background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘อรรถวิชช์’ จี้ รัฐ แบน ‘อิตาเลียนไทย’ แนะ กรมบัญชีกลาง ล้อมคอกเข้มขึ้น

‘อรรถวิชช์’ จี้ รัฐ แบน ‘อิตาเลียนไทย’ แนะ กรมบัญชีกลาง ล้อมคอกเข้มขึ้น

“อรรถวิชช์” จี้รัฐตัดสิทธิ์ “อิตาเลียนไทย” รับงานรัฐ เสนอเกณฑ์ “ค่าเสียหายเชิงลงโทษ” แบบอเมริกา เอาให้ผู้รับเหมาเข็ดหลาบ แนะ กรมบัญชีกลาง ปรับเงื่อนไข ขึ้นบัญชีดำ รับงานหลวง จ้างช่วงไม่ได้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงถึงกรณีโศกนาฏกรรม เครนถล่ม ซ้ำซ้อน 2 เหตุการณ์ภายใน 24 ชั่วโมง ทั้ง โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ อ.สีคิ้ว และโครงการทางด่วนพระราม 2 ซึ่งมีผู้รับเหมาคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า ชี้ชัดมาตรฐานความปลอดภัยของผู้รับเหมามีปัญหา มีประวัติเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก รวมถึงกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มในอดีต รัฐบาลต้องหยุดไม่ให้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้สิทธิ์รับงานโครงการของรัฐ

นายอรรถวิชช์ ยังยกตัวอย่างกรณีสหรัฐอเมริกาเน้นมาตรการแรง ในปี 2562 เกิดเหตุเครนถล่มที่เมืองซีแอตเทิล (ตาย 4 เจ็บ 3) ศาลสั่งปรับผู้รับเหมาเป็นค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive Damages) ปรับในอัตราที่สูงถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ราว 5,000 ล้านบาท ทำให้วงการก่อสร้างเข็ดหลาบและไม่กล้าละเลยความปลอดภัย

“ขอให้ศาลยุติธรรมพิจารณาหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษ ตามแนวทางที่สภาผู้บริโภคเสนอ เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักว่า หากประมาทจนทำให้คนตาย ต้นทุนที่ต้องจ่ายจะสูงกว่าการลงทุนทำระบบความปลอดภัย”

รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวด้วยว่า กรมบัญชีกลาง ควรปรับปรุงเงื่อนไขสัญญาการละทิ้งงาน ให้เข้มงวดขึ้น หากตรวจพบว่าการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยที่เพียงพอ หน่วยงานรัฐต้องมีอำนาจสั่งหยุดงานขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ละทิ้งงานได้ทันที ไม่ต้องรอให้งานล่าช้าจนใกล้ถึงวันสิ้นสุดสัญญา พร้อมย้ำว่าตามกติกาการรับงานหลวงไม่สามารถจ้างช่วงต่อได้ เว้นแต่จะเป็นการจดทะเบียนในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture: JV) มาตั้งแต่ต้น หากเป็นการรับงานคนเดียวแล้วไปซับงานต่อให้บริษัทจีนเป็นทอดๆ ถือว่าทำไม่ได้ ยกเว้นเพียงการจ้างแรงงานเท่านั้น