ปชป.ชู 'หายจนปัญญา' ต้อนรับวันเด็ก กางแผน 'บุฟเฟต์การศึกษา'

'สกลธี' นำทัพ ปชป.ลุยสัมมากร ชู 'หายจนปัญญา' ต้อนรับวันเด็ก กางแผน 'บุฟเฟต์การศึกษา' เรียนข้ามสถาบันฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่าย ปลดหนี้ กยศ.ด้วยงานจิตอาสา
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์เสนอนโยบายด้านการศึกษาต้อนรับวันเด็ก ภายใต้แนวคิด 'หายจนปัญญา' โดยชู 'บุฟเฟต์การศึกษา' ที่มีหลักสูตรยืดหยุ่น เรียนข้ามสถาบัน และสะสมหน่วยกิตได้
- ผลักดันนโยบาย 'เรียนฟรี ต้องฟรีจริง' โดยจะตัดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทางและอาหาร พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้โรงเรียนขนาดเล็กตามความจำเป็น
- เสนอแนวทางแก้หนี้ กยศ. โดยให้ผู้กู้สามารถทำงานบริการสังคมเพื่อนำค่าจ้างมาหักลบหนี้ได้ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและใช้ AI ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ (NDLP)
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 2569 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ กทม. พร้อมด้วย นางสาวกานต์ วนาดรวรวิศาล ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 19 เบอร์ 11 ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสะพานสูง ตลาดสัมมากร บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นายสกลธี กล่าวว่า กระแสการตอบรับจากประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ยังคงแรงต่อเนื่อง โดยวันนี้ ตนได้ลงพื้นที่สะพานสูง และตลาดสัมมากร กับนายองอาจ ประชาชนจำนวนมากเดินมาบอกตนว่า ยินดีและกล่าวต้อนรับ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และตนกลับมาร่วมบริหารพรรคอีกครั้ง ประชาชนจำนวนมาก กลับมาตอกย้ำกับตนว่า พวกเขาจะยังคงเลือก และเป็นแฟนประชาธิปัตย์เหนียวแน่น และพร้อมออกไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม
นายสกลธี กล่าวอีกว่า วันนี้ (10 ม.ค.) เป็นวันเด็ก ปี 2569 ตนและพรรคประชาธิปัตย์ อยากเห็นเด็กๆ เติบโตอย่างมีศักยภาพ ตนอยากฝากถึงผู้ปกครองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างพื้นฐานที่จะทำให้เยาวชนและเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ ได้เติบโตต่อไปอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกๆคน
สำหรับ นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ด้านการศึกษาสำหรับเด็กไทยนั้น นายสกลธี กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้คัดสรรนโยบาย และสามารถทำได้จริง ทั้งตอบโจทย์ผู้รับด้วย ซึ่งนโยบายนี้จะอยู่ในเสาที่ 3 คือหายจนปัญญา การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต โดยนโยบายชุดนี้ จะประกอบไปด้วย บุฟเฟต์การศึกษา เรียนสิ่งที่อยากเรียน ซึ่งหลักสูตรจะมีความยืดหยุ่น เด็กไทยสามารถเรียนข้ามสถาบัน สะสมหน่วยกิต ผ่านระบบ Credit Bank และ Skill Wallet
นายสกลธี กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย เรียนฟรี ต้องฟรีจริง โดยเน้นการตัดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง และอาหาร สนับสนุนงบให้โรงเรียนขนาดเล็กตามความจำเป็น รวมถึง นโยบายหางานให้ใช้หนี้ กยศ. โดยผู้กู้เงิน กยศ. สามารถทำงานบริการสังคม หรือดูแลผู้สูงอายุ เพื่อนำค่าจ้างมาหักลบหนี้กู้ยืมได้ และนโยบาย English for All / Learn to Earn / แผลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ National Digital Learning Platform (NDLP) โดยมีครูสอนภาษาถึงเด็กทุกคนลดความเหลือบล้ำ ปรับใช้ AI ในการเรียนรู้เฉพาะบุคคล เตรียมทักษะทันสมัยสู่ตลาดแรงงานแห่งอนาคต
“ผมมั่นใจว่า นโยบายนี้ ทำได้จริง ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเด็ก และนักศึกษา และกระทบงบประมาณของรัฐน้อยมาก ที่สำคัญทำให้เด็กไทยก้าวทันโลก และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้” นายสกลธี กล่าว







