ก๊อกส่งท้าย‘พลังประชารัฐ’ ‘ตรีนุช’ลุ้นเข้าป้ายรัฐบาล

ก๊อกส่งท้าย‘พลังประชารัฐ’ ‘ตรีนุช’ลุ้นเข้าป้ายรัฐบาล

พลังประชารัฐจะยืนระยะบนเส้นทางการเมืองได้อีกนานแค่ไหน นอกจากจำนวน สส.ที่จะได้เข้าสภาแล้ว ยังต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ เพื่อกุมสภาพความเป็นพรรคต่อไปอีกเฮือก จนกว่าลุงจะแขวนนวมอย่างเป็นทางการ เมื่อนั้นแกนหลักหลายคนคงไม่มีอะไรติดค้าง ได้เวลาแยกย้ายไปตามวิถีทางการเมือง 

KEY

POINTS

  • พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เตรียมวางมือทางการเมือง ทำให้พรรคพลังประชารัฐต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดก๊อกส่งท้าย
  • ตรีนุช เทียนทอง ถูกวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์ 1 เพื่อนำทัพพรรคสู้ศึกเลือกตั้ง
  • เป้าหมายสำคัญคือการได้เข้าร่วมรัฐบาลเพื่อความอยู่รอดของพรรค

พลังประชารัฐ กับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ด้วยการถอนตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 1 ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค กลายเป็นสัญญาณสำคัญก่อนการวางมืออย่างเป็นทางการจะมาถึง

ลูกพรรคหลายคนเผ่นแน่บ ไม่มีลุง ก็ไม่มีเรา น่าจะสะท้อนความเป็นไปภายในพลังประชารัฐได้เป็นอย่างดี เพราะนักเลือกตั้งสอบตกทั้งหลายรู้ดีว่า การที่ท่อน้ำเลี้ยงปิดก๊อก อาจไม่ได้มากจากเหตุผลเรื่องสุขภาพของลุงอย่างที่ผู้เกี่ยวข้องของพรรคพยายามอธิบาย

สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากเกมหักดิบของสุภาพสตรีผู้ใกล้ชิดลุงมากกว่า ที่เหลืออดกับพฤติกรรมนักการเมืองบางประเภท ที่มองลุงเป็นบ่อน้ำมัน เลยดัดหลังบีบให้คนบางกลุ่มออกไปให้พ้น

ปฏิบัติการรีดไขมันก็ดูจะได้ผลพอสมควรเห็นชื่อแต่ละคนที่ชิงทิ้งพลังประชารัฐ แม้ขนาดพรรคจะลดลง แต่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่เป็นคนละเรื่อง ซึ่งก็รู้ๆกันอยู่

บทบาทลุงป้อมตอนนี้ที่ยังเป็นหัวหน้าพรรค คอยบริหารจัดการ เซ็นเอกสารรับรองผู้สมัครและงานอื่นๆ หลังเลือกตั้ง ปี69 ก็เป็นที่คาดกันว่า พี่ใหญ่3ป. น่าจะถึงเวลาหันหลังให้การเมืองเต็มตัว

ความเป็นพรรคพลังประชารัฐที่เฟื่องฟูสุดขีด ก่อตั้งในปี 61 เพื่อรองรับการเลือกตั้ง ปี 62 หรือต่อท่ออำนาจ คสช. โดยสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อเนื่อง ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จ

แม้จะเผชิญกับเสถียรภาพรัฐบาล ด้วยเสียงสส.ปริ่มน้ำ แต่เครือข่ายอำนาจในมือ 3 ป. ขณะนั้น ทรงพลังจนทำให้สถานการณ์ยากลำบากผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

หลังจากนั้น ความไม่ลงรอยของพี่น้อง 3 ป. ส่งผลสะเทือนต่อความเป็นไปในพลังประชารัฐ อย่างจัง จากเลือกตั้งปี 62 มีสส.116 ที่นั่ง

กระทั่ง เลือกตั้ง ปี 66 พลังประชารัฐ สส.วูบเหลือแค่ 40 ที่นั่ง และสุดท้ายก็ไม่สามารถประคับประคองตัวเองให้ยืนระยะในเกมอำนาจหรือเป็นรัฐบาลได้นาน

ทำได้แค่ร่วมรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ประมาณ 1 ปี ก่อนที่แพทองธาร ชินวัตร จะเข้ามาเป็นนายกฯ นับแต่นั้น พลังประชารัฐก็พ้นวงโคจรเต็มตัว บรรดาแกนนำ และสส.ที่เหลือกระจัดกระจายไปพรรคอื่นหรือสร้างอาณาจักรของตัวเองจนหมดสิ้น และทุกวันนี้พรรคแทบสิ้นสภาพในการสู้กับพรรคอื่น

แรงผลักดันของลุงป้อม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กับความฝันเป็นนายกฯ ผ่านกระบวนท่าต่างๆ นานา ตามเสียงเชียร์ของลูกหาบที่หวังเกาะเกี่ยวผลประโยชน์ไปกับลุง ซึ่งล้วนรู้ทางลมนานแล้วว่า ของบางอย่างที่มาโดยไม่ปกติ ย่อมร่วงโรยอย่างรวดเร็วเป็นธรรมดา

การจะอยู่ต่อที่บ้านหลังนี้ คือ พลังประชารัฐ ก็ยิ่งปิดโอกาสตัวเอง สุดท้ายตอนนี้เบอร์เล็กเบอร์ใหญ่ทิ้งลุงไปหมดแล้ว

ความฝันลุงป้อมใกล้ความจริงที่สุด ก็อาจจะเป็นตอนที่ลุงตู่ ถูกศาลรัฐธรรมนูญ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างรอวินิจฉัยคำร้องเรื่องนายกฯ 8 ปี กับบทบาทนายกฯรักษาการประมาณ 1 เดือน

นอกนั้นการยิ่งออกแรงก็ยิ่งห่างไกลความจริง ด้วยแรงต้าน รวมถึงปัจจัย และเงื่อนทางการเมืองหลายอย่าง จึงยังไม่เคยมีชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ อย่างเป็นทางการจริงๆ เสียที

การตัดสินใจถอยของลุงป้อม ก่อนออกสตาร์ตเลือกตั้ง ปี 69 ถูกตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกันว่า น่าจะประเมินสถานการณ์ และยอมรับความเป็นจริงได้แล้วว่า การจะดันทุรังต่อไป ก็มีแต่เจ็บปวด อำนาจที่เคยมีมันไม่หวนกลับมาอีกแล้ว

บทบาทหลังจากนี้ของลุงป้อม ที่ค่อยๆ ถอยจากการเป็นผู้เล่น และเคยเป็นผู้คุมอำนาจ ก็ได้เวลานั่งภูดูเสือกัดกัน ช่วงชิงการบริหารประเทศ โดยเฉพาะ 3 ก๊กการเมือง ส้ม แดง น้ำเงิน

กับแรงขับก๊อกส่งท้ายของพลังลุง กับไฟต์บังคับให้พลังประชารัฐ ต้องลุยต่อรอบนี้ โดย ตรีนุช เทียนทอง แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ที่ต้องถือธงนำ และเปิดนโยบายสู้เลือกตั้ง กับ 3 เสาหลัก “มั่นคง ฟื้นฟู และดูแล” เพื่อตอบโจทย์ปัญหาปากท้อง ความมั่นคง และความเดือดร้อนของประชาชน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ผ่าน 12 เรือธง ได้แก่

1. สร้างรั้ว เสริมราก ความมั่นคงชายแดน (สร้างกำแพงชายแดน-หมู่บ้านมั่นคง) 2. แผ่นดินเราต้องเอาคืน ยกเลิก MOU 43

3. ใครโกง ใครเทา เอาให้หนัก ปราบปรามคอร์รัปชันและทุนสีเทาอย่างเด็ดขาด 4. ไฟฟ้าประชารัฐ (โซลาร์เซลล์ชุมชน) 5.ชุมชนประชารัฐคนละครึ่ง (หมู่บ้านเงินล้าน) 6. เกษตรกรมั่งคั่ง (ปุ๋ยคนละครึ่ง – ขายได้ก่อนปลูก) 7. เสริมทุน สร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้ SME

8.คนไทยต้องมีงานทำ (แรงงานไทยไปตลาดโลก) 9. บัตรประชารัฐ Extra จาก300เป็น700ต่อเดือน 10. ลดภาระค่าใช้จ่ายคนไทยทั้งประเทศ (ลดค่าไฟฟ้า ลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดราคาน้ำมัน) 11. เรียนสั้น ทันยุค มีงานรอ 12. ประกันสังคมแก้หนี้

พลังประชารัฐจะยืนระยะบนเส้นทางการเมืองได้อีกนานแค่ไหน นอกจากจำนวน สส.ที่จะได้เข้าสภาแล้ว ยังต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ เพื่อกุมสภาพความเป็นพรรคต่อไปอีกเฮือก จนกว่าลุงจะแขวนนวมอย่างเป็นทางการ เมื่อนั้นแกนหลักหลายคนคงไม่มีอะไรติดค้าง ได้เวลาแยกย้ายไปตามวิถีทางการเมือง