไม่ได้มีแค่คำถามว่าทำไมต้องเปลี่ยน หรือแค่ Why อีกต่อไป แต่ได้เตรียมการอย่างหนักในเรื่องของจะทำอย่างไรให้นโยบายเกิดได้หรือ How และใครจะเป็นคนทำ Who พรรคเราเตรียมความพร้อมและลงลึกในส่วนนี้ เพราะการบริหารประเทศไม่สามารถอาศัยเพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่ต้องมีโครงสร้างการทำงานและทีมงานที่พร้อมปฏิบัติจริง” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมาย ได้มีการยกร่างเตรียมไว้แล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งมีแผนงานหรือโรดแมปในระดับปฏิบัติการอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น การปฏิรูปพลังงาน ซึ่งพรรคได้จัดทำเอกสารเชิงลึกและโรดแมป ตั้งแต่ขั้นตอนการแยกบัญชีไปจนถึงเป้าหมายสุดท้ายในการพัฒนาตลาดซื้อขายพลังงาน รวมถึงการรวบรวมข้อมูลเชิงอุตสาหกรรมในสาขาต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การผลิตชิปที่สามารถทำได้ต่อเนื่อง โดยทีมงานของพรรคได้หารือกับทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเอกชนรายใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการตอบรับในทิศทางที่ดี เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการปรับตัวและปฏิรูปโครงสร้างเดิมนำไปสู่ทิศทางของการพัฒนาที่ดีขึ้น