ส่อง 7 พรรค นโยบาย‘ปราบโกง’ ‘ล้ม-รื้อ-ล้าง-ปลดล็อก-ล้างบาง’

ส่อง 7 พรรค นโยบาย‘ปราบโกง’  ‘ล้ม-รื้อ-ล้าง-ปลดล็อก-ล้างบาง’

พรรคการเมืองที่ได้เข้าสภาฯ หลังวันที่ 8 ก.พ. ยิ่งเป็นพรรคที่ได้เป็นรัฐบาล รด้วยแล้ว ย่อมต้องจับตาถึงที่สุดจะจริงจังในการผลักดันแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้มากน้อยเพียงใดหรือที่สุดจะเป็นแค่“ราคาคุย”

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชน: ชูนโยบายสร้างรัฐโปร่งใสผ่านการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้าง เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) ใช้เทคโนโลยีลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ และออกกฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) และกฎหมาย "คนโกงวงแตก" (Leniency Law)
  • พรรคเพื่อไทย: เสนอนโยบาย "รื้อ-ล้าง-ปลดล็อก" โดยใช้รัฐบาลดิจิทัล (AI Government) ปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ (Omnibus Law) และปรับทุกบริการของรัฐให้เป็นดิจิทัล 100% เพื่อลดขั้นตอนและโอกาสทุจริต
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ: ประกาศนโยบาย "พิฆาตคนชั่ว" โดยจะปรับปรุงกฎหมายให้คดีทุจริตจบสิ้นภายใน 1 ปี และปรับลดการขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อการลงโทษที่เด็ดขาด
  • พรรคประชาธิปัตย์: เสนอใช้ Open Data เปิดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ประชาชนตรวจสอบได้ และใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจจับความผิดปกติของโครงการต่างๆ
  • พรรคไทยสร้างไทย: เสนอ 3 มาตรการ คือ เพิ่มโทษคนโกงชาติสูงสุดถึงประหารชีวิต ให้อำนาจประชาชนลงชื่อถอดถอนองค์กรอิสระ และจัดตั้ง "ป.ป.ช. ภาคประชาชน"
  • พรรคประชาชาติ: ชูยุทธศาสตร์ 0-10-100 โดยมีเป้าหมายหลักคือการปราบโกงให้เป็นศูนย์ (0) และบังคับใช้กฎหมายปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ
  • พรรคไทยภักดี: เสนอมาตรการ เช่น ยกเลิกธนบัตรใบ

ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งทั้งศึกนายกฯ และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วันที่ 11 ม.ค.นี้ และเลือกตั้งสส. ทั่วประเทศ ที่จะรู้ผลแพ้ชนะกันในวันที่ 8 ก.พ. ที่ต่างฝ่ายต่างเปิดโหมดประชันนโยบาย 

ในห้วงที่การเมืองกำลังส่งสัญญาณช่วงชิงคะแนนนิยมเวลานี้ หนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกจับตาหนีไม่พ้น นโยบายแก้ปัญหา “ทุจริตคอร์รัปชัน” อันถือเป็นปัญหาสำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศ 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2568 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โดย “มานะ นิมิตรมงคล” ประธานองค์กรฯ ออกมาเปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการ “โกงเป็นเครือข่าย” 

มีหลายเหตุการณ์ที่ “นักการเมือง” และ “ชนชั้นนำ” ได้กระทำเรื่องผิดความคาดหวังของสังคมอย่างไม่เกรงกลัวใคร ไม่สนใจจริยธรรม ขณะที่ สว. และกรรมการองค์กรอิสระจำนวนมาก กลายเป็นภาระของบ้านเมือง จนการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นเรื่องยาก ฉุดรั้งนิติรัฐ และสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

อีกทั้งขอให้จับตา “3 กรณีใหญ่ 6 เรื่องร้อน” ที่จ่อคิวรอพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมและหลักนิติรัฐไทย

ส่อง 7 พรรค นโยบาย‘ปราบโกง’  ‘ล้ม-รื้อ-ล้าง-ปลดล็อก-ล้างบาง’

เรื่องแรก การปล่อยผีสองคดีสินบนข้ามชาติ คือ คดีสวนปาล์มที่อินโดนีเซีย และคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ใน ปตท. อีกคดีดังคือ คดีฮั้วประมูลสร้างโรงพักทั่วประเทศ 6,000 ล้านบาท ทั้งหมดนี้เอาผิดผู้บงการไม่ได้เลย

เรื่องที่สอง ศึกเขากระโดง และคดีฮั้ว สว. เป็นพฤติกรรมชัดแจ้งในการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ และข้าราชการมาเป็นเครื่องต่อรอง ทำลายล้างทางการเมือง จนหลักนิติรัฐของไทยตกต่ำ

เรื่องที่สาม ความพยายามแก้สัญญาสัมปทานร้านค้าดิวตี้ฟรี และสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นเรื่องน่ากังขาว่า อะไรสำคัญกว่ากันระหว่างผลประโยชน์ของชาติกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของพวกพ้อง กฎหมาย และธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐคือ อะไรกันแน่ ทั้ง 2 โครงการจะเป็นเครื่องพิสูจน์ศักดิ์ศรีของไทยในสายตานานาชาติ

เมื่อไล่ลึกนโยบายที่แต่ละพรรคกำลังประโคมโหมโรงในเวลานี้ 

พรรคประชาชน ที่ชูแคมเปญ “มีเราไม่มีเทา” เป็นม็อตโต้หาเสียง ชูนโยบายสร้างรัฐโปร่งใสผ่านการปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้างและลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ด้วยเทคโนโลยี ปิดช่องคอร์รัปชัน มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะและเข้าถึงได้ง่าย (Open Data) ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างระบบที่ทำให้คนไม่สามารถโกงได้ อ่านชุดนโยบาย “รัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน” 

โดยเสนอ 8 มาตรการสำคัญ 

1.เปลี่ยน พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ เป็น “พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของสาธารณะ” เพื่อวางหลักการ “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยเฉพาะฐานข้อมูลสำคัญของรัฐ (เช่น งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง) ต้องเปิดเผยในรูปแบบดิจิทัลที่ใครก็สามารถนำไปตรวจสอบได้ง่าย

2. พัฒนาระบบออนไลน์ของรัฐให้เชื่อมโยงกัน และสามารถใช้บริการได้ในช่องทางเดียว เช่น ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และ “BizPortal” เพื่อลดความยุ่งยากและการพบปะเจ้าหน้าที่ 3. พัฒนาระบบที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ

4. ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อป้องกันการใช้เงินหลวงโปรโมตตัวเองทางการเมืองบังคับให้นำเงินนอกงบประมาณทั้งหมดเข้าสู่ระบบ GFMIS (ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐ) เพื่อให้ตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์ ขยายการตรวจสอบทางจริยธรรม (Integrity Pact) ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป)

5. ทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายเก่าที่ทำให้ประชาชนทำถูกกฎหมายได้ยากและเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่เรียกรับสินบนได้ (เช่น กฎหมายโรงแรม กฎหมายสถานบริการ) 6. ปรับปรุงกฎหมายให้ใช้เทคโนโลยีบังคับใช้ได้ แก้ไขกฎหมายต่าง ๆ (เช่น พ.ร.บ.จราจรทางบก) เพื่อเพิ่มการใช้เทคโนโลยี (กล้องวงจรปิด ภาพถ่าย) เข้ามาช่วยบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แทนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

7. เสริมกลไก “แฉโกง ปลอดภัย ได้เงิน” ปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองและให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) ให้ได้รับเงินรางวัลจริงจากกองทุน ป.ป.ช.อย่างเป็นธรรม 

8. ผลักดันกฎหมาย “คนโกงวงแตก” (Leniency Law)ออกกฎหมายนี้เพื่อให้ผู้ที่ร่วมทุจริตแล้วตัดสินใจให้ข้อมูลแก่รัฐเป็นคนแรก ได้รับการพิจารณาลดโทษหรือกันเป็นพยาน วิธีนี้จะทำให้ขบวนการทุจริตขาดความเชื่อใจกันและเดินต่อได้ยากในที่สุด

ส่อง 7 พรรค นโยบาย‘ปราบโกง’  ‘ล้ม-รื้อ-ล้าง-ปลดล็อก-ล้างบาง’

พท.5 นโยบาย“รื้อ-ล้าง-ปลดล็อก”

พรรคเพื่อไทย เสนอ AI Government รัฐดิจิทัล อัจฉริยะ โปร่งใสฉับไว และ รื้อกฎหมาย ล้างระบบ ปลดล็อกรัฐ 5 นโยบายทั้ง พัฒนา บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว แพลตฟอร์มกลางสำหรับประชาชนและธุรกิจ เข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเบ็ดเสร็จ ใบอนุญาตหลักๆ สามารถอนุมัติได้ภายใน 1 วัน

สร้างระบบ Digital Governance Dashboard แสดงผลข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และสถานะโครงการ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าดูได้

ปฏิรูปกฎหมายทั้งระบบในคราวเดียว ออกกฎหมายฉบับใหญ่ (Omnibus Law) ตัดกฎหมายเก่า ลดกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อน เปิดทางให้ประชาชนทำมาหากินได้ง่ายขึ้น ธุรกิจเดินหน้าเร็วขึ้น ราชการทำงานไวขึ้น

ปรับทุกบริการเป็นดิจิทัล (Digital by Default) ทุกใบอนุญาตต้องสามารถขอออนไลน์ได้ 100% ระบบติดตามสถานะ (tracking) โปร่งใส ลดโอกาสเจ้าหน้าที่เรียกผลประโยชน์ ทำ"คู่มือกฎหมายฉบับประชาชน" ที่เข้าใจง่าย สรุปว่าต้องทำอะไร ส่งเอกสารอะไร ใช้เวลานานเท่าไหร่ เพื่อลดการตีความของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นต้นตอของความล่าช้าและทุจริต

ส่อง 7 พรรค นโยบาย‘ปราบโกง’  ‘ล้ม-รื้อ-ล้าง-ปลดล็อก-ล้างบาง’

 รทสช.ชูพิฆาตคนชั่ว-แก้กม.คดีโกง   

พรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำ ประกาศนโยบายปราบโกง พิทักษ์คนดี “พิฆาตคนชั่ว” ตอกย้ำจุดยืนในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน โดยนำ “เครื่องประหารหัวพยัคฆ์” จำลอง มาเป็นสื่อสัญลักษณ์ในการประกาศสงครามกับกลุ่มอิทธิพลและข้าราชการที่ทุจริตเงินแผ่นดิน กลุ่มทุนสีเทา และแก๊งสแกมเมอร์ 

พร้อมทั้งประกาศจุดยืน “ไม่ร่วมสังฆกรรมกับคนโกง” และจะไม่ยอมให้กลุ่มทุนเทาเข้ามาครอบงำพรรคหรือการเมืองไทยอย่างเด็ดขาด และไม่เฉพาะแค่พิฆาตคนชั่ว แต่ต้องพิทักษ์คนดีให้มีที่ยืนในสังคม ดังสุภาษิตที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ต้องกลับมาเป็นความจริงในแผ่นดินนี้

นอกจากนี้ ยังเสนอนโยบายปรับปรุงกฎหมายให้คดีทุจริตจบสิ้นภายใน 1 ปี และปรับลดเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อให้เป็นการลงโทษที่เด็ดขาด เป็นต้น

 ปชป.เสนอ Open Data ข้อมูลภาครัฐ

พรรคประชาธิปัตย์ เสนอ Open Data ข้อมูลภาครัฐ ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐเป็นแบบดิจิทัล Machine-Readable และเป็นข้อมูลสาธารณะเพื่อให้ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจสอบได้

ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI.) ตรวจจับความผิดปรกติของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น วิเคราะห์การกำหนดสเปค การเสนอราคาที่ผิดปรกติ การเสนอสินค้า หรือบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ตรงตามความต้องการ 

ระบบติดตามงบประมาณตามพื้นที่ ให้ประชาชนสามารถกดติดตามโครงการของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ของตัวเอง ให้มีการแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะโครงการ เช่นการขยายสัญญา การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน

ต้องจัดทำรายงานประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ เช่น ตารางสรุปมูลค่างานที่บริษัทได้สัญญาภาครัฐ โครงการที่ล่าช้าผิดปรกติ ฯลฯ โดยจะออกระเบียบให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับงานไปยังสำนักงานงบประมาณของรัฐสภา เพื่อเป็นผู้จัดทำรายงานดังกล่าว 

“พรรคเล็ก”โหนดัชนีต้านโกง

หรือแม้แต่พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กอย่าง พรรคไทยสร้างไทย เสนอ 3 มาตรการ เพิ่มโทษคนโกงชาติ ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองให้มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ให้อำนาจประชาชน 50,000 รายชื่อ สามารถลงมติถอดถอนองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญได้ หากพบพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้คนโกง

รวมทั้งจัดตั้ง “ป.ป.ช. ภาคประชาชน”  เพื่อให้ภาคเอกชนและภาคพลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบโครงการรัฐและมีอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมายได้จริง

“พรรคประชาชาติ” ชู ยุทธศาสตร์ 0-10-100 ปราบโกงให้เป็น 0 บังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ

 พรรคไทยภักดี ยกเลิกธนบัตรใบละ 1,000 และ 500 บาท เพื่อลดปัญหาการเก็บเงินสดจากการทุจริตและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน  เพิ่มโทษประหารชีวิต ถ้าโกงเกิน 100 ล้าน และต้องประหารภายใน 15 วัน ต้องไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ เพิ่มอำนาจประชาชนฟ้องตรงต่อศาล ถ้าชนะ ประชาชนมีสิทธิ์ได้รับรางวัล เป็นต้น 

ปัญหา“ทุจริตคอร์รัปชัน” ที่เป็นเหมือนขยะที่ซุกใต้พรม ยิ่งคุ้ยก็ยิ่งเจอ จะถือเป็นบทพิสูจน์ของบรรดาพรรคการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างช่วงชิงคะแนนนิยมผ่านศึกนโยบายในเวลานี้ 

โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ได้เข้าสภาฯ หลังวันที่ 8 ก.พ. ยิ่งเป็นพรรคที่ได้เป็นรัฐบาล ถืออำนาจบริหารด้วยแล้ว ย่อมต้องจับตาถึงที่สุดจะจริงจังในการผลักดันแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้มากน้อยเพียงใด

หรือที่สุดจะเป็นแค่การชูแคมเปญเพื่อเรียกคะแนนนิยม หรือตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า“ราคาคุย” แต่เพียงเท่านั้น?