'ปิติพงศ์' ชู 'การเมืองอิสระ' สู้สามสงคราม ปราบทุนเทา-แก้ปากท้อง

หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ชูโมเดล “การเมืองอิสระ” ไม่ติดหนี้บุญคุณการเมือง ประกาศสู้สามสงครามใหญ่ ทุนสีเทา–สแกมเมอร์–ปัญหาปากท้องประชาชน ย้ำไม่เล่นประชานิยมฉาบฉวย ขอเป็นทางเลือกใหม่ แก้โครงสร้างประเทศระยะยาว
นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวถึง วิกฤตการเมืองไทยในปัจจุบันว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่สามารถก้าวข้ามวิกฤตไปได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ภัยพิบัติ หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เกิดจากโครงสร้างทางการเมืองที่ผู้บริหารประเทศมักเป็น "นักการเมืองอาชีพ" หรือ "นักการทหาร" ขาดนักบริหารมืออาชีพที่เข้าใจระบบอย่างแท้จริง
พร้อมเปิดเผยด้วยความภาคภูมิใจในฐานะลูกศิษย์ของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ว่าแนวทางการสร้างพรรคเป็นธรรมถอดแบบมาจากหลักการที่อาจารย์ปรีดีวางรากฐานไว้ โดยเฉพาะการยึดมั่นใน รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 อย่างเคร่งครัด ที่ระบุว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล
“หลักนิตธรรมต้องถูกนำมาใช้ปกครองประเทศอย่างแท้จริง นี่คือหลักการเดียวที่จะทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และเป็นแนวทางที่ผมยึดถือมาตลอดในฐานะลูกศิษย์อาจารย์ปรีดี”
นายปิติพงศ์ ระบุว่า หัวใจสำคัญของการเมืองที่จะแก้วิกฤตประเทศได้ คือความเป็นอิสระ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคมักมี "ต้นทุนทางการเมือง" ที่ต้องแบกรับ ทำให้เมื่อเข้าไปมีอำนาจบริหาร จึงไม่สามารถพูดความจริงหรือแก้ปัญหาได้อย่างเต็มปาก เพราะติดเงื่อนไขของกลุ่มทุนผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
“พรรคใหญ่พูดไม่ได้หลายเรื่อง เพราะมีต้นทุนทางการเมืองต้องปกป้อง แต่พรรคเป็นธรรมไม่มี เราเป็นพรรคอิสระ ใช้ทุนของพรรคเอง ไม่ยึดโยงผลประโยชน์ ไม่ต้องพึ่งทุนสีเทา หรือทุนการพนัน ทำให้เรากล้าชนทุกปัญหา” นายปิติพงศ์กล่าว
วหน้าพรรคเป็นธรรมยังกล่าวว่าประเทศไทยกำลังเผชิญสงครามใหญ่ภายในประเทศที่ต้องเร่งจัดการ คือ สงครามทุนสีเทาและแก๊งสแกมเมอร์ ที่แทรกซึมเข้าสู่ระบบการเมือง และ สงครามปากท้องของพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคเป็นธรรมได้รวบรวมทีมงานที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ ทั้งจากสถาบันระดับโลกอย่าง MIT และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่ออาสาเข้ามาจัดการวิกฤตเหล่านี้อย่างเป็นระบบ
นายปิติพงศ์ ยังได้เปรียบเทียบแนวทางของพรรคไว้อย่างน่าสนใจว่า หากพรรคการเมืองใหญ่คือข้าวสารหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ประชาชนจำใจต้องกินเพื่อให้อิ่มท้องไปวันๆ พรรคเป็นธรรม ขออาสาเป็น "กับข้าวปลอดสารพิษ" ที่อาจจะไม่เน้นประชานิยมฉาบฉวย แต่เน้นคุณภาพและสุขภาพที่ดีของโครงสร้างประเทศในระยะยาว
“เราไม่เน้นประชานิยม แต่เน้นคุณภาพ ขออาสาเป็นวัตถุดิบให้ประชาชนมาปรุงอนาคตของประเทศ ฝากเบอร์ 45 พรรคเป็นธรรม ไว้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง” นายปิติพงศ์ทิ้งท้าย







