เทรนด์‘สงครามโดรน’เต็มรูปแบบ งบ 70 จ่อรื้อระบบยุทโธปกรณ์

เทรนด์‘สงครามโดรน’เต็มรูปแบบ  งบ 70 จ่อรื้อระบบยุทโธปกรณ์

ไม่เพียงแต่ปัญหาโดรน ทุกเหล่าทัพ ยังเร่งศึกษาภัยคุกคามทุกมิติจากสมรภูมิไทย-กัมพูชา กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ทางทหาร ตอบโต้ภัยคุกคามในระยะยาว

KEY

POINTS

  • กองทัพไทย ประเมิน 5 ปี การสู้รบจะเป็นยุคของโดรนเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งได้บทเรียนชายแดนไทย-กัมพูชา การยืนด้วยขาตัวเอง คือ ความมั่นคงอย่างแท้จริง
  • 4 เหล่าทัพ และ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เตรียมแผนสงครามอากาศยานไร้คนขับ

เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กองทัพต้องทบทวนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งระบบ ในงบประมาณประจำปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องภัยคุกคามและสถานการณ์ต่างๆ

แม้ขณะนี้ไทย-กัมพูชา จะเดินเข้ากรอบหยุดยิงรอบสอง การปะทะระยะใกล้อาจไม่เกิดในเร็ววันนี้ แต่ในระยะยาวไม่มีใครกล้าการันตี เหตุต่างฝ่ายต่างกลับมาปรับกลยุทธ์ เสริมสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ ปิดจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง

ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาไทยประสบปัญหาฝูงโดรนจากกัมพูชา ใช้โจมตีทหารไทย ในรูปแบบโดรนพลีชีพ บางส่วนบินเข้าพื้นที่ตอนในลักษณะก่อกวน ข่มขู่ โดยเลือกเป้า สนามบิน คลังอาวุธ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมันอ่าวไทย

กระทั่งปัจจุบันนี้ กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ประเมินสถานการณ์ กัมพูชาสงบเชิงการเมือง แต่ตึงในเชิงการทหาร อีกทั้งหลายจุด ยังพบโดรนกัมพูชา บินตรวจการณ์แนวรบฝ่ายไทยเป็นระยะ

 “กองทัพไทย” ประเมินว่า 5 ปีนับจากนี้ การสู้รบจะเป็นยุคของโดรนเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งได้บทเรียนจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การยืนด้วยขาตัวเอง คือ ความมั่นคงอย่างแท้จริงของประเทศไทย

โดยทั้ง 4 เหล่าทัพ และ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เตรียมแผนสงครามอากาศยานไร้คนขับ (UAS) ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (CUAS) หรือ Anti-Drone ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการบูรณาการ จัดทำร่างหลักนิยมวางกรอบแนวทางพัฒนาขีดความสามารถ

“กองบัญชาการกองทัพไทย” มีการวิจัยพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (CUAS) บูรณาการความร่วมมือกับผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาภายในประเทศในการพัฒนาโดรนโจมตีเชิงรุก และระบบต่อต้านโดรน

สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจทางทหารทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อพัฒนาไปสู่สายการผลิต อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ตลอดจนมีการบูรณาการการวิจัยวัตถุระเบิด และชนวนเพื่อติดตั้งบน UAS รูปแบบต่าง ๆ

นอกจากนี้ มีการพัฒนาบังเกอร์ที่ผลิตจากคอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ (UHPC) เสริมเส้นใยเหล็กกำลังดึงสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอยู่รอดในสนามรบให้กับกำลังพลในแนวหน้า

“กองทัพบก” ได้กำหนดแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถอย่างมีระบบและต่อเนื่อง การใช้งานอากาศยานไร้คนขับในอนาคต ครอบคลุมทั้งภารกิจการป้องกันประเทศและการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม

พร้อมทั้งวางแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถตามหลักคิดการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารแบบองค์รวม มี 4 ระยะ ปัจจุบันอยู่ในระยะกลาง ประกอบด้วย การปรับปรุงหลักนิยมของหน่วยและเหล่าสายวิทยาการ การจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ เพื่อทดลองปฏิบัติการ การเสริมสร้างหน่วยด้านยุทโธปกรณ์

กองทัพบก ยังได้กำหนดกรอบแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้อากาศยานไร้คนขับและระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งมีแนวคิดในการบริหารจัดการ UAV โดยแบ่งประเภทตามขนาดและบทบาทของหน่วยในโครงสร้าง 5 กลุ่ม

1. UAV ขนาดใหญ่ สำหรับการปฏิบัติการทางลึก การลาดตระเวนเฝ้าตรวจและติดอาวุธโจมตี

2. UAV ขนาดกลาง สำหรับการลาดตระเวนเฝ้าตรวจและค้นหาเป้าหมายให้กับหน่วยระดับกองพล

3. UAV ขนาดเล็ก สำหรับหน่วยยานยนต์ ยานเกราะ ใช้ในการลาดตระเวนและกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย

4. UAV ขนาดเล็กมาก สำหรับหน่วยทหารราบ

5. UAV ขนาดเล็กพิเศษ สำหรับหน่วยที่มีความมุ่งหมายพิเศษสำหรับการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ

พร้อมจัดตั้ง 1.ศูนย์ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก 2.ศูนย์ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 และ3.กองร้อยอากาศยานไร้คนขับเฉพาะกิจกองกำลังสุรนารี เพื่อทดสอบและทดลองการปฏิบัติของหน่วยอากาศยานไร้คนขับ เริ่มเมื่อ 1 เม.ย.2568

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพบกอยู่ระหว่างการจัดตั้งศูนย์สงครามอากาศยานไร้คนขับ และกองพันอากาศยานไร้คนขับ เพื่อเป็นหน่วยรับผิดชอบอำนวยการ วางแผน ควบคุม กำกับดูแล และบูรณาการการใช้งาน UAV ของกองทัพบก โดยทดลองปฏิบัติระหว่าง 1 ตุลาคม 2568-31 มีนาคม 2569

ด้าน “กองทัพเรือ” มีการใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAS) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (C-UAS) ยึดตามแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือ พ.ศ. 2563 ได้ดำเนินการเกี่ยวกับ UAS ให้สอดคล้องกับการเข้าประจำการของแต่ละแบบ

กองทัพเรือ มี UAS ประจำการอยู่ 3 แบบ ได้แก่ 1.UAS ขนาดเล็กที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยทางยุทธวิธี 2.เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่ 1/ Schiebel Camcopter S-100 และ 3.เครื่องบินไร้คนขับตรวจการณ์และชี้เป้าแบบที่ 1 / RQ-21A Blackjack ซึ่งทั้ง 2 แบบ มีภารกิจในการสนับสนุนในการตรวจการณ์ในภารกิจของกองทัพเรือ จากแนวทางการป้องกันและต่อต้าน UAS

นอกจากนี้ กองทัพเรือได้กำหนดทิศทางพัฒนาขีดความสามารถ C-UAS โดยต้องมีระบบที่สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกพื้นที่ ฐานทัพเรือสัตหีบ และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ยุทธศาสตร์เสริมสร้างขีดความสามารถในมิติทางทะเล

สำหรับ กองทัพอากาศ มีแนวความคิดในการปฏิบัติภารกิจระบบอากาศยานไร้คนขับของกองทัพอากาศตั้งแต่ปี 2566 หรือ UAS CONOPs พร้อมกำหนดแผนการพัฒนากิจการอากาศยานไร้คนขับของกองทัพอากาศระยะ 25 ปี 2566-2590

พร้อมได้พัฒนาขีดความสามารถระบบอากาศยานไร้คนขับด้วยการจัดหาพร้อมการพัฒนาจากต่างประเทศ และการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับบนแนวความคิด “การป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ” ด้วยการนำความได้เปรียบของระบบเครือข่ายทางยุทธวิธีมาใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบบัญชาการและควบคุมระบบตรวจจับเป้าหมายทางอากาศและระบบต่อสู้อากาศยาน รวมทั้งระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ

โดยได้กำหนดเขตในการป้องกันทางอากาศตามขีดความสามารถของยุทโธปกรณ์ที่มี จัดหาระบบการป้องกันภัยทางอากาศระยะปานกลาง รวมถึงระบบตรวจการณ์และเรดาร์ที่สามารถเชื่อมโยงระบบบัญชาการและควบคุม และจัดหาอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะกลางและระยะใกล้ในการป้องกันที่ตั้งทางทหาร

รวมทั้งจัดหาระบบ ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ หรือ Anti Drone เพื่อป้องกันพื้นที่ให้กับบุคคลสำคัญอีกด้วย จากสถานการณ์ความไม่สงบไทย-กัมพูชา ภายหลังได้รับมอบหมาย สภาวะความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) แก้ไขปัญหา 2 ระยะ

ระยะเร่งด่วน จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ ควบคุม และต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินแห่งชาติ ภายใน 1 เดือน

ระยะยั่งยืน ดำเนินการในรูปแบบศูนย์บริหารจัดการ ควบคุมและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินแห่งชาติ ภายใน 6 เดือน แนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและดำเนินการในสภาวะไม่ปกติ ขับเคลื่อนในรูปแบบ ”คณะกรรมการบริหารจัดการควบคุมและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินแห่งชาติ ภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติ “

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” มีการพัฒนาขีดความสามารถ “การใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAS) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (C-UAS)” ในภารกิจต่าง ๆ เช่น การถวายความปลอดภัย สำรวจพื้นที่เสด็จ เส้นทางเสด็จ การถวายความปลอดภัย (ถปภ.) ทางอากาศ งานสืบสวนและความมั่นคง หาข่าวหรือสังเกตการณ์ งานป้องกันปราบปราม วางแผนการป้องกันอาชญากรรม

รวมถึงมีระบบ Anti-Drone แบบรถยนต์ โดยได้แบ่งมอบภารกิจให้ดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตามพื้นที่ในการสอบสวนดำเนินคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบบควบคุมและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ Anti-Drone ตามมาตรการเชิงรุกเกี่ยวกับโดรนในพื้นที่

ไม่เพียงแต่ปัญหาเรื่องโดรนเท่านั้น ทุกเหล่าทัพ ยังเร่งศึกษาภัยคุกคามทางในทุกมิติจากสมรภูมิไทย-กัมพูชา เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ทางทหาร ตอบโต้ภัยคุกคามในระยะยาว ควบคู่แนวทางการพัฒนากองทัพไทยกับเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างขีดความสามารถให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง