กกต.เผยขั้นตอนตรวจคุณสมบัติ - 'บิ๊กโอ' แจงไม่ใช่คนโดนคำพิพากษา

รองเลขาธิการ กกต.แจงขั้นตอนตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร สส. หลังแชร์ว่อนปม 'ก้องเกียรติ' ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ เคยโดนคำพิพากษา เจ้าตัวยันไม่ใช่คนที่ถูกพิพากษาคดีลักทรัพย์
KEY
POINTS
- รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ก่อนและหลังการประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการ
- ประเด็นดังกล่าวเกิดจากข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ("บิ๊กโอ") ผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม จากคดีลักทรัพย์ในอดีต
- นายก้องเกียรติ ชี้แจงว่าตนไม่ใช่ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาในคดีดังกล่าว แต่เป็นจำเลยคนอื่น และยืนยันว่า กกต. ได้รับรองคุณสมบัติของตนแล้ว
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีสื่อออนไลน์เผยแพร่คำพิพากษา ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง.16 ธ.ค.2542 ความอาญา ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโจทก์กับ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม เป็นจำเลย ข้อหาลักทรัพย์ โดยเป็นคดีลักทรัพย์ต้นหมากแดง 1 ต้น ต้นจันผา 1 ต้น ต้นสน 1 ต้น ต้นมะลิ 1 ต้น รวมราคาทรัพย์สินทั้งสิ้น 2,000 บาท เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2542 ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.นั้น
รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ต้องแยกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกกรณีที่ยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ หากผู้สมัครได้มาสมัครแล้วแต่รายชื่อยังไม่ประกาศ เป็นหน้าที่ของผู้สมัครรายนั้นจะต้อง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาภายใน7 วัน ส่วนที่ 2 กรณีที่มีการประกาศรายชื่อไปแล้วถ้ามีผู้ใดเห็นว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติในการรับสมัครรับเลือกตั้งให้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด หลังจากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยสิทธิสมัคร เพื่อพิจารณาเรื่องให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน และจัดทำคำวินิจฉัยภายใน 2 วันถัดมา จากนั้นจึงส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณาว่าควรถอนชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นผู้สมัครหรือไม่
นายวีระ กล่าวอีกว่า หาก กกต. วินิจฉัยว่าผู้สมัครขาดคุณ สมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ก็ต้องลบชื่อบุคคลนั้นออกจากการเป็นผู้สมัครทันที อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อสามารถอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ กกต. ต่อศาลฎีกาได้ภายใน 3 วัน เพื่อให้ศาลตรวจสอบว่าการใช้อำนาจของ กกต. ถูกต้องหรือไม่ โดยคำวินิจฉัยของศาลฎีกาถือเป็นที่สุด ส่วนในกรณีที่ศาลฎีกายังพิจารณาไม่เสร็จสิ้นก่อนวันลงคะแนนเสียง ก็ต้องยึดตามคำวินิจฉัยของ กกต. เป็นหลัก แต่หาก กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้สมัครยังมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีการถอนชื่อ ก็ถือว่าผู้สมัครรายนั้นยังคงมีสถานะเป็นผู้สมัครต่อไป ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน
รองเลขาธิการ กกต. กล่าวด้วยว่า ต้องดูว่ามีคนมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าเป็นความปรากฏของกกต. เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตซึ่งเป็นคนรับสมัคร จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงและส่งให้กกต.พิจารณาเพื่อส่งเรื่องต่อศาลฎีกาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ "บิ๊กโอ สส.ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ" ว่า แข่งขันสู้ตามกฏิกา อย่าใช้วิธีใส่ร้าย นะเพื่อน นะพี่ คณะกรรมการเลือกตั้งรับรองคุณสมบัติแล้ว คดีมีจำเลย 3 คน ผมจำเลยที่1 ศาลพิพากษาจำเลยที่2 จำเลยที่2 ไม่ใช่ผม กกต.รับรองความเป็น สส.มารอบมาหนึ่งแล้ว







