เลขา กกต.เตือนทุกพรรค โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ระวังเรื่องหาเสียง

เลขา กกต.เตือนทุกพรรค โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ระวังเรื่องหาเสียง

'แสวง' เตือนทุกพรรคโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ระมัดระวังเรื่องหาเสียง เผยปมมวลชนป่วน 'ธนาธร' สอบอยู่ หากใส่ร้าย-คุกคาม เข้าข่ายผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • กกต. ตรวจพบสื่อหาเสียงออนไลน์ 5 คลิป และ 34 ข้อความ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งเนื่องจากใช้ถ้อยคำก้าวร้าวรุนแรง
  • เลขาธิการ กกต. เตือนทุกฝ่ายให้ระมัดระวังการหาเสียงที่สร้างความสับสน เกลียดชัง หรือใส่ร้ายป้ายสีในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
  • มีการตรวจสอบกรณีร้องเรียนต่างๆ เช่น การข่มขู่คุกคามผู้ช่วยหาเสียง และการสกรีนเสื้อข้อความโจมตีพรรคการเมือง
  • กกต. ย้ำว่าหากพบพรรคการเมืองหรือผู้สมัครอยู่เบื้องหลังการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จะต้องถูกดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะทำงานติดตามการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิคส์ (E-War Room) ที่การตรวจสอบคลิปภาพและเสียงเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งว่า จากการตรวจสอบพบมี 5 คลิป และ 34 ข้อความโพสต์ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือใช้ข้อความก้าวร้าว รุนแรง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานฯ หากมีการเสนอเข้ามา แล้ว กกต. เห็นชอบตามนั้น จะดำเนินการต่อไป

เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า ปกติแล้วการทำคลิปหรือการเขียนข้อความ ปกติแล้วผู้สมัครจะไม่ใช่คนทำ เพราะเป็นหลักฐานอย่างดีในการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนมากผู้ทำจะเป็นประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง เพื่อให้บรรยากาศการแข่งขันมีความเป็นประชาธิปไตย อย่าสร้างความสับสน เกลียดชัง ใส่ร้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการสกรีนเสื้อเป็นข้อความเลือกพรรคหนึ่ง ไม่เลือกอีกพรรคหนึ่งนั้น นายแสวง กล่าวว่า อาจจะเป็น 1 ใน 34 ข้อความที่กำลังตรวจสอบอยู่ 

ส่วนกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีปรากฏภาพกลุ่มบุคคลแสดงอาการข่มขู่คุกคาม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ที่เข้าร่วมดีเบตที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่นั้น นายแสวง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำร้อง แต่ได้รับแจ้งจาก กกต. จ.ชลบุรี ว่า ได้รับคำร้องแล้ว ต้องแยก 2 อย่าง คือ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง และผิดกฎหมายบ้านเมืองด้วยหรือไม่ หากเป็นการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองจะเป็นลักษณะการหมิ่นประมาท จะต้องส่งให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป แต่หากเป็นกฎหมายเลือกตั้ง จะเป็นลักษณะการใส่ร้าย คุกคามหรือข่มขู่ให้ลงคะแนนออกเสียง ให้ผู้สมัครใดหรือพรรคการเมืองใด ต้องดูลักษณะพฤติการณ์ ทั้งนี้ คงจะไม่ปล่อยผ่านเพราะ กกต. ต้องทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งดีไปจนถึงวันเลือกตั้ง นับวันหลังจากนี้คงจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ก็ต้องรักษาระดับเอาไว้ให้ได้ 

เมื่อถามว่า หากพบว่าผู้กระทำผิดมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครอยู่เบื้องหลังจะมีความผิดหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า หากเป็นการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูพฤติกรรมว่าสิ่งที่ทำนั้น ผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน และเมื่อเป็นสำนวนแล้ว ผิดหรือถูกก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่หากเป็นความไม่พอใจของประชาชนที่ไปรวมตัวกัน แล้วทำพฤติการณ์ผิดกฎหมาย ก็มีความผิดอยู่แล้ว เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย 

ซักอีกว่ากรณีที่หลายพรรคการเมืองมีการโต้ตอบกันเข้มข้นมากขึ้นในช่วงนี้นั้น นายแสวง กล่าวว่า หากเป็นการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นไปโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายการใส่ร้ายก็สามารถทำได้ทั้งนั้น คงไม่ต้องไปเตือนกัน เพราะทุกคนก็พยายามจะหาคะแนนเสียง อะไรที่เป็นคะแนนเสียงได้ไม่ผิดกฎหมาย ทุกคนก็ต้องทำ เพียงแต่อย่าให้เลยกรอบของกฎหมาย