ยิ่งใกล้โค้งสุดท้ายเข้ามา พรรคเพื่อไทย ยังคงเข้มข้นกับยุทธศาสตร์ “พายุหมุนอาจารย์เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปั่นกระแสแต้มนิยมของพรรคเพื่อไทย โดยมีธงคือ ตั้งเป้าเบอร์หนึ่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
จับตาสมการการเมือง หลังการเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 2569 หากพรรคการเมือง 3 ก๊ก แดง-น้ำเงิน-ส้ม ไม่มีก๊กใดได้เสียงทะลุเป้าถึง 200 อัปแน่นอนว่าจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องดึงก๊กใดก๊กหนึ่งร่วมเป็นตัวแปรตั้งรัฐบาล
แม้จะยังไม่รวมผล สส.บัญชีรายชื่อ แต่ก็เพียงพอทำให้ “เพื่อไทย” มีพลังต่อรอง โดยไม่หลุดเป้าต่ำกว่าอันดับ 2
บรรดาคีย์แมน และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พยายามสื่อสารมุมบวกผ่านหน้าสื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้สมการไม่เอาคนการเมืองสีเทา ไม่เอาคอร์รัปชัน ยึดการเมืองแนวสุจริต เดินหน้าปราบสแกมเมอร์ พร้อมลุยแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน
ทว่าการสำรวจผลโพลชั้นนำตามหน้าสื่อ พรรคเพื่อไทยกลับยังไม่สามารถขึ้นสู่พรรคเบอร์หนึ่งได้ และตัวแคนดิเดตนายกฯ เชน ก็ยังไม่สามารถทะยานขึ้นนายกฯเบอร์หนึ่งได้
แม้พรรคเพื่อไทย จะยังมีกระแสตามหลังพรรคประชาชนในหลายผลโพล แต่ยังอยู่ในอันดับรองๆ ของการเลือกตั้งทั้งคะแนนตัวพรรคและการสนับสนุนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอยู่ในอันดับกลางๆ ของผลสำรวจ
ทว่ายุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ยังคงวาง “ยศชนัน” ออกหน้าสื่อผ่านเวทีดีเบต จนถึงช่วงโค้งสุดท้าย มีตารางคิวเดินสายออกสื่อกระแสหลักประชันหลักคิดนโยบายสู้กับพรรคคู่แข่ง จนถึงวันที่ 5 ก.พ. 2569 ก่อนเข้าคูหาหย่อนบัตรทางการ 8 ก.พ. 2569
ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ไร้จุดแข็งในการออกสื่อผ่านเวทีดีเบต ทั้ง “เศรษฐา ทวีสิน” และ “แพทองธาร ชินวัตร” เลือกใช้การลงพื้นที่หาเสียงเป็นหลัก ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเพลี่ยงพล้ำพ่ายศึกเลือกตั้งแก่พรรคสีส้ม
การถอดบทเรียนศึกเลือกตั้งครั้งที่พ่ายแพ้ให้พรรคก้าวไกลครั้งก่อน เพราะการสื่อสารที่ไม่สามารถยึดกุมหัวใจคนส่วนใหญ่ได้ ในช่วงโค้งสุดท้าย
ดังนั้น ศึกเลือกตั้งรอบนี้ค่ายแดง จึงวาง “ยศชนัน” ที่มีจุดแข็ง ไหวพริบในการตอบคำถามและวาทศิลป์ทางการเมือง ใช้ภาพความนุ่มนวลมากกว่าสร้างความขัดแย้ง เพื่อปั่นกระแสสร้าง “พายุเชน” แปรเปลี่ยนเป็นพลังพายุแดง เพื่อชิงและดึงแต้มจากค่ายส้ม อย่าง “พรรคประชาชน” ซึ่งเป็นพรรคตัวเต็งที่จะกอบโกยคะแนนกระแสและแต้ม สส.บัญชีรายชื่อ เป็นอันดับ 1
หลายเวทีดีเบต แม้ผู้ดำเนินการรายการจะเป็นสื่อมวลชนมากประสบการณ์ พยายามบี้ด้วยการชงคำถามเรื่องการจับขั้วตั้งรัฐบาล เพื่อให้ “ยศชนัน” ตอบแบบผูกมัดทางการเมือง หรือตกหลุมพลางทางการเมือง
แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นการสื่อสารที่ยังคงเปิดทางเลือกหลายๆ ทาง ในการร่วมงานกับหลายพรรคการเมือง ภายใตัเงื่อนไข คีย์เวิร์ด นโยบายตรงกันเดินไปด้วยกับพรรคได้
“ยศชนัน” ระบุล่าสุด ที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างหาเสียงเมื่อ 14 ม.ค. 2569 ว่า หากเลือกคนมาทำงานต้องเป็นคนสุจริต เราไม่เอาเทาและไม่เอาคอร์รัปชัน
ภาพที่ปรากฎออกสื่อ ยุทธศาสตร์ค่ายแดง ทิ้งไพ่ปั่นแต้มกระแส ให้ “ดร.เชน” ดึงแต้มบวกช่วงโค้งสุดท้าย ด้วยการเดินสายดีเบตในเมืองกรุงในช่วงแรก มากกว่าออกหาเสียงในต่างจังหวัดที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรค ก็เพื่อต้องการให้ “กระแสติดลมบน” จุดติดใน 2 สัปดาห์สุดท้าย
แน่นอนการเดินสายหาเสียงในแถบภาคอีสาน จะเกิดขึ้นในโค้งสุดท้ายโดยเฉพาะอีสานเหนือ-อีสานกลาง-อีสานใต้ อย่างแน่นอน ทั้ง ร้อยเอ็ด-อุดรธานี - ขอนแก่น - อุบลราชธานี - ศรีสะเกษ - สุรินทร์ รวมทั้งภาคกลาง ถูกจัดวางให้ “ยศชนัน” ไปตอกย้ำเรือธง จึงถูกห้องเครื่องของพรรคอัดโปรแกรมให้ ”ยศชนัน“ ปั่นผ่านเวทีปราศรัยใหญ่หลังปลุกเรตติ้งผ่านเวทีดีเบต
การประกาศหวังปักธง สีแดง โคราช เพิ่มขึ้นจากยอดเดิม 12 ที่นั่งมากขึ้นกว่าเดิม เท่ากับเป็นการต่อยอดปั่นกระแสโดยส่ง "ยศชนัน" ขี่กระแส ”พายุแดง“ - ”พายุเชน” ใช้พลังดีเบตและปราศรัยอัดนโยบายเต็มเหนี่ยวในภาคอีสานและภาคเหนือในโค้งสุดท้าย ก่อนเดิมพันชิงนำเบอร์หนึ่งจัดตั้งรัฐบาลจากค่ายน้ำเงินและค่ายส้ม





