พรรคเปลี่ยนไปจนเสียตัวตน! อดีต สส.ปชน.ทิ้งบอมบ์ ก่อนลาออกสมาชิก

พรรคเปลี่ยนไปจนเสียตัวตน! อดีต สส.ปชน.ทิ้งบอมบ์ ก่อนลาออกสมาชิก

'นิว กัลยพัชร' ร่ายยาวทิ้งบอมบ์ ก่อนลาออก ปชน. ชี้พรรคเปลี่ยนไป Grand Compromise ไปเรื่อยจนเสียตัวตน-อุดมการณ์เดิม หวังเข้าสู่อำนาจจอมปลอม เอา 'คนนอก' สู้ 'ภูมิใจไทย'

KEY

POINTS

  • กัลยพัชร รจิตโรจน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน
  • ให้เหตุผลว่าพรรคเปลี่ยนไปจนสูญเสียตัวตน และอุดมการณ์ดั้งเดิม มีการประนีประนอมมากเกินไปเพื่อเข้าสู่อำนาจ
  • วิจารณ์แนวคิดของพรรคที่เตรียมนำบุคคลภายนอกหรือกลุ่มเทคโนแครตมาเป็นรัฐมนตรี แทนที่จะเป็น สส. ของพรรค
  • แสดงความรู้สึกว่าพรรคกำลังทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับการเมืองใหม่ และกำลังสูญเสียแนวร่วมเพราะหลงลืมจุดยืนเริ่มต้น

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2568 น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ หรือ "นิว" อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X ระบุว่า นิวตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการแล้วนะคะ สำหรับความรู้สึกที่ขอบันทึกไว้ตรงนี้ ดิฉันพิมพ์ไว้ก่อนจะประกาศผลปาร์ตี้ลิสต์ วันจันทร์ อังคาร ที่จะถึงนั้น เพื่อป้องกันคำครหาว่าไม่ผ่านแล้วพาล หรือถ้าผ่าน ก็ต้องโดนบอกให้นั่งทับมือเช่นเดิม อยากจะปราศจาก conflict of interest หรือ bias ใด เพราะเราคิดเรื่องนี้สะสมมาหลายเดือน ยาวนานประมาณ 6 เดือน ก่อนจะยกมือให้นายกฯน้ำเงิน จนมาถึงวันนี้

น.ส.กัลยพัชร ระบุว่า เรารู้ว่าข้อความนี้อาจทำให้หลายคนไม่พอใจ แต่เราเป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้ แบบที่เข้าใจว่า ทั้งโหวตเตอร์ สมาชิกพรรค แกนนำ และเพื่อน สส. รวมทั้งผู้สมัคร ทีมงานพรรค ทีมเครือข่าย จากอนาคตใหม่ ก้าวไกล มาจนถึงประชาชน น่าจะพอรับฟังได้ เราไม่เคยพูดเรื่องทั้งหมดนี้กับใคร ถ้าเราเป็นคนไม่ต่อต้านระบบ สยบยอม เราคงเรียนต่อแพทย์สี่ ใช้ทุนครบ เป็นอาจารย์ หู คอ จมูก ไปแล้ว ไม่ถ่อไปเรียน MSc dermatology อังกฤษ เพื่อให้คนมาดูถูก ว่าเป็นหมอความงาม หมอชั้นสอง โง่บ้างไรบ้าง

ตั้งแต่เราเกิดมา เราไม่เคยเจอคนฉลาดที่ไหน ว่าคนอื่นโง่เลย จริงๆ ทางเดินชีวิตนิวมันง่ายมากนะ เรียนผิวหนังในไทย ใช้เส้นสูงเสียดฟ้า ที่มีแต่คนหาว่าโง่ ที่มีเส้นแล้วไม่ใช้ โทรศัพท์กริ๊งเดียวก็ได้เรียน นิวเลือกที่จะไม่เรียนผิวหนังในไทย เพราะไม่ต้องการเริ่มต้นอาชีพ ด้วยการเป็นหนี้บุญคุณใคร แค่จุดนั้น มันก็ทำให้นิวรู้สึกแล้วว่า แล้วเราจะตั้งใจเรียน ที่ผ่านมา เพื่ออะไร เมื่อในที่สุดแล้ว มันไม่อาจชนะ เส้นสายที่แน่นหนา ในทุกมิติของสังคมนี้ไปได้

น.ส.กัลยพัชร ระบุอีกว่า ทำไมเราถึงสนใจพรรคอนาคตใหม่? เพราะพรรคทำให้ ignorant แบบเรา หันมาสนใจการเมืองได้ เพราะมันเจอคนที่ไม่สยบยอมกับระบบ ผู้นำแบบธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ) ความคิดก้าวหน้าแบบอาจารย์ป๊อก (ปิยบุตร แสงกนกกุล) เป็นสิ่งที่เรารอมานาน และดีใจที่มีพรรคนี้เกิดขึ้น ความคิดที่ว่า คุณมีฝันแบบไหน จงเข้ามาทำให้มันเกิดขึ้น ด้วยตัวเอง ผ่านมาถึงก้าวไกล นิวเห็นพรรคใหญ่ขึ้น มวลชนรักพรรค เราเองก็รักพรรคมากขึ้น จนอยากมีส่วนร่วมเข้าไปช่วยพรรค ตั้งใจกะจะเข้าไปเป็นอาสาเฉย ๆ ปรึกษาวาโย และเดินเข้าไปหาพี่ทิมเลยวันที่พี่วิโรจน์เปิดตัวผู้ว่า ว่ามีอะไรพอจะช่วยได้ไหม ในฐานะ volunteer จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ไม่เคยเสียดาย 2 ปีกว่าที่ผ่านมา กับการทำหน้าที่ในหมวกใหม่ของชีวิต ทุกแววตาที่มีความหวัง ดอกไม้ ขนม รอยยิ้ม มือที่โอบกอดพวกเรา จะอยู่ในใจคนๆนี้ ตลอดไป

น.ส.กัลยพัชร ระบุด้วยว่า แต่ตอนนี้ พรรคเปลี่ยนไป เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของนิว ไม่ต้องเชื่อก็ได้ หัวเราะเยาะก็ได้ แต่มันคือ ความรู้สึกจริงๆ จากใจ นิวเข้าใจทุกอย่าง ว่าเราต้องการตัวเลขมากพอ เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล เราต้องกลืนเลือด ประนีประนอม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ไม่งั้นจะถูกดูถูกไปตลอด ว่าไม่เคยบริหาร ถ้ากลัวการดูถูก ก็ไม่ควรเป็นพรรคแบบนี้ อย่าลืมว่าเราชนะมวลชนมา ด้วยความเป็นตัวเราแบบนี้ การเมืองไทยเขย่า เปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน หลังจากมีพรรคส้มเกิดขึ้นมา หากผู้พูดยังจำได้ พี่แกนนำพรรคท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าเราไม่สมาทานรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี คนนอก ทุกคนควรเป็น สส. เท่านั้น เพราะได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนจริง

ทราบค่ะว่า ครั้งนี้บริบทเปลี่ยนไป จะบอกว่ากลัวเหตุผลทางการเมือง กลัว 44 สส. โดนตัดสิทธิ กลัวเพื่อนคดี 112 โดนตัดสิน จึงต้องเอาทีมผู้บริหาร the professionals คนนอก ซึ่งเรื่องทีม ครม. คนนอกเนี่ย นิวทราบมาก่อนทราบผลปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน มาระยะหนึ่งแล้ว เราเคยกลัวด้วยเหรอค่ะ ที่ผ่านมา ? ถ้าโตโต้ลงบางนาต่อ แล้วโดนคดี112 คนที่ผิดคือ โตโต้เหรอค่ะ ที่ต้องจัดการเรื่องเลือกตั้งซ่อม พรรคถึงต้องย้ายเพื่อนที่มีคดี 112 เข้ามาไว้ในปาร์ตี้ลิสต์ เสมือนพวกเขาจะเป็นภาระ หากมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น

“คุณจะเอาเทคโนแครต ศ.ดร. อีลีทที่เก่งมาอีกกี่ร้อยคน มันก็ไม่มีค่าเท่าอุดมการณ์คนหนึ่ง ที่ต้องออกไปกี่ร้อยดอกเตอร์ ก็แทน ลูกเกด โตโต้ แก้วตา พี่มาร์ท เท่า ไม่ได้ สำหรับนิว ขอชี้แจงตรงนี้ว่าเคารพอาจารย์ผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะมาเป็น ครม. คนนอกนะคะ แต่นิวให้ความสำคัญกับคนที่ใช้เวลามากพอกับพรรค มีดีเอ็นเอพรรค เข้าใจตัวตนของพรรค มากกว่า พรรคคิดมากเกินไปตอนเจอกระแสคุณศุภจี คุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ ซึ่งดิฉันก็ชื่นชมทุกคน โดยเฉพาะคุณศุภจี แต่พวกเขาเหล่านั้น ไม่ได้มาช่วยพรรคเราค่ะ ทำไม โรม จะเป็นรมว.ยุติธรรม ไม่ได้ ? ทำไมวาโย หรือพี่มาร์ท พี่สุภัทร จะคุมกระทรวง สธ. ไม่ได้? ทำไมพี่เซีย พี่มด หรือเนม จะเป็น รมว.แรงงาน ไม่ได้? ทำไมลูกเกดหรือแก้วตา จะดูแล กต. ไม่ได้? ออ จวง เป็น รมว.ศึกษาได้แน่นอนไร้ข้อกังขาพี่ชายดูแลพาณิชย์ ทนายแจมดูแล พม.ได้ ก๊อบหรือเท่า ทำให้กระทรวงท่องเที่ยว ดีขึ้นได้ และพี่วิโรจน์ก็ย่อมดูแลกลาโหมได้ พี่เป๊ก พี่ณิ กระทรวงทรัพย์ สบายมากเพียงแค่เราต้องอดทน เพื่อให้เวลาของเรามาถึง” น.ส.กัลยพัชร ระบุ

น.ส.กัลยพัชร ระบุเพิ่มเติมว่า สรุปการเมืองที่คนธรรมดาเปลี่ยนแปลงได้ มันมีจริงไหม? นิวรู้สึกว่าพรรค กำลังจะกลาย ไปเป็นพวกเขา เราก้าวถอยหลังออกมาจากจุดยืน จนอยู่ในจุดที่ เราหมดศรัทธาในพรรค แค่เราคนเดียวมันไม่เป็นไร และพวกคุณก็คงไม่แคร์ แต่คุณกำลังทำให้ประชาชน สิ้นหวังกับการเมืองใหม่ ที่ไม่ใหม่จริง พรรคไม่ต้องปฏิเสธเรื่องคัดบ้านใหญ่ หรือคนมีฐานะเข้ามา ตัดสินคนด้วย credit bureau ดิฉันคงไม่ต้องพูดอีกคนว่ากระบวนการคัดสรรมีปัญหา เพราะก็พูดกันมาแทบทุกครั้งเวลาประชุม สส. และมันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เราต้องถอยไปถึงจุดไหน? คุณอาจจะพูดว่าเราถอย เพื่อให้ได้เสียงจากฝ่ายอนุรักษ์ หรือ swing vote มากขึ้น เพื่อเข้าสู่อำนาจ การเข้าสู่อำนาจนั้นดีค่ะ ใครสมัคร สส.แล้วไม่อยากเป็นรัฐบาลก็ไม่น่าจะมี

แต่ถ้าเรา great grand compromise ไปเรื่อยๆ เช่นนี้ Then whats the point of winning in the first place? เพราะเราสูญเสียตัวตน แนวร่วมอุดมการณ์ไปตลอดทาง คนแล้วคนเล่า เพื่อเข้าสู่อำนาจจอมปลอมนี้ ที่ทุกคนก็ทราบ ว่าถ้าหากเราเล่นตามกติกาของอำนาจเก่า คุณจะเอามืออาชีพเก่งมาจากไหน ก็จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เลย เพราะคุณต้องเล่นตามกรอบ และกติกาของเขา และมันสายไปแล้ว คุณสูญเสียตัวตนไปมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว แล้วมันคุ้มไหม กับการสูญเสียตัวตนหรือจุดยืนที่ดีงามเหล่านั้น เพื่อให้ได้อำนาจมา คงไม่ต้องถามแล้วว่าเรายังฝันเหมือนกันอยู่ไหม?

“แต่อยากถามพวกคุณว่า คุณมองตัวเองในกระจกบ้างไหม ว่าคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน? คุณลืมไปแล้วใช่ไหม ว่าคุณเข้ามาการเมือง เพื่ออะไร? ที่สำคัญ คุณเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้เราเสียแนวร่วมเรื่อยมา เพราะมีแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้ว ประชาชนไม่ใช่ของตายค่ะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในวันนี้ ผลการตัดสิน อยู่ที่ประชาชนค่ะ” น.ส.กัลยพัชร ระบุ

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์