เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) สำนักงานใหญ่ กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า จัดกิจกรรม “เปิดหลังบ้าน IT ประกันสังคม” โดยมีการเชิญบุคลากรจากแวดวง IT เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการจัดสรรงบประมาณด้าน IT ของสำนักงานกองทุนประกันสังคม มูลค่ากว่า 850 ล้านบาท
โดยกิจกรรมในวันนี้ เริ่มต้นด้วยนำเสนอจากตัวแทนกองทุนประกันสังคม เกี่ยวกับการปรับระบบไอทีที่ผ่านมาของสำนักงานกองทุนประกันสังคม ไปถึงรายละเอียดทางเทคนิค วิธีการดำเนินงาน อุปสรรค รวมถึงวิธีการใช้งบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานกองทุนประกันสังคมที่เกี่ยวกับด้านไอที โดยระหว่างการนำเสนอ ได้มีการร่วมแลกเปลี่ยนจากผู้ร่วมรับฟังการนำเสนออย่างเข้มข้น ทั้งในแง่ของการตั้งคำถามต่อวิธีการดำเนินงานของสำนักงานฯ การดำเนินการที่มีปัญหา การตั้งสเปกที่ชวนให้ตั้งคำถาม และข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงในอนาคตต่อไป
ในช่วงหนึ่งของการสนทนา นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี บอร์ดประกันสังคม สัดส่วนลูกจ้าง กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ได้ร่วมแลกเปลี่ยนโดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญของประกันสังคมในรอบปีที่ผ่านมา คือการเปลี่ยนระบบไอทีครั้งใหญ่ กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 2.8 ล้านล้านบาท เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนมากกว่า 15 ล้านคน มีเงินเข้าปีหนึ่งมากกว่า 3 แสนล้านบาท ดูแลเงินสิทธิประโยชน์กว่า 1 แสนล้านบาท มีค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานมากกว่า 5 พันล้านบาททุกปี และที่สำคัญคือเป็นหน่วยงานรัฐที่มีงบประมาณด้านไอทีสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ
การจัดงานเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความพยายามและการทำงานของอนุกรรมการไอที โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลในโครงการที่มีการตั้งข้อสงสัยในวันนี้ เชื่อว่าจะมีผลทำให้ทุกอย่างเดินไปในทางที่บวกมากขึ้นได้ ขณะที่บางคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงไม่ประชุมกันในบอร์ด แต่เหตุผลว่าทำไมต้องมาฟ้องประชาชนและทำให้เรื่องสาธารณะ ก็เพราะเรื่องนี้ลำพังบอร์ดอย่างเดียวไม่สามารถผลักดันได้ 100% แต่หลังจากการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงในทางที่บวกขึ้นบอร์ดก็น่าจะสามารถผลักดันอะไรได้เยอะขึ้น
นายษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการทำงานของบอร์ดประกันสังคมได้รับการสนับสนุนผลักดัน โดยที่หลายเรื่องมีเจ้าหน้าที่และข้าราชการที่ต้องการเห็นสำนักงานฯ ดีขึ้นในทุกระดับร่วมสนับสนุน แต่ที่ไม่ให้ความร่วมมือก็มี โดยเฉพาะในสิ่งที่มีผลประโยชน์มากและไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ก็ต้องยอมรับว่า บอร์ดประกันสังคมฝ่ายพวกตนก็ต้องใช้พลังเยอะเหมือนกันในการทำให้ทุกอย่างมีความเป็นปกติมากขึ้น
นายษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่มีการพูดคุยกันในวันนี้ ที่หลายคนร่วมแลกเปลี่ยนว่าเป็นการติดบั๊กของระบบ หากจะทำให้ดีขึ้นเป็นสิ่งที่อยู่เหนืออำนาจของบอร์ด แต่เป็นอำนาจของรัฐบาล คือการการทำให้องค์กรมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นด้วยการนำออกนอกระบบราชการ อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างโปร่งใสมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าสำนักงานฯ ยังค้างอยู่กับระบบแบบนี้ สิทธิประโยชน์หลายอย่างก็จะติดขัด ไม่ได้รับการผลักดันอย่างที่สมควรเป็น
"ที่สำคัญที่สุด สิ่งที่บอร์ดประกันสังคมฝ่ายลูกจ้างวันนี้พอที่จะทำได้ และควรที่จะมีการทำต่อไปในอนาคต คือการทำให้ทุกคนเห็นข้อมูลและทำให้การใช้จ่ายเป็นที่ตรวจสอบได้โดยสาธารณะต่อไป ในอนาคตอาจจะเกิดได้ยากขึ้นแล้ว หากมีการแก้ไขระเบียบเลือกตั้งเพื่อกีดกันทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งอยู่ในชั้นประชาพิจารณ์" นายษัษฐรัมย์ กล่าว





