ประวัติ ‘พิศาล’ ว่าที่ รมว.กต.ส้ม อดีต สว.ข้างน้อยโหวต ‘พิธา’ นายกฯ

พิศาล มาณวพัฒน์ ถูกเปิดตัวเป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ ของ ปชน. โดยสมัยเป็น สว. เขาเป็นหนึ่งใน 13 เสียงข้างน้อยที่โหวตเห็นชอบให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี
KEY
POINTS
- พิศาล มาณวพัฒน์ ถูกเปิดตัวเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในทีมบริหารของพรรคประชาชน
- มีประวัติเป็นนักการทูตอาชีพระดับเกรดเอ เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหภาพยุโรป
- สมัยเป็น สว. เขาเป็นหนึ่งใน 13 เสียงข้างน้อยที่โหวตเห็นชอบให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี
- เคยโหวตสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ "ปิดสวิตช์ สว." หรือยกเลิกอำนาจ สว. ในการเลือกนายกฯ มาโดยตลอด
ไม่พลิกโผ พลันที่พรรคประชาชน (ปชน.) เผยโฉม “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” คนที่ 2 ที่จะมานั่งเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ ได้แก่ “พิศาล มาณวพัฒน์” โดย ปชน.เผยแพร่บทสัมภาษณ์โดยสรุป และวิธีคิดของเขาไว้บนเว็บไซต์ ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเที่ยงวันนี้ (6 ม.ค.)
สำหรับ “ประวัติส่วนตัว พิศาล” ไม่ธรรมดา มีโปรไฟล์ทางการทูตระดับ “เกรดเอบวก” เคยเป็น เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย รวมถึงหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป นอกจากนี้ยังเคยเป็นกรรมการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
แต่ที่น่าสนใจ เขาเคยเป็น สว.ในชุด 250 สว.ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคาะเข้ามาในช่วงปี 2562 ด้วย อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาดังกล่าว เขากลับเป็น 1 ใน สว.ไม่กี่คน ที่โหวตเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 หรือการ “ปิดสวิตช์ สว.” จำนวน 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้าน (ขณะนั้น) ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล (ขณะนั้น) และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ทั้งของ “ไอลอว์” และอื่น ๆ
ขณะเดียวกันในช่วงโค้งสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง 250 สว.ก่อนหมดวาระ ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งปี 2566 “พิศาล” พร้อมด้วย สว.รวมกัน 13 คน โหวต “เห็นชอบ” ให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ขณะนั้น) ดำรงตำแหน่งนายกฯด้วย ทว่าเสียงรวมทั้งหมดไม่ถึงตามเกณฑ์ ส่งผลให้ “พิธา” อดเป็นนายกฯ และ “พรรคเพื่อไทย” พรรคอันดับ 2 ได้ไปรวบรวมเสียงข้างมาก เพื่อไปจัดตั้งรัฐบาลเองในเวลาต่อมา
ในมุมทรัพย์สิน “พิศาล” แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ ส.ค. 2567 ระบุว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 13,076,121 บาท ได้แก่ เงินฝาก 315,805 บาท เงินลงทุน 7,318,714 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 4,000,000 บาท ยานพาหนะ 500,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 941,600 ไม่มีหนี้สิน
โดยเขาแจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 2,109,567 บาท แบ่งเป็น เงินเดือน สว. 1,362,720 บาท เงินบำนาญ 612,867 บาท ค่าเบี้ยประชุม สว. 93,980 บาท เงินปันผล 40,000 บาท มีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 1,110,000 บาท แบ่งเป็น ค่าอุปโภค-บริโภค 720,000 บาท ค่าท่องเที่ยว 100,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลที่เบิกมิได้ 240,000 บาท เงินบริจาค 50,000 บาท
ในมุมธุรกิจ เขาเคยถือหุ้นจำนวน 0.02% มูลค่าราว 2.97 แสนบาท ในบริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เครือข่าย “โรงพยาบาลมหาชัย” จดทะเบียนเมื่อ 9 ม.ค. 2560 ทุนปัจจุบัน 2.5 พันล้านบาท วัตถุประสงค์ กิจการโรงพยาบาล ตั้งอยู่ที่ 3333 ถนนพระรามที่ 4 คลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 8,261,322,614 บาท รายได้รวม 3,673,485,316 บาท ขาดทุนสุทธิ 87,464,536 บาท
ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ของ “พิศาล มาณวพัฒน์” ที่ ปชน.เผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ระบุว่า ถึงเวลาปลดล็อกปฏิรูประบบราชการเดินหน้าสู่ "การทูตกินได้" และตำแหน่งแห่งที่ของนายพิศาลหากพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องถือว่าตรงสายงาน นั่นคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
อดีตนักการทูตผู้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย รวมถึงหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป และเคยเป็นกรรมการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แทนที่จะเลือกการหยุดพักจากงานรับราชการตลอดเกือบ 40 ปี หรืออยู่ในฐานะผู้ให้ความคิดเห็นจากประสบการณ์ด้านการต่างประเทศอันยาวนาน เขากลับเลือกเส้นทางสุดหิน เพราะอยากเห็นประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ของโลก หลังสัญญาณจากนานาชาติไม่ตอบรับมานานกว่าทศวรรษตั้งแต่รัฐประหารปี 2557
งานใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศที่มากกว่าการแก้ไขความขัดแย้งพรมแดนคือ การรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งพิศาลบอกว่า ไทยไม่จำเป็นต้องกลัวและมีท่าทีเป็นกลางขนาดนั้น
“ถ้าเราใกล้กับใครและได้ผลประโยชน์มากขึ้น ให้เข้าไปใกล้เลย ส่วนถ้าไกลจากใครและไม่เสียผลประโยชน์ รักษาระยะห่างไว้หน่อยก็ดี เพราะฉะนั้น อย่าโปรข้างใดข้างหนึ่ง โปรประเทศไทยประเทศเดียว” นายพิศาล ระบุ
พรรค ปชน.ระบุด้วยว่า นี่คือก้าวย่างสำคัญของนายพิศาล มาณวพัฒน์ สู่วงการเมืองเต็มตัว หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล ทูตพิศาลจะร่วมทีมบริหารด้านต่างประเทศ เพื่อปลดล็อกระบบราชการ สะสางปัญหาประเทศไทยถึงต้นตอ ทำ "การทูตกินได้" ที่ไม่อยู่ภายใต้ความกลัว ทั้งยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง
ภารกิจสำคัญของ รมว.ต่างประเทศ ว่า ภาษีทรัมป์ ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา สงครามในเมียนมา ปัญหาสแกมเมอร์ ทั้งหมดนี้ ทำให้การต่างประเทศไทยได้รับความสนใจและกระทบกับชีวิตประชาชนมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ 20 ปีที่ผ่านมา กลับเรียกได้ว่าเป็น "ทศวรรษที่สูญเปล่า" ของการต่างประเทศ เรากลายเป็นจุดหมายที่ถูกมองข้าม เกียรติภูมิของไทยถดถอยเจือจางในเวทีโลก
แต่เราไม่ใช่ประเทศเล็ก หากดำเนินการต่างประเทศอย่างสง่างาม ยึดหลักการ กล้าต่อรอง สร้างการทูตที่ "โปรไทย" ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติ ไม่ต้องโปรมหาอำนาจฝ่ายใด นี่จะเป็นการกลับมายืนอย่างมีศักดิ์ศรีบนเวทีโลกของไทยอีกครั้ง ในรอบ 2 ทศวรรษ นี่คือภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้การบริหารของรัฐบาลประชาชน







