'โรม' ไปต่อศาลพะเยา 26 ม.ค. กำลังใจดี ไม่หวั่นปมหมิ่น 'เบน สมิธ'

'โรม' ไปต่อศาลพะเยา 26 ม.ค. กำลังใจดี ไม่หวั่นปมหมิ่น 'เบน สมิธ'

'โรม' ลั่นกำลังใจดี ตั้งใจสู้ต่อ หลังศาลรับฟ้อง คดีกล่าวหาอภิปรายในสภาฯหมิ่น 'เบน สมิธ' ปมทุนเทา ลั่นปกป้องผล ปย.ชาติ สแกมเมอร์ไม่มีวันชนะ พบกันต่อที่ศาลพะเยา 26 ม.ค.

KEY

POINTS

  • นายรังสิมันต์ โรม แกนนำพรรคประชาชน ถูก "เบน สมิธ" ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท จากการอภิปรายในสภาฯ เกี่ยวกับประเด็น "ทุนเทา" และแก๊งสแกมเมอร์
  • นายรังสิมันต์ยืนยันว่าตนมีกำลังใจดีและพร้อมสู้คดี โดยจะเดินทางไปศาลพะเยาในวันที่ 26 มกราคมนี้
  • ศาลอาญาได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีดังกล่าวแล้ว โดยเห็นว่าคดีมีมูลและคำกล่าวของนายรังสิมันต์ไม่เข้าข่ายเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 นายรังสิมันต์ โรม แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีศาลอาญา ประทับรับฟ้อง กรณีถูก "เบน สมิธ" ฟ้องว่า หมิ่นประมาท จากการอภิปรายเรื่อง "ทุนเทา" และ "สแกมเมอร์" ในสภาฯ ว่า "มีพี่น้องประชาชนทักทายมาให้กำลังใจกันเยอะ กรณีศาลรับฟ้องคดีเบน สมิธ ส่วนตัวผมกำลังใจดี และตั้งใจสู้ต่อไป"

"ผมกำลังปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ผมเชื่อว่าพวกสแกมเมอร์จะไม่มีวันชนะ แล้วพบกันต่อที่ศาลพะเยา 26 ม.ค. นี้" นายรังสิมันต์ ระบุ

'โรม' ไปต่อศาลพะเยา 26 ม.ค. กำลังใจดี ไม่หวั่นปมหมิ่น 'เบน สมิธ'

ที่มา Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญา มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่ "เบน สมิธ" ยื่นฟ้องกล่าวหานายรังสิมันต์ โรม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ฐานหมิ่นประมาท จากการอภิปรายในสภาฯ โดยอ้างชื่อ "เบน สมิธ" พัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์

เหตุผลที่ศาลประทับรับฟ้อง เนื่องจากศาลเห็นว่าเมื่อพิจารณาตามข้อความในเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.11 และวัตถุพยานหมาย วจ.1 ซึ่งเป็นการอภิปรายการโพสต์ข้อความภาพถ่ายและคลิปวิดีโอลงในแอปพลิเคชัน Facebook บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อความภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของจำเลย

เมื่อบุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่สามได้เห็นข้อความแล้วอาจทำให้บุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่สามเข้าใจว่าโจทก์มีพฤติกรรมเป็นบุคคลหรือผู้ที่มีบทบาทหน้าที่ในกลุ่มคนที่ใช้อุบายหลอกลวงผู้อื่นเพื่อได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในทางที่ไม่ชอบมีพฤติกรรมโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานฟอกเงินและเป็นการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย

คำกล่าวอภิปราย และการกระทำของจำเลยตามฟ้องมีลักษณะเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณาในประการที่ทำให้โจทก์นั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง แม้จำเลยกล่าวและโพสต์ข้อความภาพถ่าย และคลิปวิดีโอในขณะที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่เป็น สส.แต่ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภา ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ และการกล่าวด้วยถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญา ละเมิดสิทธิในทางแพ่งของบุคคลอื่น โจทก์จึงเป็นบุคคลภายนอกย่อม มิใช่สมาชิกแห่งรัฐสภานั้น ไม่มีมีโอกาสชี้แจงอภิปรายโต้แย้งจำเลย จึงได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 124

ส่วนการที่จำเลยแถลงอีกว่าการกระทำของจำเลยได้รับการยกเว้นความผิดหรือยกเว้นโทษจากความผิดหรือยกเว้นโทษตาม บทกฎหมายมาตราดังกล่าวจะต้องเป็นการแสดงความเห็นหรือข้อความโดยสุจริตแต่การอภิปรายของจำเลยเป็นการกล่าวในที่ประชุมรัฐสภาในวาระการแสดงนโยบายของรัฐบาล

แม้จำเลยในฐานะ สส.จะมีสิทธิ์อภิปรายซักถามแนวทางการดำเนินการตามนโยบายและเนื้อหาเกี่ยวข้องกับนโยบายนั้นแต่เมื่อการกระทำของจำเลยมีลักษณะเป็นการใส่ความโจทก์โดยที่ยังไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดและไม่ได้ไม่ได้รับการพิสูจน์ความผิดในขณะนั้นว่า โจทก์เป็นตัวการร่วมการกระทำความผิดเป็นสกรัมเมอร์ ร่วมกันฟอกเงินและประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล ในชั้นนี้เห็นว่าคดีของโจทก์มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ให้ประทับรับฟ้องพิจารณา

โดยศาลนัดพร้อมคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายวันที่ 23 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น.