background-default

วันพุธ ที่ 21 มกราคม 2569

Login
Login

'บิ๊กโจ๊ก' แห้ว ศาล ปค.สูงสุดยกฟ้อง คำสั่งให้ออกราชการ ชอบด้วย กม.

'บิ๊กโจ๊ก' แห้ว ศาล ปค.สูงสุดยกฟ้อง คำสั่งให้ออกราชการ ชอบด้วย กม.

ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกคำร้อง ชี้คำสั่ง ผบ.ตร.'บิ๊กโจ๊ก' ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสอบสวนคดีพัวพันเว็บพนัน ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีศาลปกครองสูงสุด อ่านคำพิพากษาในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์ “BNK MASTER” และถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ทำให้ถูก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ออกจากราชการฯ

ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.), นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 แล้ว

โดยศาลให้เหตุผลว่า กรณีที่มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เนื่องจากขณะออกคำสั่ง เกิดขึ้นเมื่อครั้ง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มีหมายจับศาลอาญาคดีฟอกเงินเว็บพนัน

ศาลปกครองสูงสุด ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่า คำสั่ง ผบ.ตร. ดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบกตร.ที่ให้อำนาจไว้ในการพิจารณา โดยมีมูลเหตุเนื่องจากผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการตำรวจระดับสูงที่โดนกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงจนศาลอาญาออกหมายจับ ซึ่งไม่ใช่เป็นความผิดลหุโทษหรือเกิดขึ้นจากความประมาท

คำสั่งดังกล่าวของพล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งรักษาการ ผบ.ตร.จึงชอบด้วยกฎหมายเเละกฎหมายให้อำนาจกระทำได้

รวมทั้งคำสั่งให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการไม่ได้ส่งผลที่จะทำให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ซึ่งรักษาการ ผบ.ตรในขณะนั้นได้รับคัดเลือกเป็นผบ.ตรในทันที ซึ่งการคัดเลือกยังต้องผ่านคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาความรู้ความสามารถคุณสมบัติและความประพฤติ จึงไม่ใช่คำสั่งที่ไม่เป็นกลางจึงมีคำสั่งยกฟ้อง ผบ.ตร.พวกทั้งสาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถูก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์  จากนั้นก็มีการสู้คดีกันเรื่อยมา จนต่อมา  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งให้ออกจากราชการ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ เพื่อแย้งว่าคำสั่งให้ออกจากราชการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) มีมติ 6 ต่อ 0 ว่า การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 159/2568 ลงวันที่ 11 มี.ค.2568 เรื่องลงโทษข้าราชการตำรวจออกจากราชการ 5 ราย ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รวมอยู่ด้วย

เนื่องจากมีกรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ BNKMASTER และถูกดำเนินคดีอาญา ตามคดีอาญาที่ 391/2566 ของ สน.เตาปูน พร้อมทั้งถูกศาลอาญาออกหมายจับในความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ม.112 (6)(9) ประกอบม.111 (1) (2) (15) และ (16) นั้น

ทางคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ใช้ดุลพินิจเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการประชุมดังกล่าว มี ก.พ.ค.ตร.  6 คนเข้าประชุม ขาดเพียงพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ได้ถอนตัวไปตั้งแต่แรก เนื่องจากเคยเป็นคู่ขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

ทำให้ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องมายื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด ตามขั้นตอน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ  จนศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำตัดสินในวันนี้