ลุ้นผลก่อนบ่ายสาม! ศาล ปค.สูงสุดอ่านคำพิพากษาคดี 'บิ๊กโจ๊ก'

ลุ้นผลก่อนบ่ายสาม! ศาล ปค.สูงสุดอ่านคำพิพากษาคดี 'บิ๊กโจ๊ก'

จับตาผลคำพิพากษา! ศาลปกครองสูงสุด ตรึงกำลัง คุมเข้ม วันชี้ชะตาคดี 'บิ๊กโจ๊ก' พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ คาดก่อนบ่ายสามโมงรู้ผล

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
  • คำสั่งให้ออกจากราชการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการที่ "บิ๊กโจ๊ก" ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ "BNK MASTER" และข้อหาฟอกเงิน
  • ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) เคยมีมติว่าคำสั่งให้ออกจากราชการนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว
  • ศาลนัดอ่านคำพิพากษาเวลา 13.30 น. และคาดว่าจะทราบผลการตัดสินไม่เกิน 15.00 น.

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุด นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์ “BNK MASTER” และถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ทำให้ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการฯ

โดยองค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด จะอ่านคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดี 1 ชั้น 3 อาคารศาลปกครองสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยพบว่า ศาลปกครองสูงสุด ได้ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนในการคุมเข้มการเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อมวลชน โดยให้สื่อมวลชนทำการแลกบัตรเพื่อเข้าอาคารศาลปกครองสูงสุด และจะมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์พาไปที่ห้องรับรองสื่อมวลชน

จากนั้น เจ้าหน้าที่จะพาไปที่ห้องพิจารณาคดี 1 ชั้น 3 ในเวลา 13.15 น. และสื่อมวลชนที่เข้ารับฟังการอ่านคำพิากษาให้ฝากโทรศัพท์มือถือไว้ที่ห้องเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี หลังจากอ่านคำพิพากษาเสร็จจะมี Press Release แจก และมีการเตรียมสถานที่สำหรับให้สื่อมวลชน สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องจากทั้งสองฝ่ายคือผู้ฟ้องกับผู้ถูกฟ้องเป็นการเฉพาะ ทั้งคาดว่าไม่เกิน 15.00 น. น่าจะเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ การอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ฝ่ายคู่กรณี อาจส่งตัวแทนมาร่วมรับฟังการอ่านคำพิพากษาได้ ไม่จำเป็นต้องมาฟังด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2568 ในคดีจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ไปฟังผลคำตัดสินเมื่อปีที่แล้วแต่อย่างใด

สำหรับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ก่อนหน้านี้ ถูก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์  จากนั้นก็มีการสู้คดีกันเรื่อยมา จนต่อมา  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งให้ออกจากราชการ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ เพื่อแย้งว่าคำสั่งให้ออกจากราชการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) มีมติ 6 ต่อ 0 ว่า การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 159/2568 ลงวันที่ 11 มี.ค.2568 เรื่องลงโทษข้าราชการตำรวจออกจากราชการ 5 ราย ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รวมอยู่ด้วย

เนื่องจากมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บ พนันออนไลน์ BNKMASTER และถูกดำเนินคดีอาญา ตามคดีอาญาที่ 391/2566 ของ สน.เตาปูน พร้อมทั้งถูกศาลอาญาออกหมายจับในความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ม.112 (6)(9) ประกอบม.111 (1) (2) (15) และ (16) นั้น

ทางคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ใช้ดุลพินิจเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการประชุมดังกล่าว มี ก.พ.ค.ตร.  6 คนเข้าประชุม ขาดเพียงพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ได้ถอนตัวไปตั้งแต่แรก เนื่องจากเคยเป็นคู่ขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

ทำให้ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องมายื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด ตามขั้นตอน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ จนศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำตัดสินในวันนี้