วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ผู้สมัคร สส.ปชน.เตือนคนในมีอีก 2 หมายจับ จี้รู้ตัวชิงรับผิดก่อน

ผู้สมัคร สส.ปชน.เตือนคนในมีอีก 2 หมายจับ จี้รู้ตัวชิงรับผิดก่อน

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของ พรรคประชาชน (ปชน.) ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ หรือ “สส.ปอนด์” ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) ตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 196/69 ลง 13 ม.ค.69  ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฯฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน”  ได้ที่บ้านพักย่านนวลจันทร์ ถ.นวมินทร์ กทม. โดยจับกุมได้เย็นวานนี้ (14 ก.ค.)

วันเดียวกัน พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล หรือ “โอ๊ต” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 พรรค ปชน. สามี น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือ “ทนายแจม” ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 พรรค ปชน. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อีก 2 หมายรอรับแรงกระแทก ถ้ารู้ว่าทำผิด ทำให้พรรคเสียหาย แสดงความรับผิดชอบก่อนได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอให้ออกหมายจับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในโพสต์ดังกล่าว มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุนพรรค ปชน.จำนวนไม่น้อย สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า มีแนวโน้มสูงว่า พรรค ปชน.รับรู้ข้อมูลมาโดยตลอดใช่หรือไม่ ว่าใครบ้างที่เคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว แต่กลับไม่ดำเนินการทำอะไร โดยอ้างว่าไม่มีพยานหลักฐาน ส่งผลให้พรรค ปชน.ต้องเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 12.50 น. พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊กไปแล้ว

ผู้สมัคร สส.ปชน.เตือนคนในมีอีก 2 หมายจับ จี้รู้ตัวชิงรับผิดก่อน

ภายหลังตำรวจบุกจับกุมผู้สมัคร สส.ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว 2 ครั้งในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ก่อนหน้านี้คือนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ หรือ “แบงค์” ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรค ปชน. ที่ถูกตำรวจจับเมื่อ 29 ธ.ค. 2568 กล่าวหาว่าพัวพันคดีฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด และล่าสุดคือกรณีนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรค ปชน. ซึ่งทั้งคู่มิใช่สมาชิกใหม่ แต่อยู่กับพรรคมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งปี 2566 ยุคพรรคก้าวไกลแล้ว โดยนายบุญฤทธิ์ เคยเป็นผู้ช่วย สส.กทม.เขต 33 มาก่อน ขณะที่นายรัชต์พงศ์ เคยเป็น สส.ตาก เขต 2 พรรคก้าวไกล มาแล้วด้วย

ล่าสุด  พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล โพสต์เพิ่มเติม แสดงความเสียใจต่อประชาชนสำหรับโพสต์ก่อนหน้านี้ที่ตนเองลบออกไปจากโลกโซเชียล โดยระบุว่า สำหรับกรณีการออกหมายจับผู้สมัครที่เป็นข่าว ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนและเชียร์พรรค ซึ่งอาจรู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับตามตรงว่าตัวผมเองก็รู้สึกผิดหวังกับเรื่องราวเหล่านี้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ผมเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจ ผมขอยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรถูกมองว่าเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการบังคับใช้กฎหมาย นั่นคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร หากมีการกระทำความผิด ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลหรืออำนาจใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการที่ผมยืนยันมาโดยตลอดว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องเท่าเทียม เป็นธรรม และอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐ ในประเด็นเรื่อง “หมายจับ” ขออธิบายให้สังคมเข้าใจว่า ในปัจจุบันการดำเนินการมีอยู่ 2 กรณีหลัก คือ

1.) คดีที่มีอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี เจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกก่อน โดยปกติจะเรียกอย่างน้อย 2 ครั้ง

2.) คดีที่มีอัตราโทษเกิน 3 ปี สามารถขอหมายจับจากศาลได้ทันที เนื่องจากถือเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง

ที่ผ่านมา หมายจับที่มีลักษณะการเข้าจับกุมอย่างอึกทึกครึกโครม ส่วนใหญ่มักเป็นคดีในกรณีที่สอง สิ่งที่ผมมีความกังวล คือ ในหลายกรณีที่มีการออกหมายจับและเข้าจับกุมต่อหน้าสาธารณชน กลับพบภายหลังว่า อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งหมายความว่าบุคคลเหล่านั้นไม่ได้กระทำความผิดตามกฎหมาย แต่ความเสียหายต่อชื่อเสียงและชีวิตได้เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อมีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ในภายหลัง ก็มักพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง ส่งผลให้ไม่อาจเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง นี่จึงเป็นปัญหาและช่องว่างสำคัญในกระบวนการยุติธรรม (ส่วนใหญ่จึงไม่ฟ้องกลับ)

ผมจึงเห็นว่า ในอนาคต การออกหมายจับควรมีความรอบคอบและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการออกหมายจับควรเป็นข้อยืนยันได้ว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอจนเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดจริง และควรลดโอกาสการสั่งไม่ฟ้องจากอัยการ หรือการยกฟ้องจากศาลให้น้อยที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

สำหรับกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่พบประวัติหรือหมายจับของผู้ต้องหามาก่อนจนกระทั่งถูกจับและกลายเป็นข่าวนั้น สาเหตุเนื่องมาจากคดีที่มีอัตราโทษสูง (เกิน 3 ปี) สามารถยื่นขอหมายจับจากศาลได้โดยตรงโดยไม่ต้องออกหมายเรียก และเมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว หากยังไม่มีการบันทึกเข้าสู่ระบบสารสนเทศออนไลน์ ก็จะไม่ปรากฏข้อมูลในระบบ

ดังนั้น หากมีการขอหมายจับในช่วงเวลากลางคืน และดำเนินการเข้าจับกุมในเช้าวันถัดมา ก็อาจเกิดขึ้นได้โดยที่ยังไม่ปรากฏข้อมูลหมายจับในสารบบกลางแต่อย่างใด ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน รวมถึงตัวผมเองด้วยครับ

ประวัติการทำงาน พ.ต.ท.ธีรวัตร์ 

2566-2568 สารวัตร (สอบสวน) หัวหน้างานคดี สน.สายไหม
2564-2566 สารวัตร (สอบสวน) งานตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจจราจร
2563-2564 สารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5
2562-2563 สารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง
2561-2562 นายเวร (สบ2) ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
2559-2561 รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สน.ลุมพินี
2558-2559 รองสารวัตรสืบสวน สน.ทองหล่อ
2557-2558 รองสารวัตรสืบสวน สน.มีนบุรี
2556-2557 รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สน.มีนบุรี
2554-2556 พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.พญาไท

ที่มา ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล - Thirawat Panyatammakul