กกต.จับมือ TikTok ให้ ปชช.เข้าถึงข้อมูลเลือกตั้ง-ประชามติ

กกต.จับมือ TikTok ให้ ปชช.เข้าถึงข้อมูลเลือกตั้ง-ประชามติ

กกต.จับมือ TikTok สื่อสารประชาชน เข้าถึงข้อมูลเลือกตั้ง-ประชามติ เชื่อเกิดการแข่งขันเป็นธรรม ลดใส่ร้าย 'แสวง' เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบต.ตัวเลขดีขึ้น โนโหวต 2 จังหวัด

KEY

POINTS

  • กกต. ร่วมมือกับ TikTok เพื่อประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติแก่ประชาชน
  • TikTok จะเปิด "ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้ง" (Election Center) เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบโดยตรงจาก กกต.
  • ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ (Fake News) การใส่ร้ายป้ายสี และสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงภาพรวมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) และ ส.อบต.เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวน 22,814,030 คน โดยการเลือกตั้งนายก อบต. ผู้มาใช้สิทธิ์ 16,075,164 คิดเป็น 70.46 เปอร์เซ็นต์  ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.อบต. 25,170,136 คน ผู้ออกมาใช้สิทธิ 17,592,239 คน คิดเป็น 69.89 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเกินที่คาดหมายเอาไว้ ส่วนจำนวนบัตรเสียก็น้อยลง เป็นจำนวนตัวเลขที่ดีทุกชนิดทั้งเปอร์เซ็นต์และบัตรเสีย เรื่องโนโหวตที่มีมากกว่า มี 2 แห่ง ที่จังหวังสงขลา และกระบี่ มีผู้สมัคร 7 คน แต่โนโหวตมีมากกว่านั่นก็ต้องไปเลือกตั้งกันใหม่ แล้วผู้สมัครคนเดิมก็ไม่สามารถสมัครได้

เมื่อถามถึงกรณีที่จังหวัดอ่างทองมีการโหวตโนมากกว่าผู้สมัครนั้น นายแสวง กล่าวว่า ยังไม่ได้ความข้อมูลชัด แต่อย่างที่ทราบหลักการเดียวกัน ถ้ามีไม่ประสงค์ลงคะแนนมากกว่าจำนวนคะแนนที่ผู้สมัครจะต้องเลือกตั้งใหม่ และผู้สมัครคนเดิมจะไม่สามารถสมัครได้  ต้องมีการสมัครใหม่และเลือกตั้งใหม่

  • กกต. จับมือ TikTok  สื่อสาร ปชช. เข้าถึงข้อมูลเลือกตั้ง-ประชามติ

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. สำนักงาน กกต. และบริษัท TikTok ประเทศไทย แถลงข่าวความร่วมมือ ในการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569  โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ หรือ Director of Public Policy TikTok Thailand ร่วมแถลงข่าว

เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า สำนักงาน กกต. มีภารกิจสำคัญในฐานะผู้รับผิดชอบการเลือกตั้ง เป็นรากฐานสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย โดยต้องบริหารจัดการ และการกำกับดูแลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ จะมีขึ้น ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ทั้งนี้ โลกยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและทุกภาคส่วน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ 

เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า กกต. มุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้การทำงานด้านการศึกษาประชาสัมพันธ์ถูกต้อง รวดเร็ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ที่สำคัญ คือ เพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ให้ประชาชนเชื่อมั่นและได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องครบถ้วน โดย แพลตฟอร์มติ๊กต๊อกเป็นการสื่อสารทางโซเชียลและเป็นที่นิยม มีจุดเด่นที่เป็นการสร้างวิดีโอสั้น หรื คลิปให้ความรู้ เชิญชวนสร้าง Content สนุกสนาน เฮฮา รวมทั้งการทำ Challenge ต่างๆ เพื่อการโฆษณาและแชร์บนโลกออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็กต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างกันจะเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้มีความทันสมัย และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนในยุคดิจิทัล

ส่วน นางชนิดา กล่าวว่า TikTok เชื่อการปกป้องความสุจริต โปร่งใสของการเลือกตั้งปี 2569 คือ ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน โดย TikTok เป็นพื้นที่ที่คนไทยหลายล้านคนใช้แสดงความคิดเห็น ซึ่งสิ่งสำคัญจะต้องดูแลความปลอดภัย และทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงความจริงได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมี กกต. เป็นผู้ถือกติกา และเป็นเจ้าของข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูล ที่ถูกต้องเหล่านั้นไปสู่ประชาชน   จึงเตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้ง หรือ Election Center อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 15 มกราคมนี้ เพื่อทำหน้าที่นำผู้ใช้ไปยังเนื้อหาเนื้อหาที่เป็นทางการ และผ่านการตรวจสอบโดยตรงจาก กกต.  ขณะเดียวกัน ยังมีเทคโนโลยีในการติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI พร้อมกับมีเครื่องมือที่สามารถให้ผู้ใช้รายงานข้อมูลที่เข้าใจผิดได้ นอกจากนี้ ยังมีการอบรมออนไลน์ให้กับนักการเมือง เพื่อสร้างความเข้าใจในการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ด้วย

นายแสวง กล่าวด้วยว่า สิ่งที่อยากจะเห็นจากความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวไปเร็วมาก การศึกษาการสื่อสารถึงประชาชน ขณะนี้ประชาชนแทบจะเป็นผู้สื่อข่าวเอง ซึ่งในคลิปวิดีโออาจจะมีทั้งข้อเท็จจริงและความรู้สึก อาจทำให้เกิดบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้นจนเลยเถิดไปได้ ทำให้ต้องใช้เครื่องมือแบบนี้ในการสร้างบรรยากาศการแข่งขัน เพื่อปกป้องการแข่งขันให้เป็นธรรมและปกป้องผู้สมัครก่อนจะถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ส่วนแนวทางในการป้องกันการใส่ร้ายป้ายสีนั้นทางแพลตฟอร์ม TikTok มีคนดูแลชุมชนของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบเรื่องที่เป็น Fake News หรือกล่าวใส่ร้าย และคาดว่าเรื่องเหล่านี้จะลดน้อยลง หรืออาจไม่มีเลยก็ได้ 

ส่วนนางชนิดา กล่าวเสริมว่า TikTok มีหลักเกณฑ์ชุมชนให้ผู้ใช้งาน และมีการตรวจสอบและมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจำกัดการแพร่กระจายข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อกระบวนการเลือกตั้งอยู่แล้ว ยืนยันว่า จะมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และหากบัญชีผู้กระทำความผิดอยู่ในต่างประเทศ  ก็มีกลไกในการตรวจจับและดำเนินการกับผู้ใช้บัญชีนั้นนั้นอยู่แล้ว