ส่องนโยบาย 5 พรรค กลางกระแส ‘ทหารมีไว้ทำไม’? ปชน.วาทกรรมตามหลอน

เกมการเมืองที่เวลานี้ต่างฝ่ายต่างชิงจังหวะที่สถานการณ์กำลัง "สร้างวีรบุรุษ" เพื่อช่วงชิงคะแนนนิยม ผ่านศึกเลือกตั้งที่กำลังจะรู้ผลแพ้ชนะในวันที่ 8 ก.พ.2569
KEY
POINTS
- พรรคประชาชน : ชูนโยบายกองทัพทันสมัยใต้รัฐบาลพลเรือน เสนอยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100% พร้อมยุบ กอ.รมน. และแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม
- พรรคภูมิใจไทย : เสนอโครงการรับสมัครทหารอาสา 100,000 คน เป็นระยะเวลา 4 ปี พร้อมค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท เพื่อสร้างกำลังพลที่เข้มแข็ง และเป็นมืออาชีพ
- พรรคประชาธิปัตย์ : ชูนโยบาย "ทหารอาสา" รับราชการ 4 ปี มีสวัสดิการเหมือนทหารประจำการ พร้อมส่งเสริมการศึกษา และให้โควตาพิเศษในการสอบเข้ารับราชการหลังปลดประจำการ
- พรรคเพื่อไทย : เสนอ 4 นโยบายความมั่นคง รวมถึงการลดจำนวนนายพลเพื่อนำงบไปพัฒนาอาวุธ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทหารสมัครใจ และยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
- พรรครวมไทยสร้างชาติ : เน้นระบบทหารสมัครใจพร้อมเพิ่มสวัสดิการ และค่าตอบแทน เช่น ทหารเกณฑ์รับรวม 15,000 บาทต่อเดือน และดูแลครอบครัวทหารที่เสียสละในการป้องกันประเทศ
วาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม” ถูกจุดกระแสท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่แม้เวลานี้ดูเหมือนจะสงบเงียบชั่วขณะ ทว่า ในมุมของกองทัพกลับมองว่า เป็นเพียง “สงบเชิงยุทธการ แต่ตึงเชิงความมั่นคง”
ไม่ต่างจากเกมการเมืองที่เวลานี้ต่างฝ่ายต่างชิงจังหวะที่สถานการณ์กำลัง "สร้างวีรบุรุษ" เพื่อช่วงชิงคะแนนนิยม ผ่านศึกเลือกตั้งที่กำลังจะรู้ผลแพ้ชนะในวันที่ 8 ก.พ.2569
“พรรคส้ม” ที่แปรสภาพจาก “พรรคก้าวไกล” มี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นหัวหน้าพรรค สู่ “พรรคประชาชน” มี “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นหัวหน้าพรรค เจอศึกหนัก ถูกขุดคุ้ยวาทกรรมหาเสียงของ “อดีตหัวหน้าพรรค” ตามหลอกหลอน
สะท้อนชัดผ่านศึกวิวาทะ ทั้งกรณี “พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง” เจ้ากรมข่าวทหารบก ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก สะท้อนภาพ “ปีใหม่ปีนี้ เป็นปีที่มีการทลาย วาทกรรม ที่ด้อยค่ากองทัพ และความเป็นทหาร ด้วยกัน 3 วาทกรรม คือ 1.มีทหารไว้ทำไม 2.ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ และ 3.ทหารชั้นผู้น้อย หรือทหารระดับล่างซึ่งเป็นเป็นวาทกรรมที่สร้างความแตกแยกให้กับทหารในระดับต่างๆ
ก่อนที่ต่อมาเพจพรรคประชาชน People’s Party จะออกมาตอบโต้โพสต์ของเจ้ากรมข่าวทหารบก โดยระบุว่า “ประชาชน : รู้ยังทหารมีไว้ทำไม?
พรรคประชาชน : ทหารมีไว้ป้องกันประเทศ ไม่ใช่เลี้ยงไก่ ตัดหญ้า ซักกางเกงในเมียนาย หรือบริหารสนามกอล์ฟ สนามมวย และสถานีโทรทัศน์
รัฐบาลประชาชน เสนอชุดนโยบาย “กองทัพทันสมัย” รบเข้มแข็ง ตอบโจทย์ภัยคุกคามใหม่ ส่งเสริมทหารมืออาชีพ คุ้มครองสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย สร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ประชาชน : แล้วตัดงบทหารทำไม?
พรรคประชาชน : ในสภาชุดที่ 25 พรรคก้าวไกลตัดงบกลาโหม เพราะประเทศเข้าสู่ช่วงโควิด และช่วงฟื้นฟู ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการพยุงเศรษฐกิจ และเยียวยาประชาชน
“หลังการเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกล-ประชาชน ให้การสนับสนุนจัดซื้ออาวุธที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบกริพเพน หรือเรือฟริเกต โดยในปีงบประมาณ 2567 สส.ซีกรัฐบาลได้เสนอตัดงบจัดซื้อเรือฟริเกต แต่ สส.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร (ประธานกมธ.ทหาร สภาฯ)อภิปรายคัดค้านอย่างรุนแรง รวมถึง สส.อีกหลายคนได้พูดชี้แจงในห้องอนุกรรมาธิการงบฯ ถึงความจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อเรือฟริเกตเพื่อความมั่นคงทางทะเล แต่ไม่สำเร็จ จนงบฯ ตกไป กลับมาในปีงบประมาณ 2569 จึงได้ผ่าน” สิ่งที่พรรคประชาชนชี้แจง
ไหนจะท่าทีของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้า และแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย ที่ชูเรื่อง “ชาตินิยม”เป็นแคมเปญหาเสียง หยิบวาทะ “มีทหารไว้ทำไม” ที่ทำให้คนไทยฉลองปีใหม่ ไร้กังวลปกป้องอธิปไตยข้ามปี
จน “ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ต้องออกโรงชี้แจงระหว่างหาเสียงลงพื้นที่ช่วย "ชลธาร ซับไพบูลย์เลิศ" ผู้สมัคร สส.กทม. หาเสียงที่บริเวณตลาดมหาสิน สุขุมวิท 101 อีกรอบ
กรณีที่พรรคประชาชนกำลังถูกโจมตีจากวาทกรรมเดิมๆ ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่มาพรรคก้าวไกล เช่น ทหารมีไว้ทำไมนั้น เรื่องนี้แกนนำพรรคประชาชน หรือผู้แทนของพรรคทุกคนพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง ทุกประเด็น หากประชาชนเปิดใจที่จะรับฟัง จากการลงพื้นที่หลายๆ ครั้งก็มักจะถูกประชาชนซักถามกับแกนนำอยู่เสมอ ยืนยันว่าพร้อมพูดคุย และพร้อมชี้แจงแบบซึ่งหน้า
แน่นอนว่าในห้วงที่สถานการณ์กำลังสร้างให้ทหารเป็นวีรบุรุษ เป็นธรรมดาที่บรรดาพรรคการเมืองจะฉกฉวยโอกาสนี้ หยิบกระแสรักชาติ โหมโรงแคมเปญหาเสียงผ่านศึกเลือกตั้ง
วาทกรรม “หลอนพรรคส้ม”
ส่องนโยบายแต่ละพรรค ทั้ง “พรรคประชาชน” ชูนโยบายกองทัพเพื่อประชาชน โปร่งใสตรวจสอบได้ทันสมัย สมรรถนะสูง มีประสิทธิภาพ เป็นทหารมืออาชีพ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งสู่กองทัพมาตรฐานสากล
โดยไส้ในมีทั้ง การแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหมเปลี่ยนสภากลาโหมเป็นที่ปรึกษา ยกเลิกระบบ 7 เสือกลาโหม แต่งตั้งนายพล การยุบ กอ.รมน. เพื่อหยุดรัฐซ้อนรัฐ โอนภารกิจชายแดนให้มหาดไทย ปรับโครงสร้างดับไฟใต้ด้วยการนำการเมืองนำการทหาร ภายใต้รัฐบาลพลเรือน
การยกเลิกกฎหมายความมั่นคงล้าสมัย ตรากฎหมายที่สภาตรวจสอบได้เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ หรือยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100% เพิ่มสวัสดิการ และค่าตอบแทนที่เป็นธรรม เพื่อสร้างกองทัพมืออาชีพที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ เป็นต้น
ภท.-ปชป.ดัน “ทหารอาสา” รับราชการ 4 ปี
พรรคภูมิใจไทย ในวันเปิดนโยบายเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา “อนุทิน” พูดชัดถึงโครงการ สมัครทหารอาสา 100,000 คน ระยะเวลา 4 ปี มีค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท เพื่อสร้างกำลังพลที่สมัครใจ มีความเข้มแข็ง และเป็นมืออาชีพ พร้อมได้รับการฝึกทหาร การฝึกอาชีพ และมีโอกาสศึกษาต่อหรือสอบเลื่อนตำแหน่งเป็นนายสิบ และตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคต
ใกล้เคียงกับ พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายรับสมัคร “ทหารอาสา” โดยสามารถรับราชการได้ 4 ปี มีสวัสดิการเหมือนข้าราชการทหารประจำการ ทหารอาสาสามารถเพิ่มวุฒิการศึกษาระหว่างเป็นทหารอาสาได้ ให้กองทัพเพิ่มโอกาสให้กำลังพลส่วนนี้สามารถรับการศึกษาควบคู่ไปกับการรับราชการทหาร ตั้งแต่ระดับอนุปริญญาขึ้นไป 1 ครอบครัว 1 ทหารอาสา 1 อาชีพหลังปลดประจำการ
เมื่อเป็นทหารอาสาครบกำหนดแล้ว สามารถสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ในหน่วยงานต่างๆ ได้ โดยกองทัพจะขอสัดส่วนตำแหน่งงานพิเศษสำหรับทหารอาสาที่ปลดประจำการ เช่น นายสิบทหาร นายสิบตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป้องกันภัย เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ
พท.4 ความมั่นคงยกระดับกองทัพ
พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายความมั่นคงทางการทหาร 4 ประการ ได้แก่ 1.ยกระดับขีดความสามารถกองทัพไทย ทั้งภารกิจป้องกันประเทศ และการช่วยเหลือประชาชนในยามภัยพิบัติ ผ่านการปรับโครงสร้างกำลังพล และการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การลดจำนวนทหารชั้นนายพลที่ไม่จำเป็นผ่านโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement Program) เพื่อนำงบประมาณไปพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย
2.ยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 3.เปลี่ยนผ่านจาก “ทหารเกณฑ์” สู่ “ทหารสมัครใจ” ปรับจำนวนทหารเกณฑ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และนำงบประมาณที่เหลือไปเสริมสวัสดิการกำลังพล และ 4.ยกเครื่องหลักสูตร รด. ปรับเกณฑ์ให้เข้าถึงง่ายและไม่น่าเบื่อ ด้วยหลักสูตรใหม่ 5 รูปแบบ ได้แก่ แพทย์ทหาร ทหารยุทธการ ทหารช่าง ทหารราบ และ Cyber Warfare
รทสช.สมัครใจรับราชการ-ช่วยค่าครองชีพ
พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูนโยบายความมั่นคง ยกระดับสวัสดิการทหาร เสริมศักยภาพประเทศ เช่น ออกรบ รับ 200,000 บาท เกณฑ์ทหารสมัครใจ รับ 30,000 บาท ทหารเกณฑ์ รับ “เงินเดือน + เงินเพิ่ม” ช่วยค่าครองชีพ รวม 15,000 บาท สร้างอาวุธพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เร่งด่วนดูแลครอบครัว ทหารผู้สูญเสียจากการป้องกันประเทศ ลูกไม่ต้องออกจากบ้านพัก รับราชการทหารต่อ
แน่นอนว่าภายใต้สถานการณ์ที่กำลัง “สร้างวีรบุรุษ” ขณะที่เกมการเมืองกำลังเปิดโหมดต่อสู้ฟาดฟัน และจะรู้ผลแพ้ชนะในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เวลานี้จึงเห็นภาพแต่ละพรรคการเมือง หยิบฉวยประเด็นนี้ หวังโกยแต้มการเมืองคว้าตั๋วผู้แทนเข้าสภาฯ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







