วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

เลขา กกต.เตือนกลุ่มรณรงค์ อย่ากดดันผู้สมัคร สส.จุดยืนประชามติ

เลขา กกต.เตือนกลุ่มรณรงค์ อย่ากดดันผู้สมัคร สส.จุดยืนประชามติ

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มรณรงค์ประชามติไปตระเวนสอบถามผู้สมัคร สส.ถึงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วมีการนำไปโพสต์ผ่านออนไลน์ในลักษณะเป็นคุณเป็นโทษต่อผู้สมัคร ว่า ในกรณีสอบถามเฉพาะจุดยืนสามารถทำได้ ยังไม่เห็นข้อเท็จจริง แต่การไปสอบถามจุดยืนบางคนอาจจะอยากให้สอบถามและเต็มใจตอบ แต่หากผู้สมัครบางรายรู้สึกถูกข่มขู่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจไม่สะดวกตอบคำถามนี้ แต่กลุ่มรณรงค์กลับเอาไมค์ไปจี้แล้วนำไปโพสต์ จะต้องไปดูว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดหรือไม่ บางอย่างเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลว่า บุคคลได้รับผลกระทบจากบุคคลอื่นไปรุกล้ำ กล้ำกรายสิทธิ ต้องดูเป็นกรณีไป

เมื่อถามว่ากลุ่มที่จะไปรณรงค์ประชามติหากจะไปสอบถามประชาชน ขอบเขตสามารถทำได้มากน้อยเพียงไหนเพื่อไม่ให้เป็นการข่มขู่คุกคาม นายแสวง กล่าวว่า กฎหมายประชามติคือเสรีภาพกว้างกว่าสิทธิ แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ไปลิดรอนเสรีภาพของผู้อื่น การลิดรอนอาจจะไม่ผิดกฎหมายประชามติ แต่อาจจะไปผิดกฎหมายอาญา ตามกฎหมายประชามติหากจะใช้เสรีภาพ ขออย่าทำผิดในการโกหก ใส่ร้าย ให้ข้อความอันเป็นเท็จ

"กฎหมายประชามติมีอยู่ว่าอย่าไปใช้ข้อความอันเป็นเท็จ ถ้าเป็นคดีอาญาต้องบอกว่าอย่าไปลิดรอนสิทธิคนอื่นเขา คนอื่นเขาก็ต้องการความเป็นส่วนตัว เราไปบังคับให้เขาตอบอย่างนี้มันจะเป็นความผิดหรือไม่" นายแสวง กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีกลุ่มรณรงค์ประชามติไปเช็คจุดยืนผู้สมัครพรรคการเมืองต่าง ๆ ตามเวทีดีเบต ในมุมมองของเลขาธิการ กกต. เห็นด้วยหรือเห็นต่างอย่างไรกับการรณรงค์ในลักษณะนี้ นายแสวง กล่าวว่า ไม่มีความเห็น แต่ขอให้รณรงค์ตามกฎหมาย กกต.ยินดี และสนับสนุนที่จะให้มีการรณรงค์ ให้ประชาชนได้มีข้อมูลให้มากที่สุด ส่วนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยให้เป็นเรื่องของแต่ละกลุ่ม อย่ามาถามว่าเห็นด้วยกับกระบวนการนั้น หรือกระบวนการนี้หรือไม่คงไม่ได้ เพราะการรณรงค์ของทุกกลุ่ม มีที่ยืนของแต่ละฝ่ายอยู่แล้วว่าคิดอะไรอยู่ กกต.เพียงแต่รักษาสนามให้การแข่งขันหรือการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่าการถามจุดยืนสามารถทำได้แต่อย่าให้ผิดกฎหมาย ส่วนการพิมพ์ข้อความว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยบนบรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อสินค้านั้น สามารถทำได้เพราะเป็นวิธีการรณรงค์อีกอย่างหนึ่ง