'พิจารณ์' ลุยรื้อโครงสร้าง ตร. ลั่นรัฐบาล 'นายกฯเท้ง' ต้องไร้ตั๋ว

‘พิจารณ์’ ลุยรื้อโครงสร้างตำรวจ 'ปราบ-ปรับ-ปฏิรูป' ใน 12 เดือน ลั่นรัฐบาล 'นายกฯเท้ง' ต้องไร้ 'ตั๋วตำรวจ' พอกันทีวัฒนธรรมทหาร-อำนาจนิยม
KEY
POINTS
- นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กก.บห.พรรคประชาชน ประกาศนโยบายรื้อโครงสร้างตำรวจ โดยยืนยันว่าหากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล จะต้องไม่มีระบบ "ตั๋วตำรวจ" ในการแต่งตั้งโยกย้าย
- เสนอแผนปฏิบัติการ 3 ขั้นตอน "ปราบ-ปรับ-ปฏิรูป" เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยจะปราบระบบอุปถัมภ์ ปรับปรุงสวัสดิการตำรวจ และปฏิรูปโครงสร้างองค์กรให้ยึดโยงกับประชาชน
- นำระบบประเมินผลแบบ 360 องศาที่โปร่งใสมาใช้ในการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อทดแทนการใช้เส้นสายและการซื้อขายตำแหน่ง
- ปฏิรูปโครงสร้างโดยกระจายอำนาจสู่ "ตำรวจพื้นที่" ให้ยึดโยงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง และมีภาคประชาชนร่วมกำกับดูแล
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีแถลงเปิดตัว "ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน" เพื่อดำเนินการบริหารกระทรวงต่างๆ หากพรรคประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ กล่าวว่า สังคมไทยทุกวันนี้ความยุติธรรมเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือยคนรวยใช้เงินเพื่อเข้าถึงความยุติธรรมแต่คนจนต้องต่อสู้แลกด้วยเวลาและอิสรภาพของพวกเขามีงานศึกษาระบุชัดเจนว่าหากคุณต้องต่อสู้ในคดีพื้นฐานคดีหนึ่งที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองคุณอาจมีต้นทุนภาระทางการเงินถึง 1.2 แสนบาท ในขณะที่ประชาชนคนไทยกว่าครึ่งประเทศ มีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 4,000 บาท หากไม่มีเงินประกันตัว คุกไทยก็อาจเป็นที่ขังคนจน ไม่ใช่คนที่กระทำผิด แต่หากคุณเป็นคนมีสี ผู้มากบารมี อย่าว่าแต่คุกเลย หมายศาลออกมาแล้วก็ยังถอนกันได้ ที่พึ่งที่หวังอย่างศาลก็ยังถูกแทรกแซงจนผู้พิพากษาต้องปิดชีวิตตัวเอง หรือในเรือนจำวันนี้ทุนเทาได้แปรเปลี่ยนคุกไทยให้เป็นโรงแรมเสวยสุขไปแล้ว
นายพิจารณ์ กล่าวว่า ย้อนไปดูกระบวนการต้นน้ำอย่างองค์กรตำรวจ วันนี้ความเชื่อมั่นศรัทธาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่คดีโจ้ ถุงดำ ไปจนถึงส่วยเว็บพนันออนไลน์ที่โยงใยถึงอดีต ผบ.ตร.และพวก ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ปัญหาตัวบุคคล ไม่ใช่ปัญหาตำรวจดีตำรวจเลว แต่นี่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็นปัญหาเชิงระบบที่อนุญาตให้ผู้มีอำนาจเข้าไปแสวงหาประโยชน์ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดังนั้นข้อเสนอของพรรคประชาชนคือเราจะรื้อโครงสร้างตำรวจแล้วสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่ ผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ขั้นตอน คือการปราบ ปรับ ปฏิรูป เพื่อสร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน
นายพิจารณ์ กล่าวอีกว่า โดยเราจะปราบระบบภายในที่เป็นปัญหาเริ่มต้นแต่ตั๋วตำรวจ ต่อไปนี้การแต่งตั้งโยกย้ายต้องโปร่งใสเป็นธรรม ดังนั้นพรรคประชาชนจึงบอกว่าติดกระดุมเม็ดแรกต้องเอาให้ถูกต้อง มีส้มไม่มีเทา มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเมื่อไร ตั๋วตำรวจไม่มีแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ผู้กำกับ เก้าอี้สารวัตรที่ไหน จะไม่มีการซื้อขาย จะไม่มี สส.หน้าไหน หรือนายพลหน้าไหนเข้าไปมีตั๋วตำรวจภายใต้รัฐบาลประชาชนแน่นอน
โดยเราจะสร้างระบบประเมินแบบ 360 องศา ที่โปร่งใสและเป็นวิทยาศาสตร์ โดยเราจะประเมินด้วยกัน 6 ด้าน ตั้งแต่คะแนนอาวุโส คะแนนการสอบข้อเขียน ทดสอบร่างกาย ความประพฤติ คะแนนจากรางวัลที่เคยได้รับในอดีต คะแนนจากการประเมินของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานและคะแนนจากการรับฟังความเห็นจากประชาชน ตำรวจจึงไม่จำเป็นต้องไปวิ่งเต้น
นายพิจารณ์ กล่าวว่า ปราบที่สองคือระบบพวกพ้อง เพื่อสร้างกลไกการตรวจสอบที่เป็นอิสระ เราจะแปรเปลี่ยนจากระบบพวกพ้องให้เป็นระบบที่เที่ยงธรรม มีคณะกรรมการอิสระที่ดูแลควบคู่ไปกับการสร้างดิจิทัลแพล็ตฟอร์มที่จะรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และให้ประชาชนเข้าไปติดตามตรวจสอบได้อย่างเรียลไทม์ เพื่อยุติธรรมวัฒนธรรมที่มีความเกรงอกเกรงใจกันในการตรวจสอบ ยืนยันว่ารัฐบาลประชาชนจะต่อสู้กับปัญหาที่เกาะกินตำรวจมาหลายปี และจะทำให้สำเร็จภายใน 12 เดือนของรัฐบาล
สำหรับการปรับ คือปรับกติกาและภารกิจ การปรับสวัสดิการ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและขวัญกำลังใจของตำรวจ ดังนั้นเราจะเข้าไปจัดสรรงบประมาณ ที่เป็นด้านพิธีกรรมการดูงานต่างๆ หากไม่จำเป็นเราจะปรับลดแล้วนำงบประมาณเหล่านั้น มาสร้างสวัสดิการให้กับตำรวจชั้นผู้น้อย เช่น ค่าทำสำนวน ที่ผ่าน 34 ปีแล้ว ไม่มีการปรับ อีกทั้งเราจะเข้าไปดูในเรื่อของที่อยู่อาศัย การเบิกค่าเช่า ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงเราจะเข้าไปขยายสิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาไปถึงต่างจังหวัด ที่สำคัญเราจะจัดสรรงบประมาณใหม่ในการทำงานของพี่น้องตำรวจ ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าตำรวจยังต้องซื้ออุปกรณ์ทำงานด้วยตัวเอง ดังนั้นเรื่องพวกนี้พรรคประชาชนจะอาสาเข้าไปจัดการ
นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของการปรับและการถ่ายโอนภารกิจ เพราะทุกวันนี้ตำรวจมีภารกิจที่มากเกินจนขาดความเชี่ยวชาญ ดังนั้นเราจะโอนถ่ายภารกิจเหล่านี้ ได้แก่ การคุ้มครองผู้บริโภค งานป่าไม้ ไปให้หน่วยงานที่ถือกฎหมายและมีความเชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ให้ตำรวจทำภารกิจหลักได้เต็มที่โดยเฉพาะงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม พร้อมกับโอนงานด้านนิติเวชและพิสูจน์หลักฐานออกจากตำรวจเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลในงานสืบสวนสอบสวน
นายพิจารณ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นคือการปฏิรูป โดยเฉพาะโครงสร้างองค์กรตำรวจ จะยกระดับโรงเรียนนายร้อยสามพรานขึ้นมาเป็นระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้หน่วยงานนี้มีพระราชบัญญัติเป็นของตนเอง มีอิสระด้านวิชาการ พอกันทีวัฒนธรรมแบบทหารและอำนาจนิยม เราจะสร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและงานสืบสวน ยึดโยงกับหลักนิติรัฐ-นิติธรรม
ทั้งนี้จะต้องมีการปฏิรูปสู่ 3โครงสร้าง ได้แก่ “ตำรวจพื้นที่” การกระจายอำนาจงบประมาณไปที่ตำรวจจังหวัดยึดโยงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการจังหวัดที่มีส่วนร่วมของประชาชนกำกับดูแลบริหารงานของตำรวจภายในจังหวัด ไม่ได้เติบโตด้วยเส้นสาย แต่จะต้องทำงานตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ผ่านการประเมิน 360 องศา ส่วนตำรวจส่วนกลาง รับผิดชอบคดีในส่วนกลาง สร้างตำรวจเฉพาะทางทักษะสูง เปิดโอกาสตำรวจฝ่ายตรวจสอบ ทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่าตำรวจไทยจะถูกตรวจสอบ
“รัฐบาลประชาชน เราทำได้ทันที เราจะสร้างตำรวจไทยเป็นที่พึ่งพิงของประชาชน ไม่ใช่ที่พักพิงของทุนเทา” นายพิจารณ์ กล่าว







