'วิชา' นำ42วิชาการ ออกแถลงการณ์ ชวน ปชช.คว่ำบาตรนักการเมืองสีเทา

"42นักวิชาการ" ร่วมออกแถลงการณ์ เรียกร้องผู้นำชุดใหม่ แก้วิกฤตประเทศ พร้อมชวน "ประชาชน" คว่ำบาตรนักการเมืองสีเทา-พรรคการเมืองสัญญาว่าจะแจก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ได้ออกแถลงการณ์ หัวข้อ วิกฤตศรัทธาและททางรอดของประเทศไทยในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 โดยเรียกต่อสังคมไทย 4 ประเด็น คือ
1.ผู้นำชุดใหม่ต้องพลิกฟื้นโครงสร้างชาติ ศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก สลายโครงสร้างงผูกขาดระบบเศรษฐกิจ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านการกระจายอำนาจการตัดสินใจสู่ท้องถิ่น
2.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบคุณธรรม หยุดระบบอุปถัมภ์ที่เอื้อประโยชน์ให้พรรคพวกและทุนสีเทา
3.เตรียมพร้อมรับมืออุบัติภัยและวิกฤตประชากร
4.สร้างบรรทัดฐานใหม่ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยประเทศไททยเจ็บปวดกับผู้นำที่อ่อนหัดและไร้ประสบการณ์ ช่วง2ปีที่ผ่านมาไม่อาจยอมรับเด็กอมมือ หรือ ตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์บ้านใหญ่เข้ามาบริหารประเทศเพื่อปกป้องบาดแผลและธุรกิจของตนเอง
กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ยังเรียกต้องให้ประชาชน คว่ำบาตรทางคะแนนเสียงต่อพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่
1.พรรคที่ทุจริตซื้อเสียงและพัวพันธุรกิจสีเทา หรือมีประวัติพัวพันยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล
2.พรรคที่มุ่งเน้นนโยบายสัญญาว่าจะแจกและปรนเปรอ โดยนำเงินภาษีของประชาชน หรือ กู้มาแจก
3.พรรคที่สนับสนุนอบายมุขมอมเมาสังคม ทั้งบ่อนกาสิโน พนันออนไลน์
4.พรรคที่มีประวัติเชิงทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนผูกขาด ทั้งในและต่างประเทศ
5.พรรคที่เป็นแหล่งสุมหัวของผู้มีอิทธิพลบ้านใหญ่ รวมตัวโดยไร้อุดมการณ์ มุ่งแต่ได้ตำแหน่ง อำนาจและผลประโยชน์
“การเลือกตั้งครั้งนี้ คือ โอกาสสุดท้าย ของการพลิกฟื้นสถานการณ์บ้านเมือง ประชาชนต้องร่วมกันใช้อำนาจที่มี เลือกพรรคที่มีนโยบายยั่งยืน และผู้นำที่มีกระดูกสันหลังทางจริยธรรม เพื่อหยุดยั้งความเสื่อมโทรมใและสร้างประเทศที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน” แถลงการณ์ของกลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อนักวิชาการที่ร่วมลนามสนับสนุนแถลงการณ์ดังกล่าว มีจำนวนทั้ง 42 คน อาทิ นายวิชา มหาคุณ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายปกรณ์ ปรียากร นายบรรเจิด สิงคะเนติ นายต่อตระกูล ยมนาค นายนิยม รัฐอมฤต นายมานิต สุขสมจิต นายชาญวิทย์ ผลชีวิน นายวรากรณ์ สามโกเศศ นายเวทิน ชาติกุล พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ เป็นต้น







