'บิ๊กโจ๊ก' แห้ว ศาล ปค.สูงสุดยกฟ้อง คำสั่งให้ออกราชการ ชอบด้วย กม.

ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกคำร้อง ชี้คำสั่ง ผบ.ตร.'บิ๊กโจ๊ก' ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสอบสวนคดีพัวพันเว็บพนัน ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีศาลปกครองสูงสุด อ่านคำพิพากษาในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์ “BNK MASTER” และถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ทำให้ถูก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ออกจากราชการฯ
ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.), นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 แล้ว
โดยศาลให้เหตุผลว่า กรณีที่มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เนื่องจากขณะออกคำสั่ง เกิดขึ้นเมื่อครั้ง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มีหมายจับศาลอาญาคดีฟอกเงินเว็บพนัน
ศาลปกครองสูงสุด ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่า คำสั่ง ผบ.ตร. ดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบกตร.ที่ให้อำนาจไว้ในการพิจารณา โดยมีมูลเหตุเนื่องจากผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการตำรวจระดับสูงที่โดนกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงจนศาลอาญาออกหมายจับ ซึ่งไม่ใช่เป็นความผิดลหุโทษหรือเกิดขึ้นจากความประมาท
คำสั่งดังกล่าวของพล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งรักษาการ ผบ.ตร.จึงชอบด้วยกฎหมายเเละกฎหมายให้อำนาจกระทำได้
รวมทั้งคำสั่งให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการไม่ได้ส่งผลที่จะทำให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ซึ่งรักษาการ ผบ.ตรในขณะนั้นได้รับคัดเลือกเป็นผบ.ตรในทันที ซึ่งการคัดเลือกยังต้องผ่านคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาความรู้ความสามารถคุณสมบัติและความประพฤติ จึงไม่ใช่คำสั่งที่ไม่เป็นกลางจึงมีคำสั่งยกฟ้อง ผบ.ตร.พวกทั้งสาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถูก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ จากนั้นก็มีการสู้คดีกันเรื่อยมา จนต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งให้ออกจากราชการ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ เพื่อแย้งว่าคำสั่งให้ออกจากราชการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) มีมติ 6 ต่อ 0 ว่า การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 159/2568 ลงวันที่ 11 มี.ค.2568 เรื่องลงโทษข้าราชการตำรวจออกจากราชการ 5 ราย ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รวมอยู่ด้วย
เนื่องจากมีกรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ BNKMASTER และถูกดำเนินคดีอาญา ตามคดีอาญาที่ 391/2566 ของ สน.เตาปูน พร้อมทั้งถูกศาลอาญาออกหมายจับในความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ม.112 (6)(9) ประกอบม.111 (1) (2) (15) และ (16) นั้น
ทางคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ใช้ดุลพินิจเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการประชุมดังกล่าว มี ก.พ.ค.ตร. 6 คนเข้าประชุม ขาดเพียงพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ได้ถอนตัวไปตั้งแต่แรก เนื่องจากเคยเป็นคู่ขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
ทำให้ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องมายื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด ตามขั้นตอน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ จนศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำตัดสินในวันนี้







