แม่ทัพภาค 4 สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด หลังป่วนวางระเบิด-เผาปั๊ม

แม่ทัพภาค 4 สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด หลังป่วนวางระเบิด-เผาปั๊ม

"แม่ทัพภาค 4" สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด หลังป่วนวางระเบิด-เผาปั๊มปตท. จชต. 11 จุด รับมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ พร้อมสอบทุกประเด็นรวมถึงการเมือง

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงกรณีคนร้าย รอบวางระเบิดและวางเพลิง ปั๊มน้ำมันปตท.3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีการก่อเหตุที่ปั๊ม ปตท.ในปัตตานี 2 จุด ปัตตานี 4 จุด นราธิวาส 5 จุด จึงได้สั่งการ ให้ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ (ผบ.ฉก.)และผู้บัญชากองกำลัง ( ผบ. กกล.)ในพื้นที่ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ปั๊มปตท.ที่เกิดเหตุ รวมถึงจุดตรวจ จุดสกัด ก็ให้ยกระดับความปลอดภัยในระดับสูงสุดเช่นกันรวมทั้ง กองร้อยป้องกันชายแดนทุกจุด ให้ปิดทางเข้า-ออกชายแดนทั้งหมด ยกเว้นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งเราได้จัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับทางศุลกากร ตม. ในการตรวจเข้ม คนเข้า-ออกตั้งแต่เมื่อคืน (10 ม.ค.) ที่ผ่านมา

เมื่อถามว่าเหตุรุนแรงเกิดในวันนี้มีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (เลือกตั้งอบต.)  พล.ท. นรธิป กล่าวว่า ได้แจ้ง ผบ. ฉก. จังหวัด เข้มงวดมาตรการควบคุมความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดชุดในการดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งเราได้เน้นย้ำเรื่องดังกล่าวไปแล้ว

พล.ท.นรธิป กล่าวต่อว่า กลุ่มก่อเหตุซึ่งกระทำในทุกจุดคล้ายกัน ดังนั้นยังไม่ทิ้งทุกประเด็น ขณะนี้ได้รวบรวมมาเป็นข้อมูลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกตั้งในวันนี้ และ เหตุที่เกิดเมื่อคืน  รวมถึงการเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติจะเป็นการข่มขู่พี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์หรือไม่ ซึ่งเรายังไม่ตัดประเด็น ทั้งนี้จะมีการหารือสรุปเพื่อลงรายละเอียดอีกครั้ง

“เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ เราก็ต้องคุยกับ คณะพูดคุย ฯใหม่ สิ่งที่เห็นพ้องต้องกันก่อนหน้านี้ ระหว่างผู้ก่อความรุนแรง  กับคณะพูดคุยในระดับเทคนิค คือทุกคนจะต้องยุติเหตุรุนแรง แต่ถ้าเกิดเหตุรุนแรงอย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องมาคุยกันใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร” แม่ทัพภาค4  กล่าว

พล.ท.นรธิป กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ในพื้นที่เศรษฐกิจ ตนคิดอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเมื่อวานนี้หลายพื้นที่มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ผู้ปกครองพาเด็กออกมาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดยะลา ประมาณ 50,000 คน ปัตตานีประมาณ 15,000 คน นราธิวาสประมาณ 13,000 คน เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนได้ออกมาทำกิจกรรม ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ทันข้ามคืนเกิดการก่อเหตุ ต่อเรื่องดังกล่าวเราคงต้องมาหารือกันว่าจะมีมาตรการอย่างไร เพราะถือว่าเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้น