ขวาสไตล์ ‘รทสช.’ เวอร์ชัน 69 โอกาสไปต่อ ‘หัวหน้าพี’ ?

อนาคตจะลงเอยเหมือนพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกตีตรามาตลอดว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจหรือไม่ ในวันที่ทุนหาย กระแสลุงตู่หดแบบนี้
KEY
POINTS
- พรรครวมไทยสร้างชาติ ภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งปี 69
- ด้วยจุดยืนฝ่ายขวาอนุรักษนิยม ชูนโยบายแก้ปัญหาทุจริตเด็ดขาด รวมถึงเน้นเรื่องความมั่นคง
- พร้อมชูนโยบายด้านพลังงานเป็นจุดขายสำคัญ ตั้งเป้าลดราคาน้ำมันเหลือลิตรละ 25 บาท
ศึกเลือกตั้ง ปี 69 นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ภายใต้การนำทัพของพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในวันที่ไร้เงาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แบบ 100% เหลือไว้เพียงจิตวิญญาณของพรรคลุงเท่านั้น
จุดยืนของพรรคที่ถูกจัดอยู่ในหมวดฝ่ายขวา หรืออนุรักษนิยม ตั้งแต่ต้น ถึงวันนี้ ก็ยังเป็นเช่นนั้น สะท้อนผ่านยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งที่เรียกเสียงฮือฮาในโซเชียลไม่น้อย ภายใต้สโลแกนเด็ดขาดแก้วิกฤติ พลิกโฉมประเทศ
ชูจุดขายในเรื่องนโยบายความมั่นคง พิทักษ์อธิปไตย ยกเลิก MOU43-44 ทวงคืนแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้ว เส้นเขตแดนทางทะเลต้องยึดตามกฎหมายสากล พลังงานในทะเล ต้องเอาขึ้นมาพัฒนาเพื่อประโยชน์ของชาติ
สร้างรั้วชายแดน ปิดเส้นทางผ่านเข้าออกของขบวนการสแกมเมอร์ ทุนเทา อัดฉีดทหารทุกคนที่ออกรบ ได้เบี้ยออกรบคนละ 200,000 บาท ในทุกรอบการออกรบ ทหารใหม่หรือคนที่สมัครใจเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ได้เงิน 30,000 บาท บวกเงินเดือนและเงินช่วยค่าครองชีพเดือนละ 15,000 บาท
นโยบายกำจัดคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดิน คนโกง สแกมเมอร์ ต้องประหารให้หมด ผ่านการออกพระราชกำหนด และบังคับให้ลูกหลานต้องชดใช้เงินคืนแผ่นดินอีกด้วย พร้อมกับผุดกิมมิคเครื่องประหารหัวพยัคฆ์ ที่ใช้ลงโทษขุนนางทุจริต และฉ้อราษฎร์บังหลวงในเรื่องเปาบุ้นจิ้น วางโชว์หน้าที่ทำการพรรค
อีกนโยบายของรวมไทยสร้างชาติที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์คือ คุกกลางทะเล ใช้ขังนักโทษคดียาเสพติด โดยพิมพ์เขียวคือ จะใช้แท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยที่หมดสัญญาสัมปทานถูกทิ้งร้างมาปรับปรุงเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง แก้ปัญหาเรือนจำปกติที่อำนาจทุนเทาทะลุทะลวงเอาความสะดวกสบายเข้าถึงโลกหลังกำแพง
หนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกใช้หาเสียงเลือกตั้ง คือ นโยบายด้านพลังงาน ยี่ห้อพีระพันธุ์ ในช่วงเป็น รมว.พลังงาน เป็นที่รับรู้กันดีว่ายืนตรงข้ามทุนใหญ่ จนสะบักสะบอม โครงสร้างภายในพรรคเกิดแรงกระเพื่อมอย่างหนัก
ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายที่รวมไทยสร้างชาติ จะเข็นนโยบายลดราคาพลังงาน ทั้งไฟฟ้า น้ำมัน ให้ประชาชนจ่ายถูกลง ด้วยการเสนอให้ยกเลิกกองทุนน้ำมันจากที่ใช้เงินอุดหนุนแบบเดิม เปลี่ยนมาจัดตั้งระบบคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ เพื่อบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันโดยตรง
แนวคิดคือ ซื้อน้ำมันเก็บเมื่อราคาตลาดโลกลดลง และปล่อยขายเมื่อราคาตลาดโลกแพง ซึ่งทางพรรคมองว่ากลไกนี้จะช่วยตัดความผันผวนจากภายนอก และพีระพันธุ์มั่นใจว่า คนไทยจะได้ใช้น้ำมันลิตรละ 25 บาททันที นอกจากนั้น ยังพร้อมทุบค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย
ความหวือหวาของรวมไทยสร้างชาติ ผ่านนโยบายเลือกตั้ง นับว่าเป็นแกนสำคัญที่ผลักดันให้พรรคเดินต่อ หลังผ่านมรสุมภายในจนบิ๊กเนม บ้านใหญ่ กระจัดกระจายย้ายออกไปอยู่ค่ายน้ำเงิน และแดง จนขุมกำลังที่เคยแข็งแกร่งหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคใต้ถดถอยอย่างเห็นได้ชัด
เลือกตั้ง ปี 69 ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่า จะเป็นคำตอบสำหรับรวมไทยสร้างชาติ ไปต่อได้หรือไม่ หรือจะเผชิญสภาพต้องจำยอม ในวันที่เงื่อนไขเปลี่ยนแปลง ตัวแม่เหล็กชูโรง และขุนพลสำคัญลาจาก ท้ายที่สุดก็อยู่ที่ผลงานจะได้ สส. กี่ที่นั่ง กับมาตรฐานเดิมที่เคยทำไว้รอบที่แล้ว 36 เก้าอี้
เป้าหมายรอบนี้ของรวมไทยสร้างชาติ โดยหัวหน้าพีระพันธุ์ ประกาศเอาไว้ หลังปล่อยคาราวานหาเสียง "อีสานต้องดีกว่านี้" ว่า
ตั้งเป้าจะได้ทุกที่ เพราะถ้าไม่ได้ทุกที่ สิ่งที่พูดก็คงทำไม่ได้ จะแก้ปัญหาพลังงาน แต่ถ้าประชาชนไม่เลือก สิ่งที่พูดไปก็ไม่มีทางเกิด จึงมาขอโอกาสไปทำงานให้ และน่าจะได้ 69 ที่นั่ง เพราะพรรคนโยบายหลัก 6 ด้าน ตรงกับเบอร์ 6 ของพรรค และในช่วงหลังก็เริ่มโหมมอตโต้เพิ่มเติม “กากบาทเบอร์ 6 ไม่โกหก”
แนวทางของรวมไทยสร้างชาติ ดูจะชัดเจนในแบบของตัวเอง และมีความพยายามชูจุดขายในตัวหัวหน้าพรรค ในฐานะอดีตผู้พิพากษาเก่า และถึงตอนนี้น่าจะมีพรรคนี้พรรคเดียวที่ไปร่วมลงนามสัตยาบันกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ตามจุดยืนของพรรคต้องใช้ยาแรง บังคับใช้กฎหมายจริงจัง
ต้องยอมรับว่า “รทสช.” เดินเข้าสู่จุดตกต่ำ แม้ “พีระพันธุ์” จะพยายามปั้นจุดขาย แต่ “จุดอ่อน” ที่เกิดจากบาดแผลใหญ่ ปิดเท่าไรก็ไม่หายสนิท ภายหลัง “แกนนำพรรค- สส.เกรดเอ” ทยอยเดินออกจากค่าย รทสช.
ความหวังสูงสุดอย่าง “สส.เดี่ยว” นิติศักดิ์ ธรรมเพชร บ้านใหญ่พัทลุง ความหวังเก้าอี้ สส. เขต โบกมือลาซบ “พรรคเพื่อไทย” ทางเลือกสุดท้ายที่จะเอาตัวรอดได้ เนื่องจาก “รทสช.” ไม่มี “กระสุน” มาคอยสนับสนุน
เมื่อมองไปที่ขุมกำลัง “สส. เขต” โอกาสที่ “พีระพันธุ์ - รทสช.” จะคว้ามาได้ มีน้อยมาก เพราะขุมกำลังที่มีอยู่ ไม่มีตัวเด่น ไม่มี “บ้านใหญ่” ให้เติมแต้มเข้ามาได้อย่างที่หวัง
ขณะเดียวกันต้องจับตาสถานะของ “ชัช เตาปูน” ชัชวาลย์ คงอุดม นายทุนหนึ่งเดียวของ “รทสช.” ซึ่งที่ผ่านมาลงแรง-ลงทุนมากที่สุด พักหลังจึงมีกระแสข่าว “ลุงชัช” ถอดใจ แต่เมื่อเข้าสนามรบมาแล้ว จึงต้องรอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อน
ต้องยอมรับว่าแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงเข้าใส่พีระพันธุ์ กับภาระแบกพรรคลุยเลือกตั้ง เต็มไปด้วยงานหนัก และอาจจะยังตอบได้ไม่เต็มปากด้วยว่า อนาคตจะลงเอยเหมือนพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกตีตรามาตลอดว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจหรือไม่ ในวันที่ทุนหาย กระแสลุงตู่หดแบบนี้
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







