สิงคโปร์ กับ Forward SG | คิดอนาคต

สิงคโปร์ กับ Forward SG | คิดอนาคต

ทุกวันนี้ เมื่อมองไปที่สิงคโปร์ ส่วนใหญ่จะเห็นภาพของรัฐที่บริหารจัดการเก่ง มีระบบราชการเข้มแข็ง และตัดสินใจรวดเร็วแม่นยำ แต่เมื่อติดตามลึกลงไปในชั้นในของนโยบายสาธารณะ

เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สิงคโปร์ซึ่งเน้นการบริหารบนฐานความชอบธรรมแบบผลงานต้องมาก่อน กำลังเริ่มย้ายฐานความสัมพันธ์กับประชาชนไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนกำหนดอนาคต” โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มาในรูปของการปฏิรูปการเมืองแบบปะทะเผชิญหน้าใหญ่โต แต่ดูเหมือนจะค่อยๆ ซึมลึกผ่านการออกแบบสถาบัน กระบวนการ และวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมแบบใหม่ ผ่านความคิดริเริ่มสำคัญที่ชื่อว่า Forward Singapore

Forward Singapore หรือ Forward SG ริเริ่มเมื่อปี 2565 เป็นความพยายามของสิงคโปร์ที่จะปรับปรุงและเขียนสัญญาประชาคมขึ้นใหม่ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีและทีมผู้นำรุ่นใหม่ ซึ่งต้องการตอบคำถามสำคัญของยุคสมัยที่ว่า

ในโลกที่ผันผวนรวดเร็ว เทคโนโลยีเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ตลาดแรงงานไม่มั่นคง และสังคมสูงวัยมาเร็วกว่าที่คาด รัฐควรยืนอยู่ตรงไหนในชีวิตของประชาชน และประชาชนควรมีบทบาทอย่างไรในการกำหนดอนาคตของประเทศ 

Forward SG ใช้เวลาดำเนินการกว่า 16 เดือน รับฟังความคิดเห็นจากชาวสิงคโปร์มากกว่า 200,000 คน ผ่านเวทีสนทนา เวิร์กช็อป การประชุมกลุ่มย่อย และการมีส่วนร่วมออนไลน์ จนกลายเป็นกระบวนการรับฟังระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การกำหนดนโยบายยุคใหม่ของสิงคโปร์

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วม แต่คือท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศว่าจากนี้ไป สิงคโปร์จะต้องเปลี่ยนจากรูปแบบรัฐบาลทำให้ ไปเป็นรัฐบาลที่ทำไปด้วยกันกับประชาชน

หัวใจของความริเริ่มนี้คือ การยอมรับว่าความฝันแบบสิงคโปร์เดิมที่เน้นความมั่งคั่ง การเติบโต และประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับคนรุ่นใหม่ นิยามความสำเร็จของชีวิตกำลังขยับจากการมีรายได้สูง ไปสู่คุณภาพชีวิต ความหมายของงาน ความมั่นคงในช่วงเปลี่ยนผ่าน และความเท่าเทียมในโอกาส 

รัฐบาลเสนอกรอบใหม่ผ่าน 6 เสาหลักที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่เศรษฐกิจและการจ้างงาน การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สาธารณสุขและระบบดูแลสังคม ที่อยู่อาศัยและผังเมือง ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและการคลัง ไปจนถึงอัตลักษณ์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

โดยมองรัฐในฐานะผู้ค้ำประกันชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย ไม่ใช่แค่ผู้จัดการเศรษฐกิจ และการมองประชาชนในฐานะผู้ร่วมรับผิดชอบต่ออนาคตร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเป็นผู้รับบริการจากรัฐ

ผ่านมา 2-3 ปี Forward SG เริ่มแปลงวิสัยทัศน์นี้เป็นนโยบายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนผู้เรียนสายอาชีวะผ่าน ITE Progression Award ที่ให้เงินอุดหนุนและเส้นทางเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม การจัดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ตกงานแบบไม่สมัครใจซึ่งเป็นสิ่งที่สิงคโปร์ไม่เคยทำมาก่อน

เพราะเดิมยึดหลักการไม่สร้างวัฒนธรรมพึ่งพิงรัฐ หรือการขยายสิทธิการลาเพื่อดูแลบุตรและผู้สูงอายุในครอบครัว ซึ่งสะท้อนการยอมรับว่าชีวิตการทำงานทุกวันนี้ ไม่อาจแยกออกจากภาระการดูแลได้อีกต่อไป นโยบายเหล่านี้คือการขยับครั้งใหญ่อีกครั้งจากรัฐที่เน้นผลิตภาพไปสู่รัฐที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงในชีวิตและความรับผิดชอบร่วมกัน

สิ่งที่ทำให้ Forward SG น่าสนใจในฐานะปรากฏการณ์ทางอนาคต ไม่ใช่เรื่องเนื้อหานโยบาย แต่คือวิธีคิดเรื่องอำนาจและการมีส่วนร่วม เพราะ Forward SG ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนโยบายสาธารณะที่สิงคโปร์กำลังทดลองมานานกว่าทศวรรษ

ผ่านกลไกอย่าง Citizens’ Juries และ Citizens’ Panels ซึ่งเป็นรูปแบบประชาธิปไตยเชิงไตร่ตรองที่คัดเลือกประชาชนแบบสุ่มให้สะท้อนความหลากหลายของสังคม เปิดพื้นที่ให้เรียนรู้ข้อมูลจากหลายฝ่าย ซักถามผู้เชี่ยวชาญ และไตร่ตรองร่วมกันอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์เพื่อผลิตข้อเสนอเชิงนโยบายที่ผ่านการแจ้งข้อมูล

ตัวอย่าง War on Diabetes Citizens’ Jury ที่นำไปสู่การปรับนโยบายโภชนาการระดับชาติ หรือ Recycle Right Workgroup ที่ผลักดันแนวคิดระบบมัดจำบรรจุภัณฑ์จนกลายเป็นกฎหมายจริง ล้วนสะท้อนว่าพื้นที่ไตร่ตรองของพลเมืองในสิงคโปร์ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางประชาธิปไตย แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายในรูปแบบใหม่

รัฐบาลได้จัดตั้ง Singapore Government Partnerships Office หรือ SGPO ในปี 2567 เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างรัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และพลเมือง ทำให้การร่วมสร้างนโยบายและการลงมือทำร่วมกันกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของรัฐสมัยใหม่

ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษเป็นครั้งคราว SGPO ทำให้ Forward SG มีโครงสร้างรองรับเชิงสถาบันเป็นครั้งแรก ไม่ใช่เพียงแค่เป็นรายงานยุทธศาสตร์อีกฉบับที่สวยงามดูดีแต่ขาดกลไกขับเคลื่อนรองรับ

แน่นอน นักรัฐศาสตร์จำนวนหนึ่งมองว่าปรากฏการณ์นี้อาจเป็นตัวอย่างของ “authoritarian deliberation” หรือการไตร่ตรองภายใต้รัฐอำนาจนำ กล่าวคือรัฐยังคงกำหนดวาระและขอบเขตของการถกเถียงไว้เอง แม้จะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังอยู่ในมือฝ่ายบริหาร และประเด็นที่แตะโครงสร้างอำนาจโดยตรงมักไม่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นหัวข้อหลัก

แม้กระนั้น Forward SG ก็มีความน่าสนใจ สิงคโปร์อาจกำลังทดลองเส้นทางสายที่สาม ระหว่างรัฐเข้มแข็งและควบคุมกับประชาธิปไตยเชิงมีส่วนร่วม คำตอบของการทดลองนี้อาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญของรัฐเอเชียในศตวรรษใหม่นี้ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและซับซ้อน ว่าการทำไปด้วยกันกับประชาชนสามารถกลายเป็นสถาปัตยกรรมของรัฐสมัยใหม่ได้จริงหรือไม่

สิงคโปร์ กับ Forward SG | คิดอนาคต