ปชน.เปิดตัว 'อิสริยะ' ผู้บริหารรัฐบาลประชาชน คุมเศรษฐกิจใหม่

ปชน.เปิดตัวผู้บริหารรัฐบาลประชาชนเพิ่มอีก 'อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์' อดีตผู้บริหารไลน์แมน-วงใน ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 5 ปชน. คุมด้าน 'เศรษฐกิจใหม่'
KEY
POINTS
- พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัวนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ อดีตผู้บริหารจากภาคเอกชน เข้าร่วมทีมบริหารรัฐบาลประชาชนเพื่อดูแลด้านเศรษฐกิจใหม่
- นายอิสริยะชี้ปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน (ไซโล) ของระบบราชการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ จึงตั้งเป้าปฏิรูปรัฐเพื่อสร้างเสถียรภาพและฟื้นความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
- เสนอนโยบาย "รัฐแพลตฟอร์ม" โดยให้รัฐสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาบริการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน และลดต้นทุนของรัฐ
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัว "ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน" ในแคมเปญ The Professionals เพิ่มเติม ได้แก่ นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ เครือธุรกิจไลน์แมน และวงใน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ลำดับที่ 5 เป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านเศรษฐกิจใหม่
โดยพรรค ปชน.เปิดเผยวิสัยทัศน์ของนายอิสริยะ ระบุว่า ทำงานภาคเอกชนมา อยู่ในภาคธุรกิจมานานพอสมควร มีความรู้ประสบการณ์ค่อนข้างพร้อม การตัดสินใจเข้ามาร่วม เราก็ต้องมีความตั้งใจจริงที่อยากจะเข้ามาเปลี่ยนประเทศไทย ในประเด็นสำคัญเรื่องการปฏิรูปรัฐ การที่พรรคประชาชนเปิดตัวทีมบริหารล่วงหน้า ก็ถือว่าเป็นก้าวย่างแบบใหม่ที่ทำให้การเมืองไทยเห็นสัญญาณว่าจะขยับไปจากจุดเดิม
ระบบการบริหารราชการแผ่นดินในอดีตมีหลายพรรคมาตั้งรัฐบาล แล้วก็มีโควตารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงแยกกันไป จะต่อรองเก้าอี้กันยังไง แล้วพอวางโควตากันเสร็จ ก็ต่างคนต่างทำ ไม่ยุ่งกัน คิดว่าโมเดลนี้มันไม่เวิร์กแล้ว นี่เป็นปัญหาสำคัญที่หลายคนเห็นตรงกัน ว่าแม้ไทยจะมีจุดแข็งหลายอย่าง แต่จุดอ่อนสำคัญกลับซ่อนอยู่ในภาครัฐ นั่นคือการทำงานแบบไซโล ต่างคนต่างทำ ยิ่งเจ้ากระทรวงมาจากคนละพรรคการเมือง ความเชื่อมโยงของนโยบายกับข้อมูลยิ่งไปกันคนละเรื่อง และเมื่อนำสิ่งเหล่านี้มาทาบกับไทม์ไลน์วิกฤตการเมืองไทยใน 2 ทศวรรษ ผลก็คือ เราแทบไม่เคยมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ
สิ่งที่เกิดจากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ไม่ใช่แค่การเมืองไม่เข้มแข็ง แต่ความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากต่างชาติก็ลดน้อยถอยลง ของดีในประเทศไทยก็ไม่มีช่องทางไปอวดโฉมบนเวทีโลก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการปฏิรูปการเมืองใหม่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถึงต้องทำไปพร้อมๆ กัน
"เหตุผลหนึ่งที่ผมเข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาชน เพราะว่าผมเห็นความหวัง ประเทศไทยยังมีฐานที่ดีอีกหลายเรื่อง ขาดแค่การบริหารจัดการที่ดี การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ เป็นการตัดสินอนาคตประเทศไทย ถ้าตัวรัฐบาลเอง ตัวผู้บริหารประเทศเอง มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพในการทำงาน ถ้าระดับหัวตั้งต้นถูกต้อง กลไกรัฐต่างๆ บริษัทเอกชนต่างๆ ก็จะไล่ลงมาเอง" นายอิสริยะ ระบุ
นายอิสริยะ ระบุอีกว่า ถ้ารัฐบาลไม่มีปัญหาคอร์รัปชัน ทำงานมีประสิทธิภาพ เข้าใจภาคเอกชน เชื่อว่าภาคเอกชนเองก็จะลดต้นทุนในการทำธุรกิจลงไปได้เยอะมาก ไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ อนุมัติอะไรต่างๆ ได้เร็วกว่าเดิมเยอะ คิดว่าความเชื่อมั่นจะกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเอกชนไทยหรือต่างชาติก็ตาม
"ผมเชื่อว่าถ้าต้นตั้งต้นของรัฐบาลที่ถูกต้อง ความหวังยังมี และยังไม่สายเกินไป เรายังไม่ได้เป็นรัฐล้มเหลวขนาดนั้น ผมคิดว่ายังกลับมาได้" นายอิสริยะ ระบุ
นายอิสริยะ เปิดเผยเพิ่มเติมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตอนไปถ่ายคลิปของพรรค นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส ชวนคุยหลากหลายประเด็นมาก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ นโยบายการต่างประเทศ ฯลฯ เรียกได้ว่าถ่ายเสร็จคือแทบหมดแรง เพราะต้องตื่นตัวตลอดเวลา ตามคำถามของนายสุทธิชัยให้ทัน แต่ประเด็นที่อยากเน้นคือ ทุกวันนี้มันไม่มีนโยบายด้าน digital แบบเดี่ยวๆ โดดๆ อีกแล้ว (ถ้าสักเมื่อ 20 ปีก่อนอาจจะใช่) เพราะ digital แทรกซึมไปในทุกอณูของชีวิต มันกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกม เป็นตัว enabler ให้เราสามารถสร้างระบบรัฐ และการทำงานของภาคเอกชนที่ดีขึ้นได้แบบก้าวกระโดด แบบที่รัฐในอดีตไม่เคยสามารถทำได้
นี่จึงเป็นที่มาของนโยบาย รัฐแพลตฟอร์ม ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ ว่ารัฐจะคิดแค่เปลี่ยนช่องทางเป็น digital อย่างเดียวไม่พอ ไม่อย่างนั้นจะเจอปัญหา "อายุน้อย 100 แอพ" มีแอพภาครัฐซ้ำซ้อนมากมายเต็มไปหมด ที่ใช้งานไม่ได้จริง หรืออาจล็อกอินไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ
รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากตัวเองทุกอย่าง มาเป็นการทำเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทาง digital ที่มีแต่ "รัฐเท่านั้นที่ทำได้" แล้วดึงภาคเอกชน ดึงภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มใหม่นี้
ถ้าลองสังเกตดู นโยบายเศรษฐกิจ นโยบายทางสังคมของพรรคประชาชนหลายๆ ข้อจะอิงอยู่บนหลักคิดเดียวกันนี้ รัฐจะไม่ทำเอง แต่จะดึงภาคเอกชนเข้ามาแก้ปัญหา เข้ามาทำงานแทน โดยรัฐจะเตรียมฐานไว้ให้ แล้ว "ให้คูปอง" หรือ subsidize จูงใจให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการของภาคเอกชนอีกที
วิธีการนี้ ภาคเอกชนได้ประโยชน์ สร้างตลาดในประเทศ สร้างการจ้างงานที่ดี สร้าง Good Jobs ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ ได้ใช้บริการที่ดี มีคุณภาพจากภาคเอกชน ที่เกิดจากการแข่งขันของระบบตลาด ดีกว่ารัฐไปทำบริการเองแน่ๆ รัฐก็ได้ประโยชน์ในภาพรวม โดยจ่ายต้นทุนน้อยกว่า เงินรั่วไหลยากกว่า ทุกคน win-win-win







