เด็กพรรคส้มป้อง 'ธนาธร' สวน 'สุริยะ' ให้โอกาสหลานบริหารเถอะ

'สุรเชษฐ์-ไอซ์ รักชนก' ป้อง 'ธนาธร' เต็มที่ หลังถูก 'สุริยะ' สวนกลับ ลั่นให้โอกาสหลานเถอะ อยากเห็นหลานบริหารมากกว่า ชี้แค่หลักก็ผิดแล้ว ตอนเสนอ กม.ไม่มีร่างตัวเอง
KEY
POINTS
- 2 แกนนำพรรคประชาชน ออกมาปกป้องนายธนาธร โดยโต้กลับนายสุริยะว่าควรให้โอกาสหลานได้บริหารประเทศเพื่อนำพาบ้านเมืองไปในทิศทางใหม่ๆ
- นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ได้วิจารณ์ผลงานในอดีตของนายสุริยะ โดยเฉพาะนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และชี้ว่าร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ ที่สำเร็จออกมามีเนื้อหาหลักมาจากร่างของพรรคประชาชน
- ชี้ให้เห็นความแตกต่างทางนโยบาย โดยพรรคประชาชนเน้นการบูรณาการระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถไฟฟ้า (เส้นเลือดใหญ่) และรถเมล์ (เส้นเลือดฝอย) ให้เป็นระบบเดียวกัน ไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านราคา
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะแกนนำพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ปราศรัยเวทีลานคนเมือง โต้กลับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงประชาชน ว่า “การเมืองมา 25 ปี ทำให้หลานมันดู”
โดยนายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวก็ต้องการที่จะเห็นหลานทำมากกว่า เพื่อจะได้เห็นบ้านเมืองไปในทิศทางใหม่ๆ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่านายธนาธรถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ซึ่งหากเป็นรัฐบาลประชาชนแนวคิดหลายอย่างตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ต้องถามประชาชนว่าต้องการเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เขาได้หาเสียงไว้ ที่เชื่อว่าจะดีขึ้นกันหรือไม่ ดังนั้น ให้โอกาสหลานเถอะ
จากนั้น น.ส.รักชนก ได้กล่าวขึ้นมาว่า “อาจารย์ไม่ใส่คุณสุริยะหน่อยล่ะ เขาเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ใช่เหรอ ตอนบริหารเป็นอย่างไรเล่า ให้ประชาชนฟังหน่อย เผื่อเขาไม่ได้ดูสภา”
ทำให้นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า เขาเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว และตนดูนโยบายการหาเสียงที่ระบุว่าค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ภายใน 3 เดือน รอบที่แล้วก็ตั้งประเด็นหาเสียงเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตามนโยบายนี้ คนเขียนนโยบายอาจไม่เข้าใจเนื้อหาเพราะสิ่งที่หาเสียงคือ 20 บาทตลอดทาง คือขึ้นหลายสายก็ 20 บาท ไม่ใช่สายหนึ่ง 20 บาท ไปต่ออีกสายหนึ่งกลายเป็น 40 บาท
“แค่ชื่อมันก็ผิดแล้ว มันต้องเป็น 20 บาทตลอดทาง ส่วน พ.ร.บ. ตัวร่วมฯ ที่เพิ่งคลอดออกมา เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนยื่นประกอบกับร่างของ ครม. แต่พรรคของนายสุริยะ ไม่มีร่างของของตัวเองด้วยซ้ำ เนื้อหาพอประกบกันแล้วคลอดออกมา เป็นไปตามที่พรรคประชาชนยื่นเป็นหลักหากเทียบอะไรมาตรา พ.ร.บ. ตัวร่วมเป็นเรื่องที่ดี เราสนับสนุน ส่วนค่าโดยสาร ถ้าจะแข่งกันในเกมถูกกว่าย่อมดีกว่า ต้องเห็นใจพี่น้องต่างจังหวัดด้วย มาร่วมกันจ่าย เพียงแต่นโยบายพรรคประชาชน หลักการคิดคือพยามทำให้เส้นเลือดใหญ่ รถไฟฟ้า กับเส้นเลือดฝอยคือรถเมล์ ทำงานร่วมกันเป็นระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ใช่โลกคู่ขนาน มองรถไฟฟ้าเป็นโลกหนึ่ง มองรถเมล์เป็นโลกหนึ่ง” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ควรทำให้เป็นระบบขนส่งสาธารณะร่วมกัน เพราะบริบทผังเมืองกรุงเทพมหานครกระจัดกระจาย จะทำอย่างไรให้เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยทำงานร่วมกันให้เป็นขนส่งสาธารณะในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่แข่งกันว่าถูกกว่าดีกว่า เพราะอาจจะแลกมาด้วยกันเจรจาซื้อคืนรถไฟฟ้า ซื้อคืนในราคาเท่าไหร่ยังไม่รู้ จะเอื้อประโยชน์กันอย่างไรไม่รู้ แต่หากไม่ซื้อคืนจะดำเนินภาษีของประชาชนมาอุด แต่ต่างจังหวัดยังไม่มีแม้กระทั่งรถเมล์ดีๆใช้ ซึ่งในกฎหมายอุดหนุนได้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในบริบทของกรุงเทพมหานครกับต่างจังหวัดจะมีแนวทางการ ใช้ทรัพยากรให้เกิดความสมดุลอย่างไร ไม่ใช่การหาเสียงแข่งกันว่าถูกกว่าย่อมดีกว่า ก่อนที่จะขอโอกาสให้คนใหม่ใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น จะดีกว่า







