ปั๊มกระแส โค้งสุดท้าย ‘พรรคเล็ก’ ลุ้นเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์

“พรรคเล็ก”บางส่วน ที่คาดหวังจะคว้าเก้าอี้ สส.ให้ได้อย่างน้อย 1 ที่นั่ง เพื่อเข้าไปต่อยอดสร้างผลงานในสภาฯ
ความหวังของบรรดา “พรรคเล็ก” ในศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 คือเก้าอี้ สส.บัญชีรายชื่อ อย่างน้อย 1 เก้าอี้ ส่งตัวเองเข้าสภาฯ เพื่อสร้างผลงานต่อยอดให้พรรคได้มีที่ยืน
บางพรรคมากับดวง จับสลากเบอร์พรรคได้เลขตัวเดียว ทำให้โอกาสลุ้นเก้าอี้ สส. มีมากขึ้น เนื่องจากในการเลือกตั้งปี 2566 เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคที่ได้หมายเลข “หลักเดียว” ได้แก่
เบอร์ 1 พรรคใหม่ เบอร์ 2 พรรคประชาธิปไตยใหม่ เบอร์ 3 พรรคเป็นธรรม เบอร์ 4 พรรคท้องที่ไทย เบอร์ 5 พรรคพลังสังคมใหม่ เบอร์ 6 พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เบอร์ 8 พรรคแรงงานสร้างชาติ และเบอร์ 9 พรรคพลัง
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น พรรคใหม่ (เบอร์ 1) ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคประชาธิปไตยใหม่ (เบอร์ 2) ได้ 273,430 เสียง สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคเป็นธรรม (เบอร์ 3) ได้ 184,815 เสียง สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคท้องที่ไทย (เบอร์ 4) ได้ 201,411 เสียง สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคพลังสังคมใหม่ (เบอร์ 5) ได้ 177,379 เสียง สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคครูไทยเพื่อประชาชน (เบอร์ 6) ได้ 175,182 เสียง สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
ดังนั้น บรรดาพรรคหมายเลข “หลักเดียว” จึงหวังลุ้นในการเลือกตั้ง 2569 ครั้งนี้
ขณะที่ “พรรคเล็ก” ที่จับได้หมายเลข “สองหลัก” ต่างก็เปิดเกม ชิงความนิยม เพื่อทำแต้มให้สอดแทรกเข้าไปชิงเก้าอี้ สส.ด้วยเช่นกัน ต่างพรรคต่างเลือกชูจุดยืนแตกต่างกันออกไป
“พรรครักชาติ” ภายใต้การนำของ “เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค และ “ดร.เจษฎ์” เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เดินสายเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พยายามปลุกกระแส “ชาตินิยมสุดโต่ง” แต่เรตติ้งยังไม่กระเตื้อง ภาพจำถูกโฟกัสไปยัง “ท่าเต้น” ที่เป็นไวรัล
อย่างไรก็ตาม “ชัยวุฒิ - เจษฏ์” เชื่อว่าในช่วงโค้งสุดท้าย สถานการณ์จะบีบให้ “โหวตเตอร์” ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง “เสรีนิยม” กับ “อนุรักษนิยม” ซึ่งพวกเขาประเมินว่า แนวโน้มกลุ่มอนุรักษ์ยังมาแรง หากมีจุดยืนชัดเจน จะเป็นโอกาสให้โกยแต้มได้
“พรรคโอกาสใหม่” มี “ปลัดตุ๋ม” จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค เป็นตัวชูโรง มีขุนพลการเมืองที่เคยดำรงตำแหน่ง สส. อยู่ข้างกายหลายคน แต่เลือกใช้บริการแค่บางคน
โดยภาพรวม “จตุพร” วางยุทธศาสตร์เดินสายปราศรัยพื้นที่เป้าหมาย แม้กระแสตอบรับยังไม่เข้าเป้าตามที่คาดหวังเอาไว้ แต่ขอลุ้นในช่วงโค้งสุดท้ายเช่นกัน เพราะหากนับหนึ่งเก้าอี้ สส. ได้อย่างน้อย 1 ที่นั่ง จะทำให้ “พรรคโอกาสใหม่” มีที่ยืน เพื่อต่อยอดทางการเมือง เพราะสายป่านพรรคนี้ อยู่ได้ยาวกว่าพรรคอื่น
“พรรคไทยก้าวใหม่” โชว์ตัวตนของ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยมี “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” และ “จิตภัสร์ กฤดากร” คอยเป็นกองหนุน เรียกเรตติ้งให้ “ไทยก้าวใหม่”
ทว่า ชั่วโมงนี้ต้องยอมรับว่า “ไทยก้าวใหม่” ที่เน้นเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายหลัก ยังไม่สามารถปั๊มกระแสพรรคน้องใหม่เพื่อดึงดูดคะแนนจาก “โหวตเตอร์” ได้มากเท่าที่ควร
“พรรคพลวัต” นำโดย “นวล” กัณวีร์ สืบแสง อดีต สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 เดียวจากพรรคเป็นธรรม เกิดความขัดแย้งกับพรรคเก่า หอบหิ้ว “นายทุนหน้าเดิม” ออกมาตั้งพรรคใหม่ รวบรวมสรรพกำลังอดีต สส.ส้ม หวังปูทางนั่งเก้าอี้ สส.อีกสมัย โดยชูยุทธศาสตร์เดิมคือ เน้นเรื่องการต่างประเทศ และสิทธิมนุษยชนที่เขาถนัด
ทว่า กระแสของพรรคนี้ ค่อนข้างเงียบ แม้จะมีความพยายามเปิดตัวนโยบายต่าง ๆ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียก็ตาม แต่ยังไม่ค่อยกระเตื้องขึ้นนัก
ต้องไม่ลืมว่าปี 2566 “นวล-พรรคเป็นธรรม” เป็นเหมือนลมใต้ปีก “พรรคส้ม” แบ่งกระแส “พิธาฟีเวอร์” ชูเรื่องสิทธิมนุษยชน เปิดตัวผ่านหน้าสื่อ-เวทีดีเบตบ่อยครั้ง พาเข้าสภาฯจนได้เป็น สส. แต่ปัจจุบันแทบไม่ปรากฏเขาในหน้าสื่อเท่าไหร่นัก แม้แต่เวทีดีเบตของหลายสื่อ มักไม่พบเขาถูกเชิญ ดังนั้นแนวโน้มในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะพลาดเก้าอี้ สส.
“พรรคเสรีรวมไทย” เคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งปี 2562 ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 10 ที่นั่ง สส. เขต 1 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ลำปาง จากนั้นปี 2566 ได้ สส. บัญชีรายชื่อ เพียง 1 ที่นั่ง มาครั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส่งผู้สมัคร สส. เขต 21 คน สส. บัญชีรายชื่อ 43 คน
ทว่าฟอร์มของ “เสรีพิศุทธ์” ดร็อปลงอย่างมาก แม้จะมีแคมเปญหาเสียง “โกงเจอกู” แต่ไม่ฉีกจากแคมเปญเก่าที่เคยใช้ จึงไม่ดึงดูดประชาชน
ที่สำคัญในโซเชียลมีเดีย “เบอร์หนึ่งเสรีรวมไทย” โดนถล่มแบบจัดหนัก หลังมีคดี “อดีตรอง ผบ.ตร." ติดสินบนทองคำ “กรรมการ ป.ป.ช.” จึงโดนขุดคำให้สัมภาษณ์เก่าๆ มาเล่นงาน
โดยที่ผ่านมา “เสรีพิศุทธิ์” เอาตัวเองเข้าไปอยู่ระหว่างความขัดแย้ง ฟ้องร้องบุคคล-องค์กร ที่เกี่ยวโยงกับ “อดีตรอง ผบ.ตร.” เมื่อโดนปมเก่าหลอกหลอน ทำให้เสียแต้มการเมืองไปมาก
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “เสรีพิศุทธ์” เดินสายหาเสียง เพื่อกระตุ้นความนิยมอีกครั้ง จึงต้องจับตาการแก้เกมของเสือเฒ่า จะพา “เสรีรวมไทย” กลับมาสู่จุดพีคอีกครั้งได้หรือไม่ ท่ามกลางคลิปเก่าที่ตามหลอกหลอนในโลกเสมือนจริง
“พรรคเศรษฐกิจ” ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา สปอตไลต์การเมืองจับไปยังหัวหน้าพรรคอย่าง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ โดดเด่นขึ้นมาบนพื้นที่การเมืองไทย
การเข้าสู่การเมืองด้วยพรรคเล็ก ที่ยังไม่เคยลงสนามเลือกตั้ง และแทบไม่มีกระแส แต่ชื่อ พล.อ.รังษี กลับติดอันดับในหลายโพล อย่างพลิกความคาดหมาย ด้วยกระแสรักชาติ ที่พีคสุดๆ ในช่วงสถานการณ์ไทยรบกัมพูชา เมื่อเขาแสดงจุดยืนแทนใจคนในสังคม จนกลายเป็นไวรัล และปรากฎตัวในรายการของแทบทุกสื่อหลัก หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ จึงมีโอกาสได้ลุ้นเก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์
เหล่านี้คือ “พรรคเล็ก”บางส่วน ที่คาดหวังจะคว้าเก้าอี้ สส.ให้ได้อย่างน้อย 1 ที่นั่ง เพื่อเข้าไปต่อยอดสร้างผลงานในสภาฯ







