'ศิริกัญญา' ลั่นปักธงส้ม กทม. 33 เขต ชี้ไม่ใช่พื้นที่ใครล่วงหน้า

'ศิริกัญญา' เมินคำแนะนำ 'ปิยบุตร' พร้อมเผชิญหน้าคนเห็นต่าง ย้ำ กทม.ไม่ใช่พื้นที่ของใครล่วงหน้า หลัง ปชป.ขอแบ่งเค้ก มั่นใจฐานเสียงปึ้ก หวังกวาดเรียบ 33 เขต
KEY
POINTS
- น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกฯ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศเป้าหมายของพรรคประชาชนในการคว้าชัยชนะ สส. ทั้ง 33 เขตในกรุงเทพมหานคร
- ยืนยันว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่ของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งมาก่อน และประชาชนไม่มีเจ้าของ
- ระบุว่าไม่กังวลกับคู่แข่งทางการเมือง เพราะเชื่อว่าการแข่งขันเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และพรรคจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเรียกความไว้วางใจกลับคืนมา
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงใน กทม.ตลาดประชานิเวศน์ โดยเป็นเขตเลือกตั้งที่นายชยพล สท้อนดี ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 10 ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ว่า ในการลงพื้นที่พยายามพบประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายหาเสียงของพรรคประชาชน เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าหากเลือกพรรคประชาชน ได้พรรคประชาชนมาบริหารประเทศ จะเต็มไปด้วยมืออาชีพที่พร้อมทำงาน และมีมั่นใจเพื่อมอบความไว้วางใจให้แก่พรรคประชาชนอีกครั้ง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงเสียงตอบรับในพื้นที่ กทม.ว่า ก่อนหน้านี้ลงพื้นที่หาเสียงในหลายเขตเลือกตั้ง ยังคงดีมากและเหนียวแน่น ยอมรับภาพที่ปรากฏอาจมีดราม่าเยอะ แต่ในข้อเท็จจริงประชาชนยังให้การสนับสนุนเหมือนเดิม ส่วนข้อโต้แย้งหรือความเห็นต่างมีน้อยมาก เจอหลัก10 ไม่ได้ถูกนำเสนอในหน้าสื่อเยอะ แต่การสนับสนุนจากประชาชนต่อพรรคประชาชนยังคงดีอยู่
“ฝากความหวังและคาดหวังทำให้ความหวังของประชาชนให้เป็นจริง ถ้าเลือกพรรคประชาชนแล้ว ได้รัฐบาลประชาชนมาบริหารประเทศ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
เมื่อถามว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล แนะนำว่ากรณีเจอคนที่เห็นต่างกันมา ให้มองข้ามเพราะอาจกลายเป็นภาพจำให้ประชาชนตั้งคำถาม น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยังไม่ย่อท้อ เพราะในบางครั้งประชาชนเข้ามาถามด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ใจที่อยากได้คำตอบ ซึ่งยินดีให้คำอธิบาย ไม่ได้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือหลบหน้า พร้อมที่จะให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงแก่ประชาชน
เมื่อถามว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้พื้นที่ กทม. มีพรรคประชาธิปัตย์มาแบ่งด้วยกังวลหรือไม่ อาจทำให้ไม่ได้ สส. เหมือนสมัยที่แล้ว น.ส.ศิริกัญญาระบุว่า ไม่ได้กังวล เพราะว่าประชาชนไม่ได้มีเจ้าของ
“ไม่มีหรอกที่ว่าเป็นพื้นที่ของใครมาก่อน แล้วจะต้องเป็นพื้นที่แบบนั้นตลอดไป เราคงต้องทำงานอย่างเต็มที่ในช่วง 1 เดือนที่เหลือ เพื่อให้ประชาชนไว้วางใจพวกเรากลับมาอีกครั้งหนึ่งแบบเต็มๆ ทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง ไม่ได้กังวลที่คู่แข่งเพราะว่าการแข่งขัน เท่ากับเป็นการเปิดทางเลือกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ในการที่จะพิจารณาผู้แทนราษฎรของพวกเขา อย่างไรก็สู้เต็มที่เพื่อที่จะส่งมอบนโยบายดีๆ ให้แก่พี่น้องประชาชนให้ได้” น.ส. ศิริกัญญา กล่าว
มองนโยบายเติมเงิน 3 พัน แค่ประคองผู้มีรายได้น้อย ไม่ทำให้หายจนจริง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงนโยบายประชานิยม คนละครึ่ง ของพรรคเพื่อไทย ที่รัฐบาลจะออกให้ 70% และประชาชนออกเอง 30% ว่า อยู่ที่ประชาชนจะตื่นเต้นกับนโยบายดังกล่าวหรือไม่ ส่วนพรรคประชาชนก็ทราบดีเช่นกันว่า เศรษฐกิจต้องการการกระตุ้นโดยพรรคมีนโยบายกระตุ้นระยะสั้นเช่นกัน คือหวยใบเสร็จ และพรรคไม่รังเกียจที่จะทำคนละครึ่งต่อเพียงแต่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้ SME ได้อยู่ตลอดไป ไม่ได้อยู่ชั่วคราวเหมือนคนละครึ่งที่มาเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
ส่วนนโยบายคนไทยไร้จนของพรรคเพื่อไทย ที่จะเติมเงินให้ จำนวน 3,000 บาทนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า มีความแตกต่างกับโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท รอบนี้เป็นการตั้งเป้าไปที่บุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งถือว่าโอเค
แต่อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินไม่ได้ทำให้ความยากจนหมดไปได้จริง ถ้าเรื่องนี้ง่าย ในประเทศไทยคงไม่มีคนจนแล้ว ถ้าเรื่องนี้ทำง่าย ความจนคงหมดแล้ว แต่คงจะช่วยประคับประคองไปได้ และอีกส่วนคือคนที่เกือบจนก็มี ซึ่งพรรคการเมืองก็จะต้องสร้างรายได้ให้กับคนกลุ่มนี้อย่างจริงจังด้วย







