'นราธิวาส' ประกาศเคอร์ฟิวคุมเข้มพื้นที่ หวังสกัดเหตุรุนแรง

'นราธิวาส' ประกาศเคอร์ฟิวคุมเข้มพื้นที่ หวังสกัดเหตุรุนแรง

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศคุมเข้มพื้นที่ เคอร์ฟิว 21.00–05.00 น. เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ยกระดับความปลอดภัย-คุมเหตุป่วนใต้

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศฉบับที่ 29/2569 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังสถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุลอบวางระเบิดและการก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องยกระดับการควบคุมพื้นที่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457

ประกาศระบุว่า การบังคับใช้กฎอัยการศึกในจังหวัดนราธิวาสครอบคลุมทุกอำเภอ เป็นไปตามประกาศและพระบรมราชโองการก่อนหน้านี้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

สาระสำคัญของมาตรการ ประกอบด้วยการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย โดยควบคุมการเข้า–ออกของยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

พร้อมกันนี้ มีการประกาศ ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างเวลา 21.00–05.00 น. เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่

ด้านการปฏิบัติการ หน่วยงานทหารในพื้นที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการด้านยุทธการ การตรวจค้น การห้าม และมาตรการด้านความมั่นคง ตามมาตรา 6, 8, 9 และ 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 รวมถึงอำนาจอื่นตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เพื่อยุติความรุนแรงและสร้างความสงบเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนถูกกำชับให้สนับสนุนการทำงานของฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิด ส่วนประชาชนในพื้นที่ขอให้ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ประกาศ ณ วันที่ 11 ม.ค. พ.ศ. 2569

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด บริเวณสถานีบริการน้ำมัน 5 แห่ง 5 อำเภอ ในพื้นที่จ.นราธิวาส ประกอบด้วยปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาตันหยงมัส ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาสและเป็นเหตุให้ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บำรุง รอง สว. (ป.) สภ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณแขนขวา รู้สึกตัวดี นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรพ.ระแงะ และส่งมานักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เบื้องต้นอาการปลอดภัย อยู่ใสความดูแลของแพทย์

จุดที่ 2 บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาดุซงญอ ต.ดุงซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

จุดที่ 3 บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านโคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

จุดที่ 4 บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาปาเสมัส ม.3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

จุดที่ 5 บริเวณ ปั้มน้ำมัน ปตท. สาขาแว้ง ม.6 ต.ปาลุกา อ.แว้ง จ.นราธิวาส

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า พฤติการณ์ของคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ 4-5 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 4 - 5 คน พร้อมพกพาอาวุธปืนยาว โดยลอบเข้ามาวางเพลิงร้านสะดวกซื้อ 7-11 และลอบวางระเบิดบริเวณ ที่หัวจ่ายน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ได้พบรอยเลือดบริเวณปั๊ม ปตท. สาขาบ้านโคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง คาดเป็นของผู้ก่อเหตุ ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด โดยเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและ EOD กำลังเก็บรวบรวมวัตถุ หลักฐานในที่เกิดเกิด เพื่อขยายผลไปยังผู้กลุ่มก่อเหตุต่อไป

โดย นายบุญช่วย  กล่าวย้ำให้ศูนย์เยียวยาจังหวัด เข้ามาดูแลช่วยเหลือเยียวผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน เนื่องจาก สถานีบริการน้ำส่วนใหญ่ เป็นสถานีที่ประชาชนใช้ในพื้นที่ บางแห่งมีเพียงแห่งเดียว นอกจากนี้ สั่งการอำเภอทุกอำเภอปรับมาตรการการดูแลความปลอดภัย กำลังร่วม 3 ฝ่าย ทำงานกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างเข้มข้น และใกล้ขิดโดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน จุดเศรษฐกิจสำคัญ และจุดล่อแหลม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสคาดการรณ์ความเสียหายไม่น่าจะต่ำกว่า 54 ล้านบาท