'ทนายบิ๊กโจ๊ก' ยื่น 'สว.' ตั้งกก.อิสระ ปัดล้มคดีสินบนทองคำ

'ทนายบิ๊กโจ๊ก' ยื่น 'สว.' ตั้งกก.อิสระ  ปัดล้มคดีสินบนทองคำ

ทนายบิ๊กโจ๊ก ยื่น ประธานวุฒิสภา พิจารณาส่งเรื่องให้ กก.อิสระตรวจสอบอำนาจ พนง.สอบสวน- ป.ป.ช. คดีติดสินบนทองคำ ชี้ขัดกับกฎหมาย-รธน. ปัดเดินเรื่องเพื่อถ่วงเวลา-พลิกคดี

ที่รัฐสภา นายสัญญาภัชระ สามารถ  ทนายความของพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล เข้ายื่นหนังสือถึง ประธานวุฒิสภา ผ่านกลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลฏีกา เพื่อตั้งกรรมการอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ไต่สวนตรวจสอบการใช้อำนาจของพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

จากนั้น นายสัญญาภัชระ แถลงว่า ตามกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวน ที่ตรวจสอบคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รวมถึงกรณีที่จะส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช. รับเรื่องไว้ตรวจสอบนั้น ส่อว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายและส่อว่ากระทำการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะข้อกล่าวหาดำเนินคดีเกี่ยวกับ ป.ป.ช.นั้น ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจตรวจสอบตนเอง ส่วนรายละเอียดที่เกิดขึ้นนั้นถูกมองว่าเข้าหลักเกณฑ์ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ว่ากรณีกล่าวหาเรื่องกรรมการ ป.ป.ช.ร่ำรวยผิดปกติ มีช่องทางดำเนินคดีกับ ป.ป.ช. คือส่งให้ประธานรัฐสภา หรือให้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อ 1 ใน 5 หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งร่วมลงรายชื่อร่วมกัน 20,000 คน เพื่อเสนอให้ ประธานรัฐสภาตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาตั้งไต่สวนคณะกรรมการอิสระและหากมีมูลส่งต่อไปยังอัยการสูงสุด รวมถึงพนักงานสอบสวนของ สตช. ไม่มีอำนาจตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวถึงกรณีของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่มีคดีเรื่องให้สินบนทองคำ มีคลิปและหลักฐานปรากฎ ประเมินหรือไม่ว่าจะหักล้างของ สว.ที่จะส่งเรื่องให้ตั้งกรรมการอิสระ  นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า การจะเข้าสู่ขั้นตอนที่จะยื่นต่อประธานวุฒสภา ต้องดูในรายละเอียดและหลักฐานต่างๆ  ถ้าเห็นว่ามีข้อเท็จจริงต่างๆ และสอดคล้องกับมาตรา 49 วรรคสอง จะมองว่าเป็นเรื่องทำในลักษณะตัวการ ผู้ใช้ผู้สนับสนุน เหมือนกับคดีที่ต้องไปด้วยกันไม่สามารถแยกการพิจารณาได้ ในเมื่อกรรมการป.ป.ช. กำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษ ดังนั้นต้องไปในช่องทางที่กำหนดไว้ เพราะมีการตรวจสอบที่เข้มข้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลการตรวจสอบที่เข้มข้นของกรรมการอิสระที่ประธานศาลฏีกาตั้งขึ้นมาจากคนที่มีความเป็นกลางทางการเมืองที่ต้องพิจารณาร่วมกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าใครผิดใครถูก หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้มั่นใจว่าได้รับความเป็นธรรมแน่นอน แต่สิ่งที่ตนพูดคือ กระบวนการเริ่มต้นต่างๆ ผิดทั้งหมด และเป็นการกระทำที่ขัดต่อพ.ร.ป. ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องนี้ที่ถูกกล่าววหา จำนวน 6 คน หนึ่งในนั้นคือ กรรมการป.ป.ช. ส่วนจะผิดหรือไม่ ตนไม่รู้ แต่วิธีการตรวจสอบทางกฎหมายชัดเจนว่าต้องมาใช้ช่องทางนี้

'ทนายบิ๊กโจ๊ก' ยื่น 'สว.' ตั้งกก.อิสระ  ปัดล้มคดีสินบนทองคำ

“ตำรวจไม่มีอำนาจสอบสวน ส่วนการดำเนินการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจตรวจสอบตัวเอง เมื่อไม่มีอำนาจ ต้องเข้ามาสู่กกระบวนการนี้ ดังนั้นการสอบสวนต่างๆ ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้สิ่งที่ดำเนินการนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่ทำมานั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ” นายสัญญาภัชระ กล่าว

เมื่อถามว่าตอนนี้ภาพจำของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีความน่าเชื่อถือเหลืออยู่ นายสัญญาภัชระ  กล่าวว่า ภาพจำและข้อกฎหมายต่างกัน ตนมาพูดในเรื่องกฎหมาย ดังนั้นในเรื่องภาพจำขอให้เป็นเรื่องการพิสูจน์พยานหลักฐาน การตัดสินไม่สามารถตัดสินสิ่งนี้ได้ ต้องดูพยานหลักฐานว่ารับฟังได้ขนาดไหน พยานมาชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมาก

เมื่อถามว่าการยื่นให้ สว.ตรวจสอบตั้งกรรมการอิสระไม่ใช่เป็นการแก้เกี้ยวใช่หรือไม่ นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น ที่ต้องแก้เกี้ยวเพราะการดำเนินการขององค์กรอิสระไม่ได้ทำให้คดีต้องล้มไป แต่ต้องให้เริ่มต้นกระบวนการอย่างถูกต้องดีเสียกว่าที่ทำไปอย่างไม่ถูกต้องแล้วจบไม่ได้ และไปฟาวล์ในภายหลัง ขณะที่การดำเนินการกับ กรรมการ ป.ป.ช. มีกฎหมายที่บัญญัติสำหรับการดำเนินคดีโดยเฉพาะ

เมื่อถามว่าการใช้กระบวนการกฎหมายตอนนี้ ถูกมองว่าเพื่อประวิงเวลาเปิดโอกาสให้ต่อรองคดีเกิดขึ้นได้  นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า “ไม่ ไม่เลย เพราะช่วงที่รับทราบข้อกล่าวหาขณะนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทราบเฉพาะที่ถูกกล่าวหา ไม่รู้ว่า กรรมการ ป.ป.ช.เข้ามาเกี่ยวข้องส่วนใด ทั้งนี้ในทุกขั้นตอนต้องทำให้ถูกต้องของกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ดีผมไม่เห็นความเชื่อมโยงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับกรรมการป.ป.ช.ในเรื่องที่ถูกตรวจสอบ อย่างไรก็ดีไม่ได้เป็นการถ่วงเวลา แต่ก่อนหน้านี้ส่งสัญญาณแล้วว่าไม่ถูกต้องขั้นตอน จึงต้องทำให้ถูกช่องทางแต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผมแพ้หรือชนะคดี  ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องถ่วงเวลา”

เมื่อถามว่าเหตุใดเรื่องใหญ่เช่นนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถึงไม่ออกมาชี้แจงเอง นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า เพราะไม่ต้องการให้เกิดการตอบโต้กันไปมา ซึ่งอาจถูกมองได้ว่าเป็นการชี้นำ ซึ่งก่อนหน้านี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าหนีไปต่างประเทศแล้วนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตนเข้าพบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ทุกวันเพื่อพูดคุยทั้งเรื่องคดีและกรณีอื่นๆ ที่เป็นส่วนที่ต้องรับทราบและหลังจากนี้ตนเองจะเข้าไปพบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เช่นกัน

เมื่อถามถึงกรณีการดำเนินการกับนายสุรสิทธิ์ แพเกิด พยานในคดีติดสินบนทองคำ ทนายความ กล่าวว่า ตนไม่ก้าวล่วงเพราะไม่ได้เป็นทนายความของนายสุรสิทธิ์ แต่การดำเนินการหากไม่ถูกต้องตามพ.ร.อุ้มหาย ถือว่าไม่ชอบ

“ผมมายื่นเพราะพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจตามกฎหมายและขัดกับรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะที่การดำเนินการของป.ป.ช. ก็ไม่มีอำนาจเช่นกัน ดังนั้นการทำที่ผ่านมา ของพนักงานสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” ทนายความ กล่าว