'ฉก.นย.' จันทบุรี จับ 30 ชาวกัมพูชา หลบหนีเข้าชายแดนไทย

"ฉก.นย.จันทบุรี" จับ 30 ชาวกัมพูชา หลบหนีเข้าชายแดนไทย อ้างภาวะอดอยาก-สภาพเศรษฐกิจบีบคั้น ต้องหางานทำ เร่งบูรณาการพลเรือนคุมพื้นที่
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีการตรวจพบและจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ด่าน ตม.โป่งน้ำร้อน สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 30 ราย (ชาย 10 หญิง 10 เด็ก 10) พร้อมผู้นำพา 1 ราย และยานพาหนะ ได้ในพื้นที่บ้านแหลมใหม่ ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะพยายามลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี
พล.ร.ต.ปารัช กล่าวต่อว่าจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุสำคัญมาจากความยากลำบากในการดำรงชีวิต และภาวะความอดอยากในฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นปัญหาสะสมจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ จนตัดสินใจหลบหนีความอดอยากเข้ามาแสวงหางานทำในประเทศไทย ทั้งที่ทราบถึงความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมและป้องกันชายแดนของฝ่ายความมั่นคงไทยที่มีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง
พล.ร.ต.ปารัช กล่าวว่า ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ ดูแลผู้ถูกจับกุมตามหลักมนุษยธรรม โดยจัดหา อาหาร น้ำดื่ม และรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม ให้แก่ทุกคน ปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความสุภาพ ให้เกียรติ และไม่เลือกปฏิบัติ การดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทย และยึดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
"กองทัพเรือ ตระหนักดีว่า ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็น ปัญหาที่เชื่อมโยงทั้งมิติด้านมนุษยธรรม เศรษฐกิจ และความมั่นคง จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานพลเรือนที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมสถานการณ์ชายแดนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นเป้าของขบวนการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากผู้ยากไร้" พล.ร.ต.ปารัช กล่าว







