วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เอฟเฟ็กต์ ‘ท่าชะมวงโมเดล’ เดิมพัน'ศึก3เส้า’ สนามสงขลา

เอฟเฟ็กต์ ‘ท่าชะมวงโมเดล’   เดิมพัน'ศึก3เส้า’ สนามสงขลา

ผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา ที่กำลังสร้างปรากฎการณ์ “ปลายปากกา” ชนะ “กระสุน” หลังหลายพื้นที่ีมีตัวเลข “โหวตโน” หรือคะแนน“ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ที่มีมากกว่าผู้ที่ได้รับชัยชนะ

ที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุด หนีไม่พ้น สนามอบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ หลังมีผู้มาใช้สิทธิ์โหวตโนถึง 6,598 คน หรือคิดเป็น 61.57% ซึ่งมากกว่าคะแนนของผู้สมัครหมายเลข 1 ที่ได้เพียง 2,913 คะแนน

ปรากฏการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจากผู้สมัครอีกคนถูกยิงเสียชีวิตก่อนวันเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้เหลือผู้สมัครเพียงคนเดียว

เช่นเดียวกับที่ อบต. เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่คะแนนโหวตโน ชนะผู้ที่ได้รับคะแนนอันดับหนึ่ง

แน่นอนว่า ปรากฎการณ์ “ท่าชะมวงโมเดล” ไม่เพียงเรียกเสียงฮือฮา และสะท้อนนัยการเมืองจ.สงขลา ท่ามกลางการจับตาไปถึงสนามอื่นๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่เพียงเท่านั้น

แต่ความน่าสนใจยังอยู่ตรงที่ หากย้อนกลับไปในช่วงศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ทั่วประเทศ 47 แห่ง เมื่อช่วงเดือน ก.พ.2568 ที่ผ่านมา 

ตามข้อมูลทางการ จากการรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พบว่า จ.สงขลา ถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ในบรรดาจังหวัดที่มีจำนวน “บัตรเสีย” และ“บัตรไม่เลือกผู้สมัครคนใด” ในระดับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยครั้งนั้น จ.สงขลา มีผู้ “โหวตโน” ถึง 86,855 ใบ คิดเป็น 12.63% จากจำนวนผู้ใช้สิทธิ  เป็นรองแค่นครราชสีมา ที่มีบัตรโหวตโนสูงถึง 110,934 ใบ คิดเป็น 9.60% ของผู้ใช้สิทธิ

จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น “ถาวร เสนเนียม”อดีตสส.เขต 6 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรมช.มหาดไทย อ่านสถานการณ์ว่า เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ และไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสะท้อนพลังการตัดสินใจของประชาชน ที่เลือกใช้สิทธิ์ “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” หรือ Vote No แม้จะมีผู้สมัครเพียงรายเดียว

อีกทั้งเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนว่า ความชอบธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพียงเพราะไม่มีคู่แข่ง

ในมุมของ “อดีตสส.สงขลา” ยังเชื่อมโยงกรณี “ท่าชะมวง” กับภาพรวมการเมืองระดับจังหวัด และระดับประเทศ โดยเฉพาะกระแสวิพากษ์เรื่องการเมือง “สีเทา” และนักการเมืองที่มีคดี หรือถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)อายัดทรัพย์ แม้ในทางกฎหมายจะยังไม่สิ้นสุดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ในมิติทางจริยธรรม ประชาชนมีสิทธิ์ตัดสินใจไม่ยอมรับ

“การโนโหวตไม่ใช่การนิ่งเฉย แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้นักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ไม่โปร่งใสเข้ามาบริหารบ้านเมืองหรือท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปี”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอฟเฟ็กต์ “ท่าชะมวงโมเดล” กำลังสะท้อนสะท้อนนัยการเมืองที่น่าสนใจ และมองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะการเลือกตั้งสนามใหญ่ที่กำลังจะเกิดในวันที่ 8 ก.พ.นี้ 

9 ที่นั่ง สส.สงขลา จะเป็น “ศึกสามเส้า”ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กล้าธรรม และประชาธิปัตย์ โดยมีพรรคประชาชนซุ่มรอจังหวะเป็นตาอยู่ คว้าที่นั่งสส.ไปครอง 

ส่องลึก 9 เขต เขต 1 "สรรเพชญ บุญญามณี" แชมป์จากภูมิใจไทย ชนกับ “พิเชษฏฐ์ พัฒนโชติ”จากพรรคประชาธิปัตย์ 

เขต 2 ถูกจับตาว่า จะเป็นเขตที่แข่งกันดุเดือด โดย “ศาสตรา ศรีปาน”แชมป์เก่า จากภูมิใจไทย ชนกับ“จุรี นุ่มแก้ว” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ ยังมี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ พรรคประชาชน เป็นคู่แข่งสำคัญ 

เขต 3 “สมยศ พลายด้วง” แชมป์เก่าจากภูมิใจไทย ชนกับ “ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา” จากพรรคประชาธิปัตย์ 

เขต 4 “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว”แชมป์เก่าจากพรรคกล้าธรรม ที่กำลังเจอศึกหนักถูกเชื่อโยงธุรกิจสีเทา รอบนี้ต้องไปชนกับ “สิทธิพัฒน์ เสนเนียม”บุตรชาย“วินัย เสนเนียม”และเป็นหลานชายของ“ถาวร”ลงชิงในนามประชาธิปัตย์

เขต 5 หลัง “เดชอิศม์ ขาวทอง” แชม์เก่า และเป็นแม่ทัพสงขลาพรรคกล้าธรรม แม้จะวางมือ แต่เจ้าตัวได้ส่งลูกชาย “เสือ”วงศ์วชิร ขาวทอง ลงรักษาที่นั่ง 

อีกเขตที่น่าสนใจ เขต 6 “น้ำหอม” สุภาพร ขาวทอง  ภรรยาเดชอิศม์ เว้นวรรค โดยส่งลูกชายอีกคน “มังกร” บารมี ขาวทอง

ลงชิง โดยต้องไปชนกับ“โบ๊ต อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” อดีตรองโฆษกรัฐบาล แห่งพรรคภูมิใจไทย 

เขต 7 “หนุ่ย”ณัฐชนน ศรีก่อเกื้อ แชมป์เก่าจากพรรคภูมิใจไทย ลงรักษาแชมป์อีกหนึ่งสมัย ชนกับ "ศิริโชค โสภา"คู่แข่งเก่า จากพรรคประชาธิปัตย์

เขต 8 พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ จากพรรคกล้าธรรม ลงรักษาแชมป์อีกหนึ่งสมัย

และ เขต 9 ภายใต้การเดินเกม 2 ขา ของ “เดชอิศม์” ที่ส่งลูกชาย 2 คน ลงชิงในนามพรรคกล้าธรรม ขณะที่ลูกชายอีกคน “สิงโต" ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง แชม์เก่า ลงชิงในนามประชาธิปัตย์ ดูเหมือนจะมีความมั่นใจ เนื่องจากไม่มีคู่แข่งจากพรรคกล้าธรรม 

ท่ามกลางสัญญาณการเมืองที่กำลังดำเนินในเวลานี้ จากเอฟเฟ็กต์“ท่าชะมวงโมเดล” ที่สร้างปรากฎการณ์“ปลายปากกา”ชนะ“กระสุน” จะส่งผลไปถึงการเมืองสนามใหญ่ ในวันที่ 8 ก.พ.นี้มากน้อยเพียงใด ต้องติดตาม!