เอฟเฟ็กต์ ‘ท่าชะมวงโมเดล’ เดิมพัน'ศึก3เส้า’ สนามสงขลา

เอฟเฟ็กต์ ‘ท่าชะมวงโมเดล’   เดิมพัน'ศึก3เส้า’ สนามสงขลา

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอฟเฟ็กต์ “ท่าชะมวงโมเดล” กำลังสะท้อนสะท้อนนัยการเมืองที่น่าสนใจ และมองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะการเลือกตั้งสนามใหญ่ที่กำลังจะเกิดในวันที่ 8 ก.พ.นี้ 

KEY

POINTS

  • ปรากฏการณ์ ‘ท่าชะมวงโมเดล’ คือการที่ผลคะแนนโหวตโน (ไม่ประสงค์ลงคะแนน) ในการเลือกตั้ง อบต.ท่าชะมวง จ.สงขลา ชนะผู้สมัครเพียงรายเดียวอย่างถล่มทลาย หลังจากผู้สมัครอีกคนถูกยิงเสียชีวิต
  • เอฟเฟกต์จาก ‘ท่าชะมวงโมเดล’ ถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง สส.สงขลา ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบ ‘ศึกสามเส้า’ ระหว่างพรรคภูมิใจไทย, กล้าธรรม และประชาธิปัตย์
  • โมเดลดังกล่าวสะท้อนถึงพลังของประชาชนที่พร้อมจะปฏิเสธนักการเมืองที่ไม่เป็นที่ยอมรับหรือมีภาพลักษณ์ "สีเทา" ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของชาวสงขลาในสนามเลือกตั้งใหญ่
  • การเลือกตั้ง สส.สงขลา 9 ที่นั่งจึงเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ 3 พรรคใหญ่ โดยมีปรากฏการณ์ ‘ท่าชะมวงโมเดล’ เป็นตัวแปรที่อาจส่งผลต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครในแต่ละเขต

ผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา ที่กำลังสร้างปรากฎการณ์ “ปลายปากกา” ชนะ “กระสุน” หลังหลายพื้นที่ีมีตัวเลข “โหวตโน” หรือคะแนน“ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ที่มีมากกว่าผู้ที่ได้รับชัยชนะ

ที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุด หนีไม่พ้น สนามอบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ หลังมีผู้มาใช้สิทธิ์โหวตโนถึง 6,598 คน หรือคิดเป็น 61.57% ซึ่งมากกว่าคะแนนของผู้สมัครหมายเลข 1 ที่ได้เพียง 2,913 คะแนน

ปรากฏการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจากผู้สมัครอีกคนถูกยิงเสียชีวิตก่อนวันเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้เหลือผู้สมัครเพียงคนเดียว

เช่นเดียวกับที่ อบต. เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่คะแนนโหวตโน ชนะผู้ที่ได้รับคะแนนอันดับหนึ่ง

แน่นอนว่า ปรากฎการณ์ “ท่าชะมวงโมเดล” ไม่เพียงเรียกเสียงฮือฮา และสะท้อนนัยการเมืองจ.สงขลา ท่ามกลางการจับตาไปถึงสนามอื่นๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่เพียงเท่านั้น

แต่ความน่าสนใจยังอยู่ตรงที่ หากย้อนกลับไปในช่วงศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ทั่วประเทศ 47 แห่ง เมื่อช่วงเดือน ก.พ.2568 ที่ผ่านมา 

ตามข้อมูลทางการ จากการรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พบว่า จ.สงขลา ถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ในบรรดาจังหวัดที่มีจำนวน “บัตรเสีย” และ“บัตรไม่เลือกผู้สมัครคนใด” ในระดับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยครั้งนั้น จ.สงขลา มีผู้ “โหวตโน” ถึง 86,855 ใบ คิดเป็น 12.63% จากจำนวนผู้ใช้สิทธิ  เป็นรองแค่นครราชสีมา ที่มีบัตรโหวตโนสูงถึง 110,934 ใบ คิดเป็น 9.60% ของผู้ใช้สิทธิ

จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น “ถาวร เสนเนียม”อดีตสส.เขต 6 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรมช.มหาดไทย อ่านสถานการณ์ว่า เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ และไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสะท้อนพลังการตัดสินใจของประชาชน ที่เลือกใช้สิทธิ์ “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” หรือ Vote No แม้จะมีผู้สมัครเพียงรายเดียว

อีกทั้งเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนว่า ความชอบธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพียงเพราะไม่มีคู่แข่ง

ในมุมของ “อดีตสส.สงขลา” ยังเชื่อมโยงกรณี “ท่าชะมวง” กับภาพรวมการเมืองระดับจังหวัด และระดับประเทศ โดยเฉพาะกระแสวิพากษ์เรื่องการเมือง “สีเทา” และนักการเมืองที่มีคดี หรือถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)อายัดทรัพย์ แม้ในทางกฎหมายจะยังไม่สิ้นสุดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ในมิติทางจริยธรรม ประชาชนมีสิทธิ์ตัดสินใจไม่ยอมรับ

“การโนโหวตไม่ใช่การนิ่งเฉย แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้นักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ไม่โปร่งใสเข้ามาบริหารบ้านเมืองหรือท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปี”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอฟเฟ็กต์ “ท่าชะมวงโมเดล” กำลังสะท้อนสะท้อนนัยการเมืองที่น่าสนใจ และมองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะการเลือกตั้งสนามใหญ่ที่กำลังจะเกิดในวันที่ 8 ก.พ.นี้ 

9 ที่นั่ง สส.สงขลา จะเป็น “ศึกสามเส้า”ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กล้าธรรม และประชาธิปัตย์ โดยมีพรรคประชาชนซุ่มรอจังหวะเป็นตาอยู่ คว้าที่นั่งสส.ไปครอง 

ส่องลึก 9 เขต เขต 1 "สรรเพชญ บุญญามณี" แชมป์จากภูมิใจไทย ชนกับ “พิเชษฏฐ์ พัฒนโชติ”จากพรรคประชาธิปัตย์ 

เขต 2 ถูกจับตาว่า จะเป็นเขตที่แข่งกันดุเดือด โดย “ศาสตรา ศรีปาน”แชมป์เก่า จากภูมิใจไทย ชนกับ“จุรี นุ่มแก้ว” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ ยังมี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ พรรคประชาชน เป็นคู่แข่งสำคัญ 

เขต 3 “สมยศ พลายด้วง” แชมป์เก่าจากภูมิใจไทย ชนกับ “ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา” จากพรรคประชาธิปัตย์ 

เขต 4 “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว”แชมป์เก่าจากพรรคกล้าธรรม ที่กำลังเจอศึกหนักถูกเชื่อโยงธุรกิจสีเทา รอบนี้ต้องไปชนกับ “สิทธิพัฒน์ เสนเนียม”บุตรชาย“วินัย เสนเนียม”และเป็นหลานชายของ“ถาวร”ลงชิงในนามประชาธิปัตย์

เขต 5 หลัง “เดชอิศม์ ขาวทอง” แชม์เก่า และเป็นแม่ทัพสงขลาพรรคกล้าธรรม แม้จะวางมือ แต่เจ้าตัวได้ส่งลูกชาย “เสือ”วงศ์วชิร ขาวทอง ลงรักษาที่นั่ง 

อีกเขตที่น่าสนใจ เขต 6 “น้ำหอม” สุภาพร ขาวทอง  ภรรยาเดชอิศม์ เว้นวรรค โดยส่งลูกชายอีกคน “มังกร” บารมี ขาวทอง

ลงชิง โดยต้องไปชนกับ“โบ๊ต อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” อดีตรองโฆษกรัฐบาล แห่งพรรคภูมิใจไทย 

เขต 7 “หนุ่ย”ณัฐชนน ศรีก่อเกื้อ แชมป์เก่าจากพรรคภูมิใจไทย ลงรักษาแชมป์อีกหนึ่งสมัย ชนกับ "ศิริโชค โสภา"คู่แข่งเก่า จากพรรคประชาธิปัตย์

เขต 8 พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ จากพรรคกล้าธรรม ลงรักษาแชมป์อีกหนึ่งสมัย

และ เขต 9 ภายใต้การเดินเกม 2 ขา ของ “เดชอิศม์” ที่ส่งลูกชาย 2 คน ลงชิงในนามพรรคกล้าธรรม ขณะที่ลูกชายอีกคน “สิงโต" ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง แชม์เก่า ลงชิงในนามประชาธิปัตย์ ดูเหมือนจะมีความมั่นใจ เนื่องจากไม่มีคู่แข่งจากพรรคกล้าธรรม 

ท่ามกลางสัญญาณการเมืองที่กำลังดำเนินในเวลานี้ จากเอฟเฟ็กต์“ท่าชะมวงโมเดล” ที่สร้างปรากฎการณ์“ปลายปากกา”ชนะ“กระสุน” จะส่งผลไปถึงการเมืองสนามใหญ่ ในวันที่ 8 ก.พ.นี้มากน้อยเพียงใด ต้องติดตาม!